เมนู

แบคทีเรียอยู่ส่วนไหนของร่างกายเราบ้าง ?

รู้ไหมว่า มีอะไรบ้างที่อยู่ในกระเพาะคนเรา ?


โดยปกติในกระเพาะและลำไส้ใหญ่ ของคนเรา จะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ซึ่งจำแนกออกเป็นสองประเภท คือ แบคทีเรียดี และ แบคทีเรียเลว
โดย แบคทีเรียหลักๆจะอาศัยอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ซึ่งจะมีมากสุดในบริเวณลำไส้ใหญ่ตอน ต้นช่วงขา และจะลดน้อยลงเรื่อยๆเมื่อถึงลำไส้ใหญ่ส่วนกลาง
และน้อยสุดในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ในช่วงแรกเกิดในลำไส้ใหญ่ของคนเราจะมีปริมาณแบคทีเรียที่ดีจำนวนมาก และจะลดลงไปตามอายุ
พร้อม กับลำไส้ที่สกปรกมากขึ้น แบคทีเรียที่ดีในท้องจะทำหน้าที่เหมือนทหารในการต่อสู้กับ เชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ
ที่เข้ามาภายในร่างกาย ช่วยทำให้มีสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งจะช่วยลดบ่อเกิดของอาการท้องผูก ท้องอืด ท้องเสีย มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ

สาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียดีของเราน้อยกว่าแบคทีเรียเลว
1.การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี ยาฆ่าแมลง
2.การดื่ม เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์
3.การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ

ประโยชน์ของแบคทีเรียต่อร่างกาย
1. กรดแลคติกที่แบคทีเรียผลิตออกมา จะทำให้สภาวะภายในลำไส้ มีความเป็นกรดมากพอที่จะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค
2. ทำให้ระบบขับถ่ายดี ไม่เกิดการหมักหมมของของเสียในร่างกาย เป็นการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ
3. ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง และกำจัดสารก่อมะเร็งบางชนิด
4. กรดแลคติกจากแบคทีเรีย จะช่วยลดระดับน้ำตาลและโคเลสเตอรอลในเลือด
5. นอกจากนี้ ยังผลิตเอนไซม์แลคเตส ซึ่งช่วยย่อยน้ำตาลในนม ทำให้ท้องไม่อืดจากการดื่มนม และช่วยทำให้การดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น

มาทำความรู้จักกับโปรไบโอติกและพรีไบโอติกกันเถอะ


โปร ไบโอติกส์ คือ ชื่อของแบคทีเรียชนิดที่ดีและมีประโยชน์ ซึ่งอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ของคนเรา ทำหน้าที่ต่อสู้แบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเจ็บป่วยเกี่ยวกับการย่อยอาหาร เช่น ท้องอืดและกลุ่มอาการบีบตัวผิดปกติของกระเพาะและลำไส้ และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆอีก เช่น ความเครียดและการกินยาปฏิชีวนะที่เข้าไปรบกวนจำนวนแบคทีเรียที่มีประโยชน์ใน ตัว ส่วน พรีไบโอติกส์ คือ ส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารแต่ทำให้กระตุ้นการเจริญของ แบคทีเรีย บางชนิดในลำไส้ใหญ่ หรือเรียกง่ายๆว่า พรีไบโอติกส์เป็นอาหารสำหรับโปรไบโอติกส์ พบในอาหารประเภทแป้งที่ลำไส้เล็กไม่สามารถได้

คุณสามารถเพิ่ม โปรไบโอติก ได้ด้วย 3 วิธีง่ายๆนี้
1. ทานอาหารที่ช่วยให้ โปรไบโอติกเติบโต โดยการรับประทานอาหารจำพวก ชีสต์ ,โยเกิร์ต
2. ลดความเครียด จาก การวิจัยพบว่า ภาวะความเครียดเรื้อรัง ซึ่งทำให้เกิดโรคลำไส้ระคายเคือง และในที่สุดก็ทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบ การลดความเครียดจะช่วยให้แบคทีเรียโปรไบโอติก ที่มีประโยชน์นั้นเจริญเติบโตขึ้นและสามารถช่วยกำจัดสิวที่ลุกลามได้อีกด้วย
3. รับประทาน โปรไบโอติก ในปริมาณที่พอเหมาะ เภสัชกร และผู้ให้คำแนะนำการใช้อาหารเสริม สนับสนุนคำกล่าวของ Dr.Author Presser ว่าแบคทีเรียที่จำเป็นต่อลำไส้คือ Bifidobacteria, Lactobacillus Acidophilus, Rhamnosus, Plantrarum, Bulgaricus, Streptococcus Faecium และ Streptococcus Thermophilus ซึ่ง Dr.Presser แนะนำให้รับประทานอาหารเสริม Probiotic ที่มีส่วนประกอบของแบคทีเรียทั้งเจ็ดนี้ ในหนังสือของเขา" The Nature Pharmacist’s Vitamin Primer" ด๊อกเตอร์ชี้ให้ดูที่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ FOS, Fructooligosacchrides ด๊อกเตอร์อธิบายเกี่ยวกับ FOS ว่าเป็นน้ำตาลที่พบได้ในผลไม้, ผัก และธัญพืช

รู้ไหมว่า? การรับประทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว ควบคู่กับ FOS จะช่วยทำให้ลำไส้ของเราสะอาดได้มากขึ้น เพราะสารอาหารในฟอสจะช่วยเลี้ยงให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของโสมเกาหลีสกัด

ประโยชน์ของโสมเกาหลีสกัด

โสม เป็นยาอายุวัฒนะที่ใช้กันมากในตำราแพทย์แผนจีนแบบดั้งเดิมมานับพันปี เพราะสามารถบำรุงร่างกายและรักษาโรคได้สารพัด โสมเป็นพืชยืนต้นที่มีรากขนาดใหญ่ มักมีรูปร่างเหมือนคน สามารถนำมาใช้ได้ทั้งรากหัว รากกกิ่ง รากฝอย ใบ ดอก และผล แต่คนนิยมนำรากมาใช้ รากโสม มีฤทธิ์อุ่น มีกลิ่นหอมเล็กน้อย รสหวานอมขม
 

หลายคนคงรู้ว่า เกาหลีเป็นประเทศที่ส่งออกโสมมากที่สุด โดย โสมเกาหลี แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ โสมขาวและโสมแดง โสมขาว เป็นโสมที่มีการใช้รากแห้ง โดยใช้การตากแดด ส่วน โสมแดง ใช้ การอบด้วยไอน้ำ ก่อนทำให้แห้ง โสมแดงจึงมีคุณภาพดีกว่าและแพงกว่าโสมขาว โสมเกาหลี นั้น รับประทานได้ไม่จำกัดช่วงเวลา เนื่องจากไม่ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง แต่คนเกาหลี นอกจากจะรับประทานโสมเพื่อสุขภาพแล้ว ยังรับประทานเพื่อความอบอุ่น แต่เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ดังนั้นการรับประทานโสม จึงมีข้อจำกัดที่ต่างออกไปเล็กน้อย แล้วแต่ความสะดวก ความชอบของแต่ละบุคคล แต่ที่นิยม มักผสมเจือจางผสมในน้ำสะอาดเพื่อสำหรับดื่ม

จากการวิจัยศึกษาทดลองพบว่าใน โสมเกาหลี มีสารประกอบต่างๆ เช่น   Saponin (ซาโปนิน), Malphenol ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์มากมาย อาทิ ช่วยบำรุงเลือด ทำให้ไหลเวียนได้ดี สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ลดอาการอ่อนเพลีย อาการเครียด สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศในชาย ช่วยปรับระดับฮอร์โมน phytoestrogen ให้สมดุล เพื่อลดอาการวูบวาบและอาการอื่นๆ ในสตรีหมดประจำเดือน ทำให้นอนหลับสนิท ช่วยในการสลายลิ่มเลือด กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน  และลดการสะสมของไขมันในเลือด ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายทำงานได้สมบูรณ์ การวิจัยศึกษาและทดลองคุณสมบัติของโสมที่มีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ยังมีการ ดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

โสมกับโรคภัยซึ่งเป็นสรรพคุณทางยา

  • คนจีนถือเป็นยาอายุวัฒนะที่วิเศษที่สุด แก้โรคได้สารพัด ที่ทำให้อายุยืนยาวอุดมไปด้วยวิตามิน
  • โรคกระเพาะอาหาร งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าโสมช่วยรักษาและยับยั้ง ไม่ให้เกิดการลุกลามของอาการกระเพาะอักเสบได้เป็นอย่างดี
  • โรคมะเร็ง สารบางอย่างที่มีอยู่ใน โสมเกาหลี นั้นสามารถกำจัดและทำลาย พิษรวมไปถึงสิ่งแปลกปลอมที่จะทำให้เซลล์เจริญเติบโตอย่างผิดปรกติได้ ได้มีการนำเอา โสมเกาหลี มาทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ถึงแม้จะไม่ทำให้หายขาดแต่ก็ช่วยยืดระยะเวลาให้ผู้ป่วยได้
  • ไข้หวัด โสมเกาหลี มีส่วนช่วยฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพในการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติของร่างกาย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็จะต้องดูแลตัวเองควบคู่กันไปด้วย
  • ปอดอักเสบ โสมช่วยป้องกันสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ด้วยการตัดโอกาสไม่ให้เชื้อโรคลามลงปอดได้
  • ตับอักเสบโสมมีสรรพคุณช่วยกำจัดสารพิษและแอลกอฮอล์ที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดได้เป็นอย่างดี
  • คอเรสเตอรอลสารโปซานินในโสมมีส่วนช่วยในการกำจัดโคเรสเตอรอล ส่งผลให้ปริมาณคอเรสเตอรอลดีเพิ่มมากขึ้นด้วย
  • ลิ่มเลือด โสมเกาหลี ช่วยในการสลายลิ่มเลือด,ลดไขมันในเลือด แลยังช่วยป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดเกาะตัวกัน
  • เบาหวาน โสมเกาหลี สามารถกระตุ้นให้ตับอ่อน สร้างอินซูลินได้ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในภาวะสมดุล
  • โลหิตจาง โสมเกาหลี ช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดได้ดีขึ้น สร้างสารเม็ดสีในเม็ดเลือดแดง
  • ความดันต่ำโสมเกาหลี ทำให้เจริญอาหารมากขึ้น หลับได้นาน อาการปวดเมื่อยต่างๆบรรเทาหายไป และทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น
  • ความเมื่อยล้า สารโปซานิน จะช่วยบรรเทาความเมื่อยล้า ช่วยทำให้ผ่อนคลายทั้งจิตใจและกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยมีกำลังวังชา
  • เสื่อมสมรรถทางเพศโสมเกาหลี จะเข้าไปบำรุงระบบไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น และช่วยเพิ่มปริมาณอสุจิ นอกจากเพิ่มจำนวนแล้วยังทำให้อสุจิแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ดี
  • ยาอายุวัฒนะในวัยทอง โสมเกาหลี จะช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น ขจัดความรู้สึกซึมเศร้า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์อวัยวะและชลอไม่ให้เสื่อมสภาพ หรือที่เรียกว่ามีฤทธิ์ชะลอความแก่ สารสกัดจากโสมมีฤทธิ์เป็น antioxidant ต้านการเกิด free radicals ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์แก่เร็ว

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

คลายกังวล "นกเขาไม่ขัน"

คลายกังวล "นกเขาไม่ขัน"


การไม่ยอมแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากถึง 30 % ในหนุ่มไทย ชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัว โดยมีถึงสองในสามที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงรุนแรง มีผู้กำลังเผชิญกับโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มากกว่า 3 ล้านคน
 


       

ผู้ชายที่ตกอกตกใจกับสภาวะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ความต้องการทางเพศ หรือความสนใจทางเพศลดลง การหลั่งน้ำอสุจิผิดปกติ การหลั่งเร็ว หรือหลั่งช้าผิดปกติ เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จนไม่สามารถคงความแข็งตัวขององคชาตเพื่อใช้งานได้
ปัญหาสำคัญในการเริ่มต้นแก้ไขนั่นก็คือ อย่าอายที่จะนำปัญหาดังกล่าวมาพบแพทย์ หรือไม่ควรคิดว่าไม่มีทางในการรักษา และสุดท้ายก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา ซึ่งหากพูดถึงกลุ่มปัญหาข้างต้น เราจะเรียกกลุ่มโรคนี้ว่า "โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ" 
          ปัญหาทั้งหมดนี้ มักเกิดขึ้นได้ในผู้ชายทั่วโลก ส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาก็มักเขินอายที่จะไปพบแพทย์ ต้องบอกก่อนว่า ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดซ้ำซ้อนกันได้ เพราะบางรายอาจมีปัญหามากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน แต่ข่าวดีคือปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ และจะช่วยให้ผู้ชายและคู่สมรส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขมากขึ้น ผลจากการสำรวจชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปที่มีปัญหา(ED) การไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่ โรคเบาหวาน-Diabetes มีโอกาสเกิด (ED) 70-75% โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง Hypertension มีโอกาสเกิด (ED) 80-85% โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ Cardiovascular disease มีโอกาสเกิด (ED) 95-100%

          ถ้าหากตรวจพบว่าถ้าป่วยเป็นโรคทางกาย หมอจะรักษาโรคที่นั้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การดื่มเหล้ามากเกินไป การกินยาลดความดันบางชนิด ซึ่งเมื่อหมอได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว ปัญหาเรื่องการแข็งตัวน่าจะหมดไป


 

สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีสาเหตุหลายประการที่เป็นไปได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
          ปัจจัยทางด้านร่างกาย เช่น เลือดไหลเข้าในองคชาตไม่เพียงพอ มีหลายภาวะที่ลดการไหลของเลือด ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยคือ เส้นเลือดขอดหรืออุดตัน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด และการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว สาเหตุต่อมาคือ องคชาตไม่สามารถเก็บเลือดไว้ได้ในระหว่างการแข็งตัว สาเหตุเกิดจากเส้นเลือดดำรั่ว ทำให้ไม่สามารถคงการแข็งตัวได้ ภาวะนี้เกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ อีกสาเหตุหนึ่งที่พบคือ การส่งข่าวของเส้นประสาทจากสมองหรือไขสันหลังไม่สามารถส่งมายังองคชาตได้ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคพาร์กินสัน อาจเป็นสาเหตุของปัญหานี้ การบาดเจ็บหรือการผ่าตัดบริเวณเชิงกรานก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำลายเส้นประสาท ที่มาเลี้ยงองคชาตได้เช่นกัน ในทางกลับกัน ถ้าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังและกินอาหารอย่างเหมาะสม ตลอดจนกินยา อย่างถูกต้องตามเวลา (ในกรณีที่มีโรคประจำตัว) ย่อมจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น ฤทธิ์ของยา ไม่ว่าจะเป็นยาลดความดัน ยาคลายเครียด ยารักษาภาวะซึมเศร้า ล้วนแต่ลดความต้องการ ความเครียด ไม่ว่าจะมาจากเรื่องใด เรื่องแฟน เรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องเศรษฐกิจ ก็ล้วนแต่ลดความต้องการทางเพศลงได้ทั้งสิ้น
          อีกสิ่งหนึ่งที่จะแนะนำก็คือ คนใกล้ชิดหรือคู่สมรส ควรรับรู้ปัญหาร่วมกัน เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน คู่ชีวิตจึงควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ต้องไม่ทิ้งปัญหาไว้แก้แต่เพียงผู้เดียว ให้ระลึกว่าปัญหาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นสิ่งที่รักษาได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของโสมไซบีเรียสกัด

ประโยชน์ของโสมไซบีเรียสกัด

โสมไซบีเรีย (Siberian Ginseng) หรือ “ อีลิวเธโร ” เป็นสมุนไพรที่เด่นๆ เรื่องการช่วยเพิ่มพลังงานและความมีชีวิตชีวาให้แก่ร่างกาย ต้นโสมไซบีเรีย ก็มีลักษณะคล้ายโสมเกาหลี แต่นิยมปลูกกันในประเทศประเทศรัสเซีย หรือไซบีเรีย จึงเรียกว่า โสมไซบีเรีย ซึ่งมีสารสำคัญที่ชื่อว่า อีลิวเธโรไซด์ ช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคหวัด และการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสี การฉายแสง และการใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง  ทำให้ร่างกายขับสารพิษออกมา ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับร่างกาย โสมไซบีเรียใช้เป็นสมุนไพรทดแทน "ไวอากร้า"

โสมไซบีเรีย ถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนโสมจีนหรือโสมเกาหลี ซึ่งหายากและมีราคาแพงมากขึ้น จึงเริ่มมีการนำโสมไซบีเรียไปใช้ทดแทนโดยมีการเผยแพร่และเพาะปลูกนอกเขตไท ก้าทั้งยังมีการส่งเสริมการเพาะปลูกในสหรัฐอเมริกาแคนาดา และยุโรป จากการศึกษาวิจัยด้านฤทธิ์และสรรพคุณของโสมไซบีเรียในทางวิทยาศาสตร์การ แพทย์พบว่า โสมกลุ่มนี้มีสรรพคุณแตกต่างจากโสมเกาหลี เหตุนี้เองที่ทำให้ผลิตภัณฑ์โสมไซบีเรียได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรชนิดใหม่

 

สรรพคุณทางยาของโสมไซบีเรีย

- ผลิตสารไนตริกอ็อกไซด์ (nitric oxide, NO) และวาโซแอกทีฟโพลีเพ็ทไทด์ (vasoactive polypeptide) เพื่อส่งตามต่อมไร้ท่อไปที่อัณฑะ
- สารไนตริก ออกไซด์ (NO) เป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้น เพื่อกระตุ้นให้หลอดเลือดแดงคลายตัว และขยายตัวเพิ่มขึ้น เลือดสามารถไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ความดันเลือดก็ลดลง ส่งผลให้หัวใจทำงานได้อย่างสบายขึ้น สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงระบบอวัยวะสืบพันธุ์ได้มากขึ้น ผู้ชายก็จะทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้เร็ว และนานขึ้น
- เป็นตัวกระตุ้นให้เลือดในร่างกายไหลเวียน ไปเลี้ยงอวัยวะตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น รวมทั้ง การไหลเวียนของเลือดบริเวณอวัยวะเพศด้วย
- ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศคุณผู้ชาย ลดอาการหลั่งเร็วในเพศชาย
- ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับอสุจิ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของตังถั่งเช่า

ประโยชน์ของตั่งถั่งเช่า
 

"หน้าหนาวเป็นหนอน หน้าร้อนเป็นหญ้า"
 

ตั่งถั่งเช่า เป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่ฟังแค่ชื่ออาจจะเหมือนกับสมุนไพรจีนทั่วๆ ไป แต่ถ้าใครได้ฟังเรื่องเล่าของสมุนไพรชนิดนี้ผ่านหูมาบ้างแล้ว ว่ามีสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่ตอนฤดูหนาวจะเป็นตัวหนอน แต่พอฤดูร้อนตัวหนอนนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นหญ้า บางคนฟังอาจจะรู้สึกตกใจ หรืออาจจะคิดว่าคนที่เล่าให้ฟังโกหก หรืองมงาย ไปเอามาจากไหน ความจริงตังถั่งเช่า หรือ ตังถั่งแห่เช่า แปลตรงๆเป็นภาษาไทยว่า หน้าหนาวเป็นหนอน หน้าร้อนเป็นหญ้าหรือที่คนไทยเราเรียกว่า“หญ้าหนอน”นั่นเองหญ้าหนอนเจริญเติบโตอยู่บนพื้นหญ้าราบสูงเหนือระดับน้้าทะเล 3,000 - 5,000เมตร พบบริเวณที่ราบสูงทิเบต มณฑลเสฉวน ยูนาน กานซู่ในช่วงฤดูร้อนมีผีเสื้อชนิดหนึ่งวางไข่ไว้บนดิน พอไข่แตกเป็นตัวอ่อน ตัวหนอนก็มุดลงดิน และถูกสปอร์ของราชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าCordycepssinensis (Berk.) Saec.สอดแทรกเข้าไปในตัวหนอนซึ่งเป็นช่วงเวลาของฤดูหนาว ตัวหนอนถูกราอาศัยเป็นปรสิต ก็ค่อยๆ ตายไป เหลือเพียงซาก

สรรพคุณของตั่งถั่งเช่า

  • ฟื้นฟูสมรรถนะของไต ช่วยบรรเทาอาการและรักษา ไตอักเสบ นิ่วในไต เสริมภูมิต้านทานให้กับผู้ป่วยโรคไต
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ ให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
  • ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกาย ลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย
  • ช่วยบรรเทาอาการ และรักษาโรคภูมิแพ้ ให้ร่างกายมีความสมดุล
  • สำหรับผู้ที่มีบุตรยาก ตังถั่งเช่า จะเติมเต็มน้ำอสุจิและไขกระดูก
  • เพิ่มประสิทธิภาพของปอด และหลอดลม
  • ช่วยบรรเทาอาการ และรักษาโรคต่อมลูกหมาก
  • ช่วยบรรเทาอาการ และรักษาอาการอ่อนเพลีย ปวดเอว
  • ปรับสมดุลของความดันโลหิตในร่างกาย
  • กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนต่อมหมวกไต ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญกับร่างกายอย่างมาก

อ่านบทความเพิ่มเติม

แอล-อาร์จีนิน อาหารเพื่อสุขภาพเพศชาย

แอล-อาร์จีนิน อาหารเพื่อสุขภาพเพศชาย

แอล-อาร์จินีน เป็นกรดอะมิโนจำเป็นตัวหนึ่งที่ร่างกายต้องการ เป็นสารตั้งต้นในการสร้างไนตริคอ๊อกไซด์ ( Nitric Oxide ) ซึ่งมีผลในการทำให้หลอดเลือดขยายตัว (Blood Vessel Dilate) ส่งผลให้อวัยวะต่างๆสามารถรับออกซิเจน จากเลือดได้มากขึ้น บำรุงสุขภาพสำหรับท่านชายบำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรงสำหรับท่านชาย  ซึ่งพบว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นในเรื่องสุขภาพทางเพศทั้งในชายและหญิง L-Arginine หากมีปริมาณต่ำจะทำให้ประสิทธิภาพทางเพศและความต้องการทางเพศลดลง L-Arginine ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตเข้าสู่ระบบและปรับปรุงความไวต่อความรู้สึกของ เซลล์ ซึ่งนำมาซึ่งความรู้สึกที่ดี นอกจากนั้นยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้น Human Growth Hormone (HGH) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า L-Arginine ช่วยเพิ่มโกรทฮอร์โมนได้ถึง 300 % สามารถรับประทานได้ทั้งท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี

 

หลักการทำงานของ L-Argining

1.) L-Argining จะเข้าไปกระตุ้น ต่อมใต้สมองให้หลั่ง Human Growth Hormone ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของความเป็นหนุ่มสาว เนื่องจากร่างคนเราที่อยู่ในช่วงวัยเด็กจนถึงอายุ 22 ปี Growth Hormone จะถูกหลั่งออกมาในปริมาณมาก เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโต แต่หลังจากอายุ 22 ปีขึ้นไป  Growth Hormone จะหลั่งออกมาน้อยลง ซึ่งเจ้า Growth Hormone นี้เอง ที่คอยซ่อมแซมและกระตุ้นกระบวนการต่างๆของร่างกาย และเสริมสร้างร่างกายให้สมบรูณ์แข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้น Growth Hormone จะลดน้อยลง ทำให้ร่างกายของเราเสื่อมลงเรื่อยๆ ถ้าเราได้รับบาดเจ็บประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกายจะน้อยลง Growth Hormone ยังมีบทบาทสำคัญอีกอย่างคือ จะถูกตับเปลี่ยนเป็นสาร IGF-1 ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
2.) L-Argining จะทำให้เกิดไนตริกออกไซด์ (No) ในหลอดเลือด ซึ่งไนตริกออกไซด์จะเกิดในหลอดเลือดประมาณ 15 วินาที ทำหน้าที่ทำความสะอาดหลอดเลือด ไขมันที่เกาะหรืออุดตันในผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการรักษาโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน และความดัน กระตุ้นให้ร่างกายสร้างโคเอนไซม์คิว 10 เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจให้สมบรูณ์แข็งแรง รวมทั้งทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง L-Arining ยังนำมาใช้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย


ประโยชน์ของแอล-อาร์จีนิน

- กระตุ้นการหลั่ง Human Growth Hormone (HGH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตของร่างกาย(ซึ่งร่างกายก็ จะได้ประโยชน์จากโกรทฮอร์โมนอีกหลายอย่าง เช่น ช่วยให้มีพลังงานตลอดวัน ดูหนุ่มดูสาว สดชื่น แข็งแรง)
- เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนต่างๆอีกหลายชนิด
- ลดและควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ
- ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- ช่วยเยียวยา รักษาเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น
- กล้ามเนื้อแข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย
- เป็นสารตั้งต้น ในการสร้าง Nitric Oxide ซึ่งจะช่วยเรื่องการไหลเวียนและการสูบฉีดโลหิตของร่างกายโดยการเพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือด และกล้ามเนื้อจะรับสารอาหารและออกซิเจนได้มากขึ้น
- ช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศที่ดี เพิ่มสมรรถภาพทางเพศชาย เพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิ ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับคู่รัก

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของใบแป๊ะก๊วย

ประโยชน์ของใบแป๊ะก๊วย
 


 

แปะก๊วย (อังกฤษ : Ginkgo) ป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดจากทาง ตะวันออกของประเทศจีน (แถบภูเขาด้านตะวันตกของนครเซี่ยงไฮ้) ใบมีลักษณะคล้ายใบพัด แปะก๊วยเป็นพืชที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 270 ล้านปีก่อน ถือกำเนิดขึ้นในยุคเพอร์เมียน เมื่อประมาณ 290 ล้านปีมาแล้ว และมีชีวิตต่อมาในมหายุคมีโซโซอิก ในสมัยเดียวกับไดโนเสาร์ จึงเป็นอาหารของไดโนเสาร์กินพืช สำหรับชื่อตามความหมายแปลว่า "ลูกไม้สีเงิน" ซึ่งดั้งเดิม ในภาษาจีนเรียกว่าต้น "หยาเจียว" ซึ่งแปลว่า ตีนเป็ด จากลักษณะใบ (นกเป็ดน้ำเป็นสัญลักษณ์ดีหมายถึงความรักของในจีน และในญี่ปุ่น) ต่อมามีการเรียกชื่อผลของมันว่าลูกไม้สีเงิน หรือ ลูกไม้สีขาว เนื่องจากผลจะมีสีเงิน และ สีขาวส่วนภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า อิโจว มีรากจากคำว่าตีนเป็ด หรือ คินนัน ซึ่งมีรากความหมายคล้ายกับในภาษาจีนคือลูกไม้สีเงิน สำหรับในภาษาอังกฤษก็นิยมเรียกว่า กิงโกะ หรือ ต้นเมเดนแฮร์ หรือ ต้นขนนิ่ม (maidenhair tree) ซึ่งสันนิฐานว่ามาจากรูปทรงของใบที่เหมือนกันใบของเฟิร์นที่มีขนนิ่มชื่อเดียวกัน หรือ เรียกว่า ต้นสี่สิบมงกุฏทอง (หมายถึงว่ามีราคาแพง) ของชาวฝรั่งเศส ส่วนชื่ออื่น ๆ ที่มีผู้เรียกได้แก่ ต้นไม้แห่งความหวัง แพนด้าแห่งอาณาจักรพืช ต้นไม้อิสรภาพ เมื่อพูดถึง "แปะก๊วย" คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักเม็ดสีเหลือง ๆ ที่ใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวานหลาย ๆ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นบะจ่าง แปะก๊วยนมสด แปะก๊วยต้มน้ำตาล ฯลฯ มากกว่า "ใบแปะก๊วย" ซึ่งมีหลายคนบอกว่า จริง ๆ แล้ว "ใบแปะก๊วย" นี่แหละที่มีประโยชน์มากกว่าผลแปะก๊วยเสียอีก

สรรพคุณของใบแป๊ะก๊วย

  • แปะก๊วย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ginkgo flavoneglycosides ลักษณะใบของมันจะแยกเป็นแฉกคล้ายกังหันลม เมื่อนำมาสกัดด้วยตัวทำละลายพบว่ามีสารสกัดสำคัญ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มฟลาโวน (Flavonoids) ทำหน้าที่ต้านการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ส่วนที่เหลืออีกสองกลุ่มเป็นน้ำมันจากใบแปะก๊วย คือ bilobalides และ ginkgolides สารทั้งสองตัวนี้มีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย คือ ป้องกันโรคความจำเสื่อม (โรคสมองฝ่อ) โดยเป็นตัวเสริมสร้างการ ส่งสัญญาณในระบบสมอง ช่วยระบบหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดแผลเรื้องรังโดยเฉพาะในกลุ่มของคนที่เป็นโรค เบาหวาน และช่วยบรรเทาอาการชาตามปลายนิ้วมือและเท้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในบริเวณตา ป้องกันการ เกิดโรคเบาหวานขึ้นตาได้
  • สารที่สกัดได้จากใบแปะก๊วยมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free radical) ในบริเวณตา ป้องกันจอตาเสื่อมจากเบาหวานหรือ "ภาวะเบาหวานขึ้นตา" จากการทดลองพบว่าหากให้ผู้ป่วยเบาหวาน และมีอาการทางตา เช่น การรับสีผิดเพี้ยนไป กินสารสกัดแปะก๊วยนาน 6 เดือน ปัญหาการมองเห็นสีดีขึ้น
  • ใบแปะก๊วยยังทำหน้าที่ป้องกันสารอนุมูลอิสระ ช่วยบรรเทาโรค ลดภาวะต่างๆที่มักพบได้ในคนชรา มีประโยชน์ในการรักษาโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ รวมทั้งอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือน และภาวะหลังหมดประจำเดือนอีกด้วย เกี่ยวกับภาวะบกพร่องของสมองในส่วนซีรีบรัมนั้น ในประเทศเยอรมนีมีการนำสารสกัดจากใบแปะก๊วยที่เรียกว่า กิงโกไบโลบา มาใช้บำรุงผู้ป่วยที่บกพร่องในโรคนี้ ซึ่งในปี 1980
  • มีการทดลองกับผู้ป่วยที่มีอาการบกพร่องเรื้อรังของสมองส่วนซีรีบรัมและหลอด เลือดพบว่า ใบแปะก๊วยช่วยให้มีการพัฒนาการทางความจำ ความคิด นอนหลับได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้นในสหรัฐอเมริกาใบแปะก๊วยก็ถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อเป็นยารักษาอาการดังกล่าวโดยมีการทดลองในปี 1994 ทดลองให้ใบแปะก๊วยกับกลุ่มผู้ป่วยอัลไซเมอร์ พบว่าผู้ป่วยมีความจำและสมาธิได้ดีขึ้น
  • สำหรับผู้ป่วยที่มีสภาวะทางจิตก็พบว่ามีความจำและสมาธิดีขึ้นเช่นกันเมื่อ รับประทานใบแปะก๊วยเข้าไป นอกจากนี้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ใบแปะก๊วยก็ยังช่วยให้มีความเร็วในการตอบสนองทางดวงตามากขึ้น โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปรกติของเส้นเลือดดำนั้น มีการทดลองขึ้นในปี 1998 โดยให้ผู้มีอาการปวดหลังจากการเดิน รับประทานแล้วพบว่าใบแปะก๊วยมีส่วนช่วยลดอาการปวดได้จริง ทั้งยังทำให้เดินได้ระยะทางไกลขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงยังมีการทดลองพบว่าใบแปะก๊วยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเพื่อเข้า ไปเลี้ยงแขนขาได้ดีขึ้นอย่างมาก
  • ส่วนที่เกี่ยวกับสภาวะการหายใจนั้น ในปี 1996 ได้มีการทดลองพบว่าใบแปะก๊วยมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันผู้ที่มีอาการ AMS (Asthma & Acute Mountain Sickness) หรือภาวการณ์ผิดปรกติของการหายใจขณะขึ้นสู่ที่สูงได้ ส่วนคนในกลุ่มคนที่ประสบปัญหาหูอื้ออยู่เป็นประจำ การรับประทานอาหารใบแปะก๊วยยังช่วยลดภาวะหูอื้อลงได้อีกด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของเลซิติน

ประโยชน์ของเลซิติน

 


เลซิติน  เป็นส่วนประกอบของเยื่อบุเซลล์ทั้งในพืชและในสัตว์ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญ ของเซล์ทั่วไปรวมทั้งเซลล์ประสาทในไขสันหลังและสมอง เลซิตินมีประโยชน์ ในการช่วยบำรุงสมอง ช่วยสื่อประสาท ช่วยเพิ่มความจำให้สมอง ช่วยการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท   ชะลอความแก่    และมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวในการทำละลายระหว่าง  น้ำกับ  ไขมันอย่างคลอเรสเตอรอลได้ง่าย และยังช่วยละลายนิ่วในถุงน้ำดีที่เกิดจากการจับตัวของคลอเรสเตอรอล และยังทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล ทำให้ผิวหนังดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันไปใช้ในร่างกายได้ดีขึ้น เลซิตินสามารถแก้ไขปัญหาความผิดปกติภายในสมองได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ บำรุงร่างกาย  นอกเหนือจากนี้ โคลีนในเลซิตินยังช่วยควบคุมปริมาณฮอร์โมนวาโซเพรสซิน (vasopressin) หรือแอนติไดยูเรติก ฮอร์โมน (antidiuretic hormone) ที่ช่วยขับปัสสาวะ ควบคุมความดันโลหิต และความเข้มข้นของสารต่างๆ ในกระแสเลือดได้อีกด้วย

ประโยชน์ของเลซิติน

1.) บำรุงสมองและป้องกันภาวะความผิดปกติของระบบประสาท
2.) ลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี และเสริมสร้างการทำงานของตับ
3.) ลดภาวะไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง
4.) ช่วยลดอาการของโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ
5.) มีการเรียนรู้ดีขึ้น เกิดการสร้างความทรงจำ
6.) ช่วยควบคุมปริมาณฮอร์โมนที่ช่วยขับปัสสาวะ
7.) ควบคุมความดันโลหิต และความเข้มข้นของสารต่างๆ ในกระแสเลือด
8.) ช่วยเพิ่มกลไกการสร้างน้ำดีจากโคเลสเตอรอล

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของผลไม้ฮาร์วธอน

ประโยชน์ของผลไม้ฮาร์วธอน

นานมาแล้ว ฮาร์วธอนได้นำมาเป็นยาสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่มันถูกนำมาใช้เป็นยาชูกำลังในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของ มันถูกนำมาใช้ในขณะนี้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ฮาร์วธอน ครั้งหนึ่งเคยใช้ในการรักษาโรคนิ่วในไตเป็นถุงหิน นอกจากนั้นยังใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ในปัจจุบันการวิจัยได้พิสูจน์ ฮาร์วธอน จะมีคุณค่ามากขึ้นเป็นสมุนไพรในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดมีปัญหาและส่งเสริมสุขภาพหัวใจ มันทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดที่จะไปถึงกล้ามเนื้อของหัวใจ ฮาร์วธอน ยังสามารถช่วยลดการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งเป็นกล้ามเนื้อกระตุกของหลอดเลือด ฮาร์วธอน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการปรับปรุงผนังของกล้ามเนื้อเรียบของส่วนที่เหลือของระบบไหลเวียนเลือดได้เป็นอย่างดี ความดันโลหิตนอกจากนี้ยังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยใช้ ฮาร์วธอน ไม่ว่าคุณจะทนทุกข์ทรมานจากความดันโลหิตสูงหรือต่ำ ฮาร์วธอน สามารถช่วยให้ร่างกายของคุณควบคุมความดันโลหิตและส่งกลับมาสู่ภาวะปกติ

การศึกษาทางการแพทย์ที่มีการควบคุมในยุโรปแสดงให้เห็นว่า ฮาร์วธอน ลดความดันโลหิตและลดความเครียดในหัวใจโดยการขยายหลอดเลือดออกมาจากหัวใจที่ แข็งแกร่งของกล้ามเนื้อหัวใจโดยการเพิ่มการเผาผลาญอาหารของเอนไซม์ในกล้าม เนื้อหัวใจได้แรงหนุนจากการใช้ออกซิเจนโดย หัวใจและพองเล็กน้อยเส้นเลือดหัวใจตีบ เกือบทั้งหมดที่ผู้ป่วยหัวใจให้ ฮาร์วธอน แสดงการปรับปรุง ฮาร์วธอน ปกติและการปรับปรุงการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตไม่มีผลข้างเคียง

ประโชยน์ของฮาร์วธอน
1.) ลดความดันโลหิต
2.) ลดความเครียดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
3.) ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ
4.) ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
5.) ช่วยรักษาสมดุลร่างกาย

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของสังกะสี

ประโยชน์ของสังกะสี

สังกะสี จัดเป็นแร่ธาตุในกลุ่มแร่ธาตุปริมาณน้อย (Trace Minerals) มีชื่ออีกอย่างว่า ซิงค์ (Zinc) สัญลักษณ์ทางเคมี คือ Zn ประมาณร้อยละ 90 ของสังกะสี ในร่างกายอยู่ที่กระดูกและกล้ามเนื้อ อีกร้อยละ 10 อยู่ที่ ตับอ่อน ตับ เลือด โดยส่วนที่อยู่ในเม็ดเลือดนั้น ร้อยละ 80 อยู่ในเม็ดเลือดแดง และร้อยละ 20 อยู่ในน้ำเลือด ส่วนใหญ่ของ สังกะสี ที่รับประทานเข้าไปจะถูกขับถ่ายออกทางอุจจาระ ซึ่งเป็นผลรวมของ สังกะสี ที่บริโภคเข้าไปแล้วไม่ถูกดูดซึมจากน้ำย่อยของลำไส้เล็ก นอกจากนี้ร่างกายยังขับถ่าย สังกะสี ออกทางปัสสาวะโดยจับกับ กรดอะมิโน ได้อีกด้วย ซึ่งในคนปกติจะขับถ่าย สังกะสี ออกประมาณวันละ 300 – 600 ไมโครกรัม

อาหารที่มีสังกะสีสูง 10 ชนิด
1.) หอยนางรม
2.) จมูกข้าว
3.) ตับลูกวัว
4.) แป้งงาและเนยงา
5.) เนื้อวัวไม่ติดมันย่าง
6.) เมล็ดฟักทอง
7.) เมล็ดแตงโม
8.) ผงโกโก้ หรือช๊อคโกแลต
9.) เนื้อลูกแกะ
10) .ถั่วลิสง

ประโยชน์ของสังกะสี
1.) สังกะสี เป็นส่วนหนึ่งของเอ็นไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส (Alcohol Dehydrogenase) ซึ่งเอ็นไซม์นี้มีหน้าที่ในการกำจัดแอลกอฮอล์ ซึ่งถือเป็นสารพิษในตับ (Liver)
2.) สังกะสี ร่วมทำงานกับ เอ็นไซม์ แลคเตตและมาเลตดีไฮโดรจีเนส (Latate and Malate Dehydrogenase) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ร่างกายใช้ในขบวนการสร้างกำลังงาน
3.) สังกะสี มีส่วนร่วมทำงานกับเอ็นไซม์ อัลคาไลน์ ฟอสฟาเตส (Alkaline Phosphatase) ซึ่งจำเป็นในขบวนการสร้างกระดูกและฟัน
4.) สังกะสี เป็นส่วนหนึ่งของเอ็นไซม์ซูเปอร์อ๊อกไซด์ ดิสมิวเทส (Superoxide Dismutase; SOD) ซึ่งเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Potent Anti-oxidants) ที่มีอยู่ในร่างกาย
5.) สังกะสี เป็นส่วนหนึ่งของเอ็นไซม์ คาร์บอร์นิคแอนไฮเดรส (Carbonic Anhydrase) ซึ่งพบว่าเอ็นไซม์นี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานอย่างสมดุลของระบบประสาท สมอง
6.) สังกะสี จำเป็นสำหรับการสังเคราะห์โปรตีนและสร้าง คอลลาเจน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของเด็ก
7.) สังกะสี ช่วยให้เซลล์สามารถจับกับวิตามิน เอ (Vitamin A) ไว้ได้ดีขึ้น และช่วยให้เซลล์สามารถนำเอาวิตามินเอไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งช่วยทำให้เซลล์ผิวพรรณที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ๆ มีสุขภาพดี และพบว่ายังเกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลของปริมาณไขมันในผิวหนัง และควบคุมปัญหาการเกิดสิวจากการอุดตันของไขมันได้ด้วย
8.) สังกะสี มีส่วนสำคัญในขบวนการสร้างกรดนิวคลีอิค (Nucleic acid) ทั้งดีเอ็นเอ (DNA) และอาร์เอ็นเอ (RNA) ซึ่งพบว่าในระยะที่ร่างกายต้องการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ไม่ว่าหลังผ่าตัด, เป็นแผลต่างๆ ยิ่งจำเป็นต้องมีขบวนการนี้มากขึ้นเสมอ
9.) สังกะสี ยังช่วยในการปรับปรุงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะควบคุมการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด ทีลิมโฟไซต์ (T-lymphocyte) ให้ทำงานป้องกันเชื้อโรคแปลกปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
10.) สังกะสี มีความสำคัญต่อการควบคุมการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) และควบคุมการทำงานของอวัยวะรับสัมผัส (Taste Sensation) ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
11.) สังกะสี จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการเจริญของระบบสืบพันธุ์ และช่วยให้ต่อมลูกหมากทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ป้องกันการเป็นหมัน

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของหอยนางรม

ประโยชน์ของหอยนางรม
 


หอยนางรม เป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหารที่จัด ได้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ส่วนเปลือกหอยยังใช้ทำปูนขาว ซึ่งใช้ประโยชน์ใน การก่อสร้าง การเกษตรกรรม อุตสาหกรรมหลายประเภท เนื้อหอยนางรมนอกจาก จะใช้รับประทานสด และปรุงอาหารได้หลายอย่างไว้ ยังแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูปได้อีก เช่นหอยนางรมดอง หอยรมควัน และสกัดเป็นน้ำมันหอย หอยนางรมพบอยู่ทั่วไปตามบริเวณน้ำตื้นชายเกาะ ชายฝั่งทะเล แหล่งน้ำที่มี อาณาเขตติดต่อกับทะเล หอยนางรมมีหลายชนิดที่พบในประเทศไทย ได้แก่ หอยนางรมปากจีบขนาดเล็ก และหอยนางรมพันธุ์โตที่มีชื่อว่า "หอยตะโกรม" พบมากในจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี สุราษฏร์ธานี ตราด

   สำหรับ “หอยนางรม” สถาบันหัวใจและปอดแห่งชาติของแคนาดา ระบุว่า เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร เป็นแหล่งของวิตามินเอ (Vitamin A) วิตามินบีหนึ่ง (Vitamin B1) วิตามินบีสอง (Vitamin B2) วิตามินบีสาม (Vitamin B3) วิตามินซี (Vitamin C) และวิตามินดี (Vitamin D) การบริโภคหอยนางรมตัวที่มีขนาดกลาง 4-5 ตัว ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุประเภทเหล็ก ทองแดง ไอโอดีน แมกนีเซียม แคลเซียม สังกะสี แมงกานีส และฟอสฟอรัสสถาบันหัวใจและปอดแห่งชาติของแคนาดา ระบุว่า หอยนางรมอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร คือเป็นแหล่งของวิตามินเอ บีหนึ่ง (ไทอามิน) บีสอง (ไรโบฟลาวิน) บีสาม (ไนอาซิน) ซี (กรมแอสคอร์บิค) และดี (แคลซิฟีรอล) การบริโภคหอยนางรมตัวที่มีขนาดกลาง 4-5 ตัว ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุประเภท แร่เหล็ก ทองแดง ไอโอดีน แมกนีเซียม แคลเซียม สังกะสี แมงกานีสและฟอสฟอรัส อย่างไรก็ตาม อาหารดิบ อาจมีแบคทีเรียผู้ที่ป่วยด้วยโรคตับ มะเร็งโรคระบบภูมิคุ้มกัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหอยนางรมสด

ประโยชน์ของหอยนางรม

1.) เพิ่มความรู้สึกทางเพศในผู้ชายมากขึ้น
2.) ช่วยรักษาและป้องกันการเป็นหมันในผู้ชาย
3.) ป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ
4.) ควบคุมความดันโลหิต
5.) ควบคุมการแลกเปลี่ยนของออกซิเจนในเซลล์
6.) ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ซีลีเนียม เอนริชส์ ยีสต์ คือ อะไร???

ซีลีเนียม เอนริชส์ ยีสต์ คือ อะไร???

ยีสต์ซีลีเนียมที่ผลิตโดยการหมัก ยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ที่อุดมด้วยเป็นแหล่งที่ได้รับการยอมรับจากอาหารอินทรีย์แบบฟอร์มซีลีเนียม ในขั้นตอนนี้เกือบทั้งหมดของซีลีเนียมการก่อสร้างเพื่อทดแทนกำมะถันกรดอะมิโน  methionine กลายเป็น selenomethionine ผ่านเส้นทางเดียวกันและเอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างที่มีกำมะถัน methionine เนื่องจากความคล้ายคลึงกันถึง S-containing methionine, selenomethionine ถูกพาขึ้นไม่จำเพาะเจาะจงและกลายเป็นส่วนหนึ่งของโปรตีนยีสต์ มันคือเส้นทางการเผาผลาญอาหารที่ทำให้ยีสต์ซีลีเนียมที่มีคุณค่าในสัตว์และโภชนาการของมนุษย์เพราะมันมีรูปแบบอินทรีย์เดียวกันของซีลีเนียมที่ผลิตโดย ห่วงโซ่อาหาร - autotrophs (เช่นพืชมากที่สุดและสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวบาง)

ซีลีเนียมเป็นสิ่งจำเป็นทางสรีรวิทยาและยังอาจมีผลต่อการป้องกันโรคความเสื่อมหลายรูปแบบอินทรีย์ของซีลีเนียมโดยยีสต์ซีลีเนียมได้รับการแสดงที่แตกต่างกันใน การดูดซึมและการเผาผลาญเมื่อเทียบกับรูปแบบอนินทรีย์จากการบริโภคอาหาร ซีลีเนียม การเสริมอาหารที่ใช้ยีสต์ซีลีเนียมมีความเกี่ยวข้องกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับความเครียดออกซิเดชัน นอกจากนี้ยีสต์ซีลีเนียมถูกนำมาใช้ในช่วงกว้างของการศึกษามุ่งเป้าไปที่การ ตรวจสอบความสำคัญของสถานะซีลีเนียมในอุบัติการณ์และความก้าวหน้า ของความหลากหลายของโรคติดเชื้อและความเสื่อม

ซีลีเนียมเป็นพื้นฐานสำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์ ในฐานะที่เป็นส่วนประกอบของ selenoproteins ซีลีเนียมมีโครงสร้างและบทบาทของเอนไซม์ในบริบทหลังถูกที่ดีที่สุดที่รู้จัก กันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการผลิตของฮอร์โมน ธัยรอยด์ที่ใช้งานอยู่ ซีลีเนียมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานที่เหมาะสมของระบบภูมิคุ้มกันและดู เหมือนจะเป็นสารอาหารที่สำคัญในการ counteracting การพัฒนาความรุนแรงของโรคเอชไอวีและความก้าวหน้าในการยับยั้งการเจริญของ ยีสต์ AIDS.Selenium ที่อุดมด้วยเป็นความแข็งแรงสูง 100% ผูกพันอินทรีย์ผลิตภัณฑ์ยีสต์ซีลีเนียม ในฐานะที่เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติโภชนาการยีสต์ซ้ำขั้นตอนการแปลงแร่ดำเนินการโดยพืชมากที่สุด (เช่นกระเทียมผักชนิดหนึ่ง) กระบวนการพืชธรรมชาตินี้แปลงแร่ธาตุ (bioavailability ต่ำพิษอาจ) นินทรีย์ที่มีความปลอดภัยรูปแบบ (bioavailability สูง) อินทรีย์สำหรับการใช้สารอาหารที่ดีขึ้น

สรรพคุณของซีลีเนียมเอนริชส์ยีสต์
1.) ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ
2.) ช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆที่ถูกทำลาย
3.) ช่วยในการรักษาเนื้อเยื่อต่างๆ
4.) รักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
5.) ลดอาการเจ็บข้อหรือปวดข้างในกระดูก
6.) กระตุ้นการทำงานของรังไข่
7.) กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ของวิตามิน อี

ประโยชน์ของวิตามิน อี

วิตามิน อี( Vitamin E ) หรือ โทโคเฟอรอล (Tocopherol) เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินเค วิตามินอี มีหลายชนิด ได้แก่ แอลฟา เบตา แกมมา และซิกมา โทโคเฟอรอล โดยชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด คือ แอลฟาโทโคเฟอรอล (Alpha-Tocopherol) ในปัจจุบันนอกจากจะพบว่ามีการเสริมวิตามินอีในอาหารหรือผลิตออกจำหน่ายในรูป เม็ดยาแล้ว ยังมีการเสริมวิตามินอีลงในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ อีกด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วแทบไม่พบปัญหาการขาดวิตามินอีในคนไทย ยกเว้นในคนที่มีลำไส้ผิดปกติในการดูดซึมซึ่งไม่สามารถดูดซึมไขมันได้ จะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินอีไปใช้ได้ เพราะวิตามินอีเป็นวิตามินชนิดละลายในไขมัน นอกจากนี้อาจพบได้ในทารกที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องจากร่างกายทารกยังมีการสะสมวิตามินอีได้น้อย

แหล่งที่พบวิตามิน อี ในธรมชาติ
1.) น้ำมันเมล็ดฝ้าย
2.) น้ำมันดอกคำฝอย
3.) น้ำมันข้าวโพด
4.) น้ำมันถั่วเหลือง
5.) กระหล่ำปลี
6.) จมูกข้าวสาลี
7.) เมล็ดทานตะวัน
8.) อัลมอนด์
9.) มันเทศ
10.) เมล็ดมะม่วงหิมพานต์
11.) อะโวคาโด
12.) ปวยเล้ง

ประโยชน์ของวิตามิน อี
1.) ทำให้ระบบสืบพันธุ์ เซลล์ประสาท ทำงานได้เป็นปกติ
2.) ป้องกันการเสื่อมลายของเซลล์
3.) ช่วยสร้างเลือด ขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด
4.) ช่วยชะลอความแก่
5.) ทำให้ผิวพรรณสดใส ป้องกันผิวจากไฟไหม้
6.) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
7.) ช่วยป้องกันการเกิดสารก่อมะเร็ง


อ่านบทความเพิ่มเติม

อันตรายของการ"ผ่าตัดเสริมขนาดนกเขา"

อันตรายของการ"ผ่าตัดเสริมขนาดนกเขา"
 

      เมื่อพูดถึงสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นชายแล้ว สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกคงเป็นเรื่องของรูปร่าง กล้ามเนื้อ และการแต่งตัว แต่ส่วนที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าอย่าง "ไซส์ของน้องชาย" ก็เป็นเรื่องที่หนุ่ม ๆ ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะมันมีผลต่อความมั่นใจในตัวเองด้วย ทว่าคนที่พวกเขารู้สึกวิตกไม่ใช่แฟนสาวหรือคู่ชีวิตของพวกเขาหรอกนะ แต่จริง ๆ แล้ว กลับมีผลเมื่ออยู่กับแก๊งหนุ่ม ๆ ด้วยกันนี่แหละ ที่ทำให้ผู้ชายกังวล แล้วก็จะคิดหาทางเพิ่มขนาดของ"นกเขา" โดยวิธีการต่างๆ การผ่าตัดศัลยกรรมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ชายที่อยากเพิ่มขนาด แต่คุณรู้ไหมว่าการผ่าตัดเสริมขนาดนั้น มีอันตรายเพียงใด
นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวไว้ว่า  “การผ่าตัดเพิ่มขนาด แม้จะช่วยให้เพิ่มขนาดอวัยวะให้ใหญ่ขึ้นได้จริง เพราะเซลล์ร่างกายสร้างเนื้อเยื้อเข้าไปแทรกซึมในห่วงไหมละลาย แต่ก็เพิ่มขนาดได้ชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้ สารที่ใช้เป็นตัวเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศชายคือไหมละลายที่ใช้ในการผ่าตัด ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่งที่ต้องมีการขออนุญาตหรือขึ้น ทะเบียนให้ถูกต้อง ฝากเตือนผู้ที่สนใจจะรับบริการผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และศึกษาผลดีผลเสียของการผ่าตัดให้ดีก่อนตัดสินใจ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าจะได้ประโยชน์จากการผ่าตัดเพิ่มขนาด แต่เมื่อผ่าตัดแล้วอาจจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์อย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งบางรายที่โชคร้ายอาจรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้อวัยวะเพศไม่สามารถใช้งานได้อีกเลยก็ได้" นพ.ศิรชัย

อันตรายจากการผ่าตัด
1.) ราคาแพง
2.) สามารถทำให้ไร้สมรรถภาพทางเพศได้
3.) เจ็บปวด ทรมาน
4.) ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นจริง
5.) เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อ


อ่านบทความเพิ่มเติม

อันตรายของการใช้ "เจลนวดเฉพาะจุด"

อันตรายของการใช้ "เจลนวดเฉพาะจุด"
 


 

เมื่อพูดถึงสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นชายแล้ว สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกคงเป็นเรื่องของรูปร่าง กล้ามเนื้อ และการแต่งตัว แต่ส่วนที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าอย่าง "ไซส์ของน้องชาย" ก็เป็นเรื่องที่หนุ่ม ๆ ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะมันมีผลต่อความมั่นใจในตัวเองด้วย ทว่าคนที่พวกเขารู้สึกวิตกไม่ใช่แฟนสาวหรือคู่ชีวิตของพวกเขาหรอกนะ แต่จริง ๆ แล้ว กลับมีผลเมื่ออยู่กับแก๊งหนุ่ม ๆ ด้วยกันนี่แหละ ที่ทำให้ผู้ชายกังวล แล้วก็จะคิดหาทางเพิ่มขนาดของ"นกเขา" โดยวิธีการต่างๆ การใช้เจลนวดเฉพาะจุด ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของผู้ชายที่อยากเพิ่มขนาด แต่คุณรู้ไหมว่าการใช้เจลนวดอันตรายเพียงใด
ปัจจุบันนี้การนวดถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างมากเพื่อช่วย ในการผ่อนคลายได้ดี แต่สำหรับการนวดกษัย ซึ่งเป็นที่นิยมในเพศชาย เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ดี ส่วนวิธีการนวดนั้นจะนวดบริเวณลูกอัณฑะโดยรอบอวัยวะเพศชาย โดยการนวดเส้นที่อยู่ด้านล่างอวัยวะเพศชายร่วมด้วย 
นพ.อนัยพันธ์ อัครสกุล แพทย์ชำนาญการพิเศษ ด้านศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวไว้ "การนวดดังกล่าว ไม่ได้เป็นการช่วยเพิ่มสมรถภาพทางเพศแต่อย่างใด แต่จะเป็นการช่วยในเรื่องการปัสสาวะให้ดีขึ้น ซึ่งเหมาะกับการนวดให้กับผู้สูงอายุที่มีปัญหาในเรื่องปัสสาวะขัด" นพ.อนัยพันธ์

อันตรายจากการใช้เจลนวดเฉพาะจุด
1.) อวัยวะเพศอาจหักได้
2.) อวัยวะเพศอักเสบ บวม
3.) ปัสสาวะไม่ออก
4.) ติดเชื้อโรค
5.) ผลลัพธ์ไม่เกิดขึ้นจริง


อ่านบทความเพิ่มเติม

อันตรายของการใช้ "ยากระตุ้นเซ็กส์"

อันตรายของการใช้ "ยากระตุ้นเซ็กส์"
 


 

       ยากระตุ้นเซ็กซ์ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น หอยนางรม นอแรด อวัยวะเพศเสือ หรือแม้แต่เขากวาง ซึ่งคนเก่าคนแก่มักจะบอกว่าของป่าเหล่านี้ถือเป็นยาโด๊ปขนาดเอก แต่สำหรับส่วนผสมบางตัวของยาปลุกเซ็กซ์ในปัจจุบันอาจไม่ได้มาจากธรรมชาติ โดยยาปลุกเซ็กซ์ที่ทางการแพทย์ยอมรับจะมีด้วยกันเพียง 2 กลุ่ม คือ ไวอากร้า (viatra) และ เซียลิส (Cialis) ที่ถูกนำมาใช้เพิ่มหลอดเลือดให้ขยายตัว
1.) ยาไวอากร้า (viatra) ถือเป็นยาปลุกนกเขาที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยแพทย์จะใช้กับกลุ่มผู้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือ กามตายด้าน ซึ่งโรคเหล่านี้ สามารถเกิดได้กับทั้งหญิงและชายในทุกๆ วัย แต่มักเป็นมากในหนุ่มใหญ่วัย 40+ และผู้ที่เป็นเบาหวาน กับไขมันในเลือด โดยให้กินยาก่อนสู้ศึก 30 นาที ตัวยาจะสามารถอยู่ได้นาน 3-4 ชั่วโมง
2.) เซียลิส (Cialis) จัดว่า เป็นยาปลุกเซ็กซ์ที่มาแรงแซงทางโค้งจริงๆ เพราะกินก่อนปฏิบัติภารกิจเพียง 15 นาที แต่ฤทธิ์กลับอยู่ได้นานเกือบ 2 วัน แต่สำหรับผู้ที่ยังฟิตปั๋ง ขอบอกเลยว่า อย่าได้คิดลองยาเหล่านี้เป็นอันขาด เนื่องจากคุณอาจมีโรคประจำตัวที่ไม่เคยรู้ ซึ่งสามารถทำให้มีผลข้างเคียงกับการใช้ยา เช่น ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือผู้ที่ใช้ยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มไนเตรท อาจต้องเสียชีวิตเพราะยาดังกล่าวได้

อันตรายจากยากระตุ้นเซ็กส์
1.) ทำให้ไตทำงานหนัก
2.) ต่อมลูกหมากโต
3.) เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
4.) หน้ามัน มีสิว
5.) อาจเสียชีวิตได้


 

อ่านบทความเพิ่มเติม