เมนู

มีอะไรในนํ้ามันปลา (Fish Oil) ?

อะไรอยู่ในนํ้ามันปลา (Fish Oil)?
จริงๆแล้วนํ้ามันปลาถูกพูดถึงกันมานานหลายทศวรรษแล้ว หลายคนพูดถึงสรรพคุณของนํ้ามันปลาว่ามีประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งสมอง ทั้งการเรียนรู้
รวมไปจนถึงเรื่องของผิวพรรณและสุขภาพ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่า นํ้ามันตับปลา 1 แคปซูลมาตราฐานให้อะไรบ้าง?

ในน้ำมันปลามีกรดไขมันหลายชนิด แต่ที่สำคัญและมีการนำมาใช้ทางการแพทย์กันอย่างแพร่หลาย คือ 
1.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันสำคัญในสมองและจอประสาทตา มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมอง ตับ 
และระบบประสาทเกี่ยวกับการพัฒนาเรียนรู้ รวมทั้งเกี่ยวกับเรตินาในการมองเห็นด้วย

กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 ที่สำคัญ 2 ชนิด คือ
(1)กรดไอโคซาเพนตาอีโนอิก EPA (Eicosapentaenoic acid) 
(2)กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิก DHA (Docosahexaenoic acid) 

2.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 (Omega-6) อีกหนึ่งกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายจำเป็นต้องรับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น กรดไขมันชนิดนี้เป็น
ส่วนประกอบของผนังเซลล์ มีหน้าที่ส่งผ่านคำสั่งทางเคมีจากสมองสู่ร่างกาย มีผลในแง่บวกต่อในการลดไขมันในเลือด พบมากในน้ำมันพืชหลายชนิด
เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

ประโยชน์ของนํ้ามันปลา
1. ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดระดับความดันโลหิต
2. มี DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการทำงานของระบบความจำ
3. มีส่วนช่วยในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค เช่นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคความจำเสื่อม
4. มีส่วนช่วยในการป้องกันข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ไมเกรน และเบาหวาน
5. มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคไต และโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย
6. ช่วยเพิ่มระดับ HDL (ไขมันชนิดดี) ที่จะช่วยลดระดับ LDL (ไขมันชนิดร้าย) ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพหลอดเลือดและสุขภาพหัวใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

สารต้านอนุมูลอิสระ คือ อะไร

สารต้านอนุมูลอิสระ คือ อะไร
 


 

สารต้านอนุมูลอิสระ คือโมเลกุลของสารที่สามารถจับกับตัวรับและสามารถยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชัน ของโมเลกุลสารอื่นๆได้ ปฏิกิริยาออกซิเดชันเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวเนื่องกับการแลกเปลี่ยน อิเล็กตรอนจากสารหนึ่งไปยังตัวออกซิไดซ์ ปฏิกิรยาดังกล่าวสามารถให้ผลิตภัณฑ์เป็นสารอนุมูลอิสระ (free radical) ซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่และทำลายเซลล์ของร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระจะเข้ายุติปฏิกิริยาลูกโซ่เหล่านี้ด้วยการเข้าจับกับ สารอนุมูลอิสระและยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันโดยถูกออกซิไดซ์ ดังนั้นสารต้านอนุมูลอิสระจึงถือเป็นตัวรีดิวซ์ อาทิ ไธออล กรดแอสคอร์บิก และโพลีฟีนอล
สารต้านอนุมูลอิสระสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคโดย เฉพาะโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมอง (เช่น อัลไซเมอร์) เป็นต้น รวมทั้งช่วยชะลอกระบวนการบางขั้นตอนที่ทำให้เกิดความแก่ โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่มันจะทำอันตราย แต่ถ้ามีการสร้างอนุมูลอิสระเร็ว หรือมากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดทันอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น จะสร้างความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระ
1.) ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ
2.) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตัน
3.) กระตุ้นให้สมองหลั่งสาร Endrophin ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข
4.) เพิ่มภูมิต้านทานของโรคต่างๆ
5.) ชะลอความเสื่อมของเซลล์

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บำรุงสมองและระบบประสาท

บำรุงสมองและระบบประสาท
 

สมองต้องการสารอาหารเพื่อใช้ในการทำงาน ซึ่งความสามารถในการทำงานของสมองเกิดจากการสื่อสารกันระหว่างเซลส์ประสาทในสมอง โดยการสื่อสารเกิดขึ้นได้โดยการอาศัยสารเคมีที่สมองสร้างขึ้นเรียกว่า สารสื่อประสาท ทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลระหว่างเซลส์ประสาทในสมองที่มีอยู่นับล้านๆเซลส์ การสร้างสารสื่อประสาทที่ช่วยเพิ่มการขับเคลื่อนการทำงานของสมอง การควบคุมอารมณ์ การรับประทานอาหาร และการนอนหลับ ส่งผลให้สมองและความคิดทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น สารอาหารเหล่านี้ ได้แก่ DHA /
ARA / Omega 3 / Omega 6 / Lutein / Choline / Taurine / Iron / Zinc /Vitamin B12

อาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาทและสมอง
1.) อาหารทะเล
2.) เครื่องในสัตว์
3.) น้ำมันพืช
4.) ผักใบเขียว
5.) นม
6.) ไข่แดง
7.) ถั่วเหลือง
8.) ตับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สาหร่ายเกลียวทอง

สาหร่ายเกลียวทอง


 

สาหร่ายเกลียวทอง คือ สาหร่ายหลายเซลล์ สีเขียวแกมน้ำเงิน ที่อุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่ เพียบพร้อมด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการย่อยสลาย และดูดซึมง่าย เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีผลข้างเคียงเมื่อรับประทาน ติดต่อกันเป็นเวลานาน สาหร่ายเกลียวทอง หรือเรียกอีกชื่อว่า สาหร่ายสไปรูลิน่า (spirulina) ซึ่งการค้นพบว่าสาหร่ายเกลียวทองมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 18 ชนิด วิตามินบี ธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทและเซลล์สมอง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานนผัก ผลไม้ แม้กระทั้งการออกกำลังกาย ปัจจุบันสาหร่ายเกลียวทองเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และองค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่า สาหร่ายเกลียวมองเป็นอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษและมีคุณค่าทางอาหารไม่มีสารตกค้าง สามารถใช้บริโภคได้อย่างดี มีรายงานผล การวิจัยอย่างมากมายว่าสาหร่ายเกลียวมองสามารถให้ผลดีต่อการบำรุงและเสริมการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากมายซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคสมัยนี้

ประโยชน์ของสาหร่ายเกลียวทอง
1.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
2.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น
3.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
4.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง
5.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยลดกรดและเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร
6.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
7.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยป้องกันการเกิดโรคตับแข็ง
8.) สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยขับล้างสารพิษ โดยเฉพาะพิษจากแอลกอฮอล์

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของประโยชน์บางส่วนของสาหร่ายเกลียวทอง ซึ่งทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากมายในปัจจุบัน แล้วยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ เพราะมีประโยชน์และคุณค่ามากมาย อีกทั้งยังรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย รับประทานง่าย และนี่คือเหตุผลต่างๆนานา ที่ทำให้สาหร่ายเกลียวทองเป็นที่นิยมและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

อ่านบทความเพิ่มเติม

วันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง  ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่                          กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล
เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม      แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบโตโอ้เล็กจนใหญ่                 นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

                                                                                                                        เพลงค่าน้ำนม
                                                                                                                       ไพบูลย์ บุตรขัน

วันแม่แห่งชาติ

       วันแม่ของชาติ เดิมได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุกๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงานวันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ ต่อมาถึง พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ที่จัดงานวันแม่แห่งชาติ

- เทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะแม่ของแผ่นดิน ผทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย
- ให้ผู้เป็นลูกได้สำนึกถึงพระคุณของแม่ และตระหนักถึงหน้าที่ของลูกที่พึงมีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพทั้งกายใจของแม่ให้ครบถ้วนสมบรูณ์
- ให้ผู้ที่เป็นแม่ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของตนที่พึงมีต่อบุตร ธิดา และครอบครัว
- ประกาศเกียรติคุณ และเผยแพร่ให้สงคมได้รับรู้ถึงคุณงามความดีของแม่และลูกที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นแบบอย่างที่ดี สมควรแก่ความชื่นชม ยกย่อง
- รักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติในเรื่องความกตัญญูของลูกที่มีต่อแม่ให้คงอยู่ต่อไป

 

สัญลักษณ์วันแม่

     ดอกมะลิ เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ ซึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย มะลิ เป็นพืชดอก พบได้ในเอเชีย ดอกมีกลิ่นหอมเย็น คนไทยนิยมนำมาลอยน้ำเย็นเพื่อดื่ม

 

กตัญญู กตเวที

กตัญญู หมายถึง เห็นคุณท่าน คือเห็นด้วยใจ ด้วยปัญญา ว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อเราอย่างแท้จริง คุณของพ่อ แม่ดูได้จากการอุปการะเลี้ยงดูเรามา ตามธรรมดาของคนทั่วๆ ไป เมื่อจะอุปการะใครเขาต้องเห็นทางได้ เช่น เห็นหลักทรัพย์ หรือดูนิสัยใจคอ ต่อเมื่อแน่ใจแล้วว่าอุปการคุณของเขาจะไม่สูญเปล่า แต่ที่บิดา มารดา ทำโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มองถึงหลักประกันใดๆ เลย เราเองก็เกิดมาตัวเปล่าไม่มีหลักทรัพย์ ยิ่งนิสัยใจคอแล้วยิ่งรู้ไม่ได้เอาทีเดียว โตขึ้นมาจะเป็นอย่างไร
จะเป็นคนอกตัญญูหรือไม่ ก็ไม่รู้ หนังสือสัญญาระหว่างเรากับท่านก็ไม่มี แต่ท่านก็ทุ่มเทเข้าช่วยเหลือเราจนสุดชีวิต ผู้เป็นลูกจึงควรมองให้เห็นคุณของท่านในข้อนี้

กตเวที หมายถึง การทดแทนพระคุณของท่าน ซึ่งมี 2 ประการ คือ

1.) การประกาศคุณท่าน หมายถึง การทำให้ผู้อื่นรู้ว่า ท่านมีคุณแก่เราอย่างไรบ้าง มากน้อยเพียงใด การประกาศคุณพ่อแม่ที่ดีที่สุดก็คือการประพฤติตนของเรา เพราะเราก็คือตัวแทนของพ่อแม่ทั้งเลือดเนื้อก็แบ่งมาจากท่าน ตลอดจนนิสัยใจคอก็ได้รับการอบรมถ่ายทอดมาจากท่าน ความประพฤติของเรานี่แหละจะเป็นเครื่องประกาศคุณพ่อแม่อย่างดีที่สุด ประกาศคุณความดีของท่านด้วยความดีของตัวเราเองตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ จะทำให้ท่านมีความสุขใจอย่างยิ่ง

2.) การตอบแทนคุณท่าน แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ
2.1) เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ช่วยเหลือกิจการงานของท่านเลี้ยงดูท่านตอนเมื่อยามท่านชรา ดูแลปรนนิบัติการกินอยู่ของท่านให้สะดวกสบายและเอาใจใส่ช่วยเหลือเมื่อท่านเจ็บป่วย
2.2) เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็จัดพิธีศพให้ท่าน และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ

      นี่แหละถึงเรียกว่า "กตัญญู กตเวที" คุณธรรมเบื้องต้นของผู้เป็นลูกทุกคน ที่ต้องพึงปฏิบัติต่อ พ่อ แม่ ในทุกวันนี้ ผู้คนต้องใช้เวลาในชีวิตอย่างเร่งรีบ เวลาส่วนมากในแต่ละวันหมดไปกับการทำงาน หารายได้ เวลาที่จะใช้ชีวิตกับครอบครัว และดูแลตอบแทนคุณพ่อ แม่ นั้นมีน้อยเหลือเกิน ดังนั้นในโอกาสพิเศษอย่างวันแม่แห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2552 นี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งหากจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว กลับไปบ้าน นำพวงมาลัยมะลิไปกราบแม่ รับศีลรับพรอันเป็นมงคลแก่ชีวิต และก็อย่าลืมที่จะพยายามเพิ่มวันแม่ของเราเอง ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแต่วันแม่แห่งชาติ เข้าไปในปฏิทินส่วนตัวปีละอีกหลายๆ วัน กลับไปกราบแม่อีกหลายๆ หน หรือถ้าจะให้ดีที่สุดก็จงทำให้
ทุกวันเป็นวันแม่สำหรับตัวเราเอง...และแม่ของเรา

อ่านบทความเพิ่มเติม