เมนู

คอลลาเจน VS คอลลาเจน เปปไทด์

Collagen VS Collagen Peptide 
ทานแบบไหนได้ใจ ได้ผล ได้สวย มากกว่ากัน?

คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นสายเกลียวยาวอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยพบมากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในผิวหนัง,กระดูก,ข้อต่อ,เล็บ และเส้นผม คอลลาเจนทำหน้าที่ในการสร้างความแข็งแรง เสริมความเรียบตึง คงความยืดหยุ่น ให้แก่ผิวหนังของเรา

 
VS


คอลลาเจน เปปไทด์ (Collagen Peptide) คือ คอลลาเจนทั่วไปนั้นแหละ แต่มันได้ผ่านกระบวนการย่อยสลายพันธะทางวิทยาศาสตร์ด้วยเอ็นไซม์เฉพาะ จนได้เป็นเปปไทด์สายสั้นๆที่มีมวลโมเลกุลขนาดเล็ก โดยบางเทคโนโลยีสามารถทำให้มวลโมเลกุลมีขนาดเล็กมากถึง 2000 – 3000 ดาลตันเลยทีเดียว ซึ่งยิ่งเปปไทด์มีขนาดเล็กเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ดูดซึมได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น

สรุปสั้นๆ  การรับประทาน คอลลาเจน เปปไทด์ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้ดีกว่าแบบปกติ เพราะมีมวลโมเลกุลที่เล็กกว่าและนำไปใช้ได้เลยทันที จึงเหมาะสำหรับสาวๆ ยุคใหม่มากที่สุด

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทับทิม ผลไม้เพื่อผิวสวย

ทับทิม ผลไม้เพื่อผิวอ่อนเยาว์ตลอดกาล
Pomegranate Super Fruit

 

 

จากความเชื่อของชาวจีนโบราณที่ว่า ทับทิมเป็นพรรณไม้มงคลและเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญงอกงามและอุดมสมบูรณ์ทำให้ผลทับทิม ทวีความนิยมและค่อยๆมีราคาสูงขึ้นขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันไม่เพียงแค่ประเทศจีนเท่านั้นที่นิยมชมชอบในผลไม้ชนิดนี้ แต่รวมถึงคนทุกทวีปทั่วโลกอีกด้วย

ประโยชน์ของทับทิม
Pomegranate Benefits

1.) ผลทับทิมสดอุดมไปด้วยสารในกลุ่มแทนนิน (Tannin) สูง จึงมีสรรพคุณใช้เป็นยาแก้ท้องเดิน โรคบิด ฆ่าเชื้อแบคทีเรียหลายสิบชนิด
2.) นํ้าทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดและมีประสิทธิภาพสูงมาก (Super antioxidant) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (Free radicals)
3.) มีส่วนช่วยในการลดภาวะการสะสมไขมันในผนังเส้นเลือด ป้องกันเส้นเลือดอุดตันและแข็งตัว ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดตามมา
4.) ผลทับทิมช่วยบำรุงหัวใจในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดโดยเพิ่มการไหลเวียนที่ดีขึ้นและลดภาวะหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยโรคหัวใจ
5.) นอกจากนี้ทับทิม ยังมีส่วนช่วยบำรุงตับ โดยมีฤทธิ์ป้องกันการเป็นพิษต่อตับและยับยั้งเซลล์มะเร็งอีกด้วย

แหล่งที่พบ
สำหรับผลทับทิมสดคุณภาพดีและปราศจากสารพิษ สามารถหาซื้อได้ตามสวนทับทิมที่ควบคุมการเพาะปลูกโดยไม่ใช่สารเคมีหรือ หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำของประเทศไทย 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผิวขาว ผิวคลํ้า เกิดจากอะไร?

สาวน้อย สาวใหญ๋ สาวไหนๆ ก็ขาวเป๊ะ! ได้ทุกคน
หมู่นี้ไปไหนมาไหนก็มักจะเจอแต่คำว่า “ขาวใส” “ขาวเวอร์” “ขาวเป๊ะ” ขาวออร่า โดยเฉพาะตามป้ายโฆษณาคลินิกบำรุงบำเรอความงาม 

หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชวนเชื่อ ที่มักจะใช้คำสวยเก๋พวกนี้ดึงดูดสาวๆ แบบพวกเราให้เข้าไปติดกับดักความงามโดยไม่รู้ตัว (บางทีก็แกล้งไม่รู้ตัวนะ)
วันนี้เรามาไขปริศนา เฉลยข้อกังขา กับเรื่องความขาวกันเลยดีกว่าค่ะ

ผิวขาว มีสาเหตุมาจากอะไร?
แน่นอนที่สุดค่ะ สภาพผิวของเราทุกคนแตกต่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฉดสี

สาวๆทั่วโลกมีเฉดสีผิวที่แตกต่างกันมากกว่า 30 เฉดสีทั่วโลก! 
เหตุเพราะปัจจัยหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม สภาพอากาศ อาหารการกิน วิถีการดำเนินชีวิต
ไปจนถึงสุขภาพพลานามัยของแต่ละคน  แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่า ไม่ว่าสาวเอเชีย หรือ สาวยุโรปต่างก็มีเหมือนกันนั่นก็คือ
กระบวนการสร้างเม็ดสีผิวในร่างกาย (Melanogenesis) เจ้ากระบวนการที่ว่านี้จะทำหน้าที่สร้างเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน (Melanin)
ถือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการมหัศจรรย์ที่ร่างกายพัฒนาขึ้นเพื่อปกป้องเจ้าของร่างกายจากภาวะสัมผัสแสงแดดมากเกินไป ซึ่งเมลานิน
มีด้วยกัน 2 ชนิด  1.) Eumelanin หรือ เม็ดสีผิวสีคล้ำ พบมากในสาวเอเชีย และสาวผิวสี 2.) Pheomelanin หรือเม็ดสีผิวสีชมพู
พบมากในคนขาว หรือคนเอเชียทางตอนเหนือ   ปกติแล้วการสร้างเมลานินจะต้องอาศัยเอนไซม์ที่ชื่อว่า ไทโรสิเนส (Tyrosinase)
ที่จะเปลี่ยนไทร็อกซีน (Tyrosine) เป็น เมลานิน (Melanin) โดยอาศัยแสงแดด (UV) เป็นตัวกระตุ้น ดังนั้นหากอยู่ในเขต
ที่มีแสงแดดน้อยเม็ดสีผิวก็จะถูกสร้างน้อย ทำให้ผิวแลดูขาวกว่า แต่ในทางกลับกันหากอาศัยอยู่ในแทบที่มีแสงแดดจ้า ก็จะทำให้ร่างกาย
ผลิตเมลานินออกมามากกว่าปกติค่ะ และนั่นคือสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสีผิวของมนุษย์เรานั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผิวขาว แบบสาวเกาหลี ง่ายนิดเดียว

มาเปลี่ยนเป็นสาวผิวขาว กันเถอะค่ะ


หลังจากที่ได้เรียนรู้ถึง สาเหตุของผิวคลํ้ากันมาแล้ว เอาละค่ะ เรามาดูกันว่า ถึงแม้เราจะอยู่ในเขตร้อนที่แสงแดดแผดเผาประหนึ่งว่าจะเอาให้เราตายแบบไหม้เกรี้ยมไม่มีชิ้นดี แต่เราก็ยังมีวิธีป้องกัน (สำหรับสาวๆที่ยังไม่คล้ำ) และแก้ไข (สำหรับสาวๆที่ขำไม่ออก) ง่ายๆดังนี้ค่ะ

1.) เลิกทำตัวเป็นแหม่มแก้มแดงแวะมาอาบแดดที่เมืองไทย ด่วน!!
การอาบแดดถือเป็นกิจกรรมสุดชิคที่สาวๆ เมืองหนาวชอบกัน เหตุเพราะแสงแดดของบ้านเค้าหายากค่ะแถมเป็นแสงแดดที่ช่วยให้อบอุ่นมากกว่าจะฆ่ากันให้ตายซะด้วย ดังนั้นสาวๆยุโรปและอเมริกาจึงชื่นชอบการอาบแดดมากค่ะ
แต่สำหรับสาวไทย ถ้าคิดจะออกแดดเมืองไทยละก็ แนะนำให้ทา Sun block ที่มีสารกันแดด (SPF) ขั้นต่ำ 30 และมี PA+++ ด้วยนะคะ มิฉะนั้นเตรียมตัวเป็นมารายห์ (หรือม้าลาย)ได้เลยค่ะ

2.) ใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง ... ทุกวัน!
ขอเน้นย้ำว่าทุกวันนะคะ ไม่มีการหยุดทา งดชโลมผิวทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์นะคะ นอกเหนือจากสารกันแดดที่ต้องทาก่อนออกจากบ้านทุกเช้าแล้วก่อนนอนแนะนำให้ทาครีมบำรุงจำพวกมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ด้วยนะคะ

3.) ปรนนิบัติ และขัดผิว สัปดาห์ละครั้ง ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ค่ะ
การขัดผิวหรือที่เราเรียกกันเก๋ๆว่า การผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation)นั้นจะช่วยให้เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว และทับถมอยู่บนผิวชั้นนอกสุดของเรากระเด็นออกไปจากผิวค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก มีผลโดยตรงต่อสุขภาพและร่างกายของผู้หญิงเรานะคะ

4.) นอนหลับพักผ่อนและออกกำลังกาย
การนอนหลับคือการพักผ่อนร่างกายและผิวหน้าที่ดีที่สุดค่ะ สาวๆเกือบทุกวัยควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมงและสำหรับการออกกำลังกายก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสาวๆที่อยากมีผิวสวยและอยากได้หุ่นดีเป็นของแถม โดยออกกำลังกายในแบบที่เราชอบ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็สวยได้ไม่แพ้ดารานางแบบแล้วค่ะ

5.) รู้จักหาตัวช่วย และ ทางลัดสำหรับผิวสาวขาวสวย
ไม่ได้สนับสนุนให้สาวๆขี้เกียจกันนะคะ เรายังยืนยันคำเดิมว่าผิวจะขาว ผิวจะสวยได้ต้องเกิดการการดูแลเอาใจใส่อย่างเป็นประจำสม่ำเสมอแต่เข้าใจดีว่าด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป สาวๆยุคใหม่จึงมีเวลาดูแลตัวเองน้อยลง แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ถึงแม้มีเวลาน้อยแต่เรามีผู้ช่วยคนเก่งความสวยก็ไม่ไปไหนไกลค่ะ  



ว่าแล้วมารู้จักเพื่อนสาวตัวช่วยสำคัญกันค่ะ...
แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) : นอกจากเหนือจากคุณสมบัติในการป้องกันและต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นหัวใจหลักของการมีสุขภาพผิวสวย เปล่งปลั่งแล้ว แอล-กลูต้าไธโอน ยังสามารถช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว ตามที่กล่าวไว้ทางด้านบนจึงช่วยให้ผิวแลดูขาว สว่าง กระจ่างใส ขึ้นได้จริงค่ะ

สารสกัดจากเปลือกสน ( Pine Bark Extract ) และ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ( Grape Seed Extract ) :
ทั้งสองจัดเป็นตัวช่วยอย่างดีในด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ  อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการรวมตัวกันของเมลานิน ซึ่งช่วยป้องกันและลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี

รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองทุกวันนะคะ จะได้สวยแบบมีออร่ากันถ้วนหน้าหรือถ้าอยากได้ทางลัดกว่านั้น แนะนำ Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+ ทุกวันก่อนนอนรับรอง สวยใส ขาวปิ๊ง ขาวจริง ขาวเวอร์ เปล่งประกายออร่าแบบดารา แน่นอนค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไมทานมะเขือเทศแล้วจึงทำให้ผิวดี ?

ไลโคปีน ( Lycopene ) ความลับผิวสวยจากมะเขือเทศ


เคยสงสัยหรือไม่? ทำไมตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่จึงมักชอบให้เรารับประทานมะเขือเทศและบอกกับเราเสมอๆว่ามันช่วยให้ผิวสวย สดใส ทั้งๆที่รสชาติของมันไม่น่าอภิรมย์เหมือนคุณประโยชน์ ที่กล่าวมาเลยสักกะนิดเดียว วันนี้เรามาค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในมะเขือเทศลูกน้อยกันเถอะ




 

อะไรอยู่ในมะเขือเทศ ?


มะเขือเทศ ( Tomato ) ถือเป็นเป็นพืชผักคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันมานาน ภายในผลสีแดงสดประกอบไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิดเช่น สารจำพวกแคโรทีนอยด์ ชื่อ ไลโคปีน ( Lycopene )ซึ่งเป็นสารสีแดง และมีประโยชน์มหาศาลในเชิงผิวพรรณ นอกจากนี้มะเขือเทศยังมี วิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค โดยเฉพาะวิตามินเอ และวิตามินซี มีในปริมาณสูง
 



ไลโคปีน ( Lycopene ) คืออะไร?


ไลโคปีนจัดอยู่ในสารจำพวก แคโรทีนอยด์ ( Carotenoid ) ชนิดหนึ่ง ละลายได้ดีในไขมัน ไลโคปีนมีโครงสร้างทางเคมี 2 แบบ คือ 1.) All-trans–isomer และ 2.) Cis-isomer  ซึ่งในธรรมชาติจะพบในรูปแบบที่ 1.) มากกว่า แต่สุดท้ายแล้ว ไลโคปีนนรูปแบบที่ 1.) เมื่อถูกความร้อนจะกลายเป็นรูปแบบที่ 2.) แต่ดูดซึมเข้าร่างกายได้ในที่สุด อีกทั้งไลโคปีน ยังเป็นสารที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองดังนั้นเราจึงตัองรับประทานเข้าไปเท่านั้นประโยชน์แท้ๆที่แม่แนะนำ ถือเป็นเรื่องจริงที่มะเขือเทศช่วยให้เรามีสุขภาพกายและสุขภาพผิวดีขึ้น ตามที่ผู้ใหญ่แนะนำมาตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก เหตุเพราะเจ้าสาร ไลโคปีน ในมะเขือเทศนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญของทุกคำถาม  นอกจากเรื่องของสีแดงที่เป็นรงควัตถุที่ให้สีแดงจำเพาะในมะเขือเทศแล้ว ไลโคปีนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่มีมีฤทธิ์แรงมากในด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระสาเหตุสำคัญของโรคเสื่อมมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ปรับระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน ยับยั้งเอนไซม์สำคัญที่ใช้ สังเคราะห์โคเลสเตอรอลและเร่งสลายโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี  ตลอดจนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายช่วยให้ผิวแลดูขาวอมชมพูดูมีเลือดฝาดตามที่คนโบราณเขาพูดไปไม่มีผิดเลยเชียว!

Tips!
รับประทานมะเขือเทศแบบไหนดีที่สุด?
การรับประทานมะเขือเทศที่ผ่านการแปรรูปด้วยความร้อนมาแล้ว จะทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนในระบบย่อยอาหาร
ได้ดีกว่ารับประทานแบบสดๆถึง 2.5 เท่า ดังนั้นจึงควรนำมะเขือเทศไปปรุงให้สุกก่อน หรือแค่รับประทานผลิตภัณฑ์
เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของไลโคปีนแท้ๆ ก็ง่ายและสะดวกไม่แพ้กัน

ตามหาไลโคปีนได้ใน Colla Colla Collagen ทุกกล่อง!

ขอบคุณข้อมูลสนับสนุนจาก: 101 เคล็ดลับกินอย่างไรให้แข็งแรงและอ่อนเยาว์

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผิวสวยครบสูตร เป็นอย่างไร?

 

ผิวสวยครบสูตร เป็นอย่างไร?
What’s 7in1 Beauty Skin?

 

นอกจากอาชีพ การงาน แก้วแหวนเงินทอง และของใช้เริ่ดหรูราคาแพง สิ่งที่สาวๆทั่วโลกร้อยทั้งร้อยต้องการครอบครองมาเป็นของตนเองนั่นคือ การมีผิวสวยสุขภาพดีแบบครบสูตร แต่ ผิวสวยครบสูตร เป็นอย่างไร เรามาดูกันเลยค่ะ

1.) ผิวขาว สว่าง ใส อมชมพู ดูมีออร่า
ผิวสวยในอุดมคติของสาวๆชาวเอเชีย คือ ผิวขาว สว่างสดใส และมีเลือดฝาดที่แก้ม อันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึง ผิวสุขภาพดี นั่นเอง

สูตรผิวสวยแบบนี้หาได้ใน
แอล-กลูต้าไธโอน , สารสกัดจากเมล็ดองุ่น , สารสกัดจากเปลือกสน , ผลทับทิม ,วิตามินซี , และ Wiup Collagen Gluta Q10+

2.) ผิวเรียบเนียน เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย ดูมีนํ้ามีนวล ไม่แห้งกร้าน
ผิวเรียบเนียนคือคุณสมบัติถัดมาของผิวสุขภาพดี สวยครบสูตร เนื่องจากสามารถสังเกตได้ง่ายและสร้างความประทับใจจนติดตาตรึงใจให้แก่ผู้พบเห็นได้หรือผู้สัมผัสได้อย่างมิมีวันลืมเลือน

สูตรผิวสวยแบบนี้หาได้ใน
คอลลาเจน , สารสกัดจากเมล็ดองุ่น , สารสกัดจากเปลือกสน , อะเซโรล่า เชอร์รี่ ,วิตามินอี , และ 
Wiup Collagen Gluta Q10+

3.) ผิวสวยใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย ไร้จุดด่างดำ แลดูอ่อนกว่าวัย
อีกหนึ่งปัจจัยชี้วัดผิวสวยสุขภาพดี คือ ผิวสวยไร้สิว ไร้ริ้วรอยแห่งวัยทุกประการ และไร้รอยแผลเป็นอันเกิดจากสิวยิ่งสาวๆคนใดมีผิวที่สวยใส ไร้จุดบกพร่อง จะยิ่งช่วยให้สาวๆแลดูผิวสุขภาพดี สวยครบสูตร และแลดูอ่อนกว่าวัยนับ 10 ปีอีกด้วย!

สูตรผิวสวยแบบนี้หาได้ใน
คอลลาเจน , โคเอ็นไซม์ คิวเท็น , สารสกัดจากเปลือกสน , วิตามินอี , วิตามินซี
 , และ 
Wiup Collagen Gluta Q10+ แล้วมาสวยแบบครบสูตร 7in1 ด้วยกันนะคะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ราสเบอร์รี่ เบอร์รี่คงกระพัน

ราสเบอร์รี่ ( Raspberry ) – เบอร์ร์คงกระพันชั้นเลิศ


อีกหนึ่งสุดยอดเบอร์รี่ลูกเล็กแต่พลังแรงสูง จนขึ้นอันดับหนึ่งในสิบผลไม้ที่ให้ค่าต่อต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก
นอกจากชื่อเก๋ๆที่เราเรียกกันจนติดปากแล้ว เรามาดูกันว่า ราสเบอร์รี่ มีแอบซ่อนอะไรไว้ภายใต้ผลสีแดงสดน่ากิน

ประโยชน์เน้นๆของราสเบอร์รี่
1. ราสเบอร์รี่ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและและระบบไหลเวียนโลหิต
เนื่องจากจากอุดมไปด้วย ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) และรงควัตถุสีแดงเฉพาะตัว ทำให้การไหลเวียนหิตภายในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2. ราสเบอร์รี่ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
เนื่องจากอุดมไปด้วย วิตามินเค หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์
ช่วยบำรุงระบบประสาทและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้นด้วย

3. ราสเบอร์รี่ ช่วยบำรุงผิวพรรณ แลดูอ่อนกว่าวัยนับ 10 ปี
เนื่องจากราสเบอร์รี่ เต็มไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี  และวิตามินอี
ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) จึงมีส่วนช่วยชะลอความชรา ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และบำรุงผิวพรรณให้สวยสมวัย
ไร้ริ้วรอยก่อนวัยกวนใจแน่นอน

Tips!
ราสเบอร์รี่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงามมากมาย แต่ค่อนข้างหาทานยากในเขตเมืองร้อนเช่นประเทศไทยเป็นต้น
โชคดีที่ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก เราจึงสามารถเลือกรับประทานราสเบอร์รี่ในรูปแบบอื่นได้ เช่นใน คอลลา คอลล่า คอลลาเจน กลูต้า เบอร์รี่ พลัส นั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม

สวยง่ายๆ ด้วยเปลือกสนฝรั่งเศส แล้วสนไหม?

สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส 


จะให้สารสำคัญ คือ โปรเเอนโธชัยยานิดีน (Oligomeric Proanthocyanidin Complexes - OPC) และสารในกลุ่ม  
ไบโอฟาโวนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง (Super antioxidant) ซึ่งมีบทบาทในการชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย 
และยังเสริมฤทธิ์ของการทำงานของวิตามิน ซี และ อี ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

ประโยชน์

  1. ยับยั้งขบวนการผลิตเม็ดสี (melanogenesis) ทำให้ผิวสว่างใสมากขึ้น และ ลดการเกิดฝ้า และ จุดด่างดำ
  2. ยับยั้งการเสื่อมสลายตัวของคอลลาเจน จึงทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรง หยืดหยุ่นได้มากขึ้น
  3. เพิ่มการไหลเวียนโลหิต (Enhacnce blood micro-circulation to the skin) ช่วยการนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกาย
  4. ยับยั้งการอักเสบของผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง แผลเป็นหายเร็วขึ้น
  5. ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด เพิ่มความแข็งแรงและความหยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดฝอย
    ทำให้การไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพของหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นสาเหตุของเส้นเลือดขอด ปวดขา ขาบวม

อ่านบทความเพิ่มเติม

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ตำรับลับจากสวนฝรั่งเศส

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)


มีสารสำคัญในกลุ่ม ไบโอฟลาโวนอยด์ OPC (Oligomeric Proanthocyanidins) ที่มีคุณสมบัติจับกับอนุมูลอิสระที่คอยทำลายผนังหลอดเลือด เพิ่มความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน บริเวณหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดฝอย แข็งแรง ทำให้นำสารอาหาร ไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี จึงช่วยเพิ่มความสดใส เพิ่มความหยืดหยุ่น ตรึงกระชับ ให้กับผิว และสารสกัดจากเมล็ดองุ่นยังช่วยลดการผลิตเม็ดสีผิวเข้ม จึงทำให้ผิวสว่าง สดใส ขึ้น

ปริมาณที่แนะนำ
ควรรับประทาน ร่วมกับ สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส 30 มิลลิกรัม

แหล่งที่พบ
องุ่นพันธุ์ดีจากสวนในแคว้นบอร์เดอร์ในฝรั่งเศส หรือ แค่ฉีกซอง CollaColla

อ่านบทความเพิ่มเติม

สารอาหารคือยา โคเอ็นไซม์คิวเท็น

สารอาหารคือยา – โคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 )


ปัจจุบันการแพทย์และวิทยาศาสตร์เพื่อความงามก้าวหน้าไปมากกว่าที่เราจะคาดคิด ส่งผลให้สารอาหารบางจำพวกถูกค้นพบให้ซึ่งประโยชน์ที่มากกว่าที่มันเป็น จากการค้นคว้าวิจัยและติดตามเฝ้าดูผลลัพธ์ที่ได้มากกว่า 10 ปี วงแพทย์จากทั่วโลกเชื่อว่าโคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 ) คือ ยาอายุวัฒนะที่ช่วยชะลอวัยและบำรุงสุขภาพได้ทุกเพศทุกวัย

โคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 ) คืออะไร?
คือ นูทราซูติคอล ( Nutraceutical ) ชนิดหนึ่งคล้ายวิตามิน สามารถพบได้ทั่วร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะที่ต้องการพลังงานมาก เช่น หัวใจ ตับ เป็นต้น

โคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 ) ทำหน้าที่อะไร?
โดยพื้นฐานแล้วทำหน้าที่ให้พลังงาน และ ช่วยในกระบวนการสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ทุกชนิดในร่างกาย ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเมื่อทำงานร่วมกับวิตามินอี  ( Vitamin E )

ประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม
ทางการแพทย์ญี่ปุ่นยกย่องให้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูง ( Super Antioxidants ) ซึ่งช่วยต่อต้านกระบวนการทำลายผนังเซลล์ และอัตราการเกิดโรคหัวใจชนิดต่างๆ นอกจากนี้ในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์เพื่อควางามยังยอมรับว่า โคเอ็นไซม์คิวเทน ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยอันเนื่องมาจากภาวะเสื่อมถอยของร่างกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี และหากรับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะมีผลช่วยให้ริ้วรอยก่อนวัยแลดูจางลงป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย


แหล่งที่พบ
ถั่ว ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์ หรือ รับทานได้โดยตรงจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของโคเอ็นไซม์คิวเทน เช่น Wiup Collagen Gluta Q10 Plus

อ่านบทความเพิ่มเติม

คอลลาเจนก็ทำให้แข็งได้ ?

เมื่อคอลลาเจน ทำให้แข็งข้อ

จากการวิจัยพบว่า Collagen hydrolysate ที่รับประทานเข้าไปในร่างกาย จะไปก่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนที่สำคัญ คือ คอลลาเจนชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นคอลลาเจนกระดูกอ่อน ซึ่งมีผลทำให้เกิดการสร้างกระดูกอ่อนใหม่ขึ้น ทำให้ป้องกันหรือชะลอการเกิดข้อเสื่อมได้ และคนที่เป็นข้อเสื่อมอยู่แล้วก็ทำให้อาการของข้อเสื่อมดีขึ้น

Doctor's Say!คอลลาเจนที่ดีต้องมีส่วนช่วยให้กระดูกข้อต่อแข็งแรง ไม่เกิดปัญหาเจ็บแปลบๆเวลาเคลื่อนไหว คุณหมอและผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสแนะนำ Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+

อ่านบทความเพิ่มเติม

แอล-กลูต้าไธโอน กับ ผิวขาวใส ยังไงกัน?

คำถามกับ แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) ที่คุณอาจไม่เคยรู้


Q1: แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) คืออะไร?
A1: แอล-กลูต้าไธโอน เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง แต่มีปริมาณน้อย – น้อยมาก ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสุขภาพและความงามของร่างกาย 

Q2: แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) มีประโยชน์อย่างไร?
A2: ผลลัพธ์ที่ได้โดยตรงคือ ช่วยยับยั้งกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวสีเข้ม ทำให้ผิวแลดูขาวสว่างขึ้นอีก 1-2 ระดับ อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ( Antioxidants ) ทำหน้าที่ป้องกันการเกิดของอนุมูลอิสระ ( Free Radicals ) และป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ตับ ยิ่งไปกว่านั้น แอล-กลูต้าไธโอน ยังมีส่วนสำคัญในการขับล้างสารพิษหรือสิ่งแปลกปลอมที่สะสมในร่างกายโดยผ่านทางตับได้อีกด้วย ( Detoxification ) เช่น แอลกอฮอล์หรือ ยาพาราเซทตามอล นอกเหนือจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ( Immune System ) ช่วยให้ทำงานต่อต้านเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q3: เราควรเพิ่ม แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) ให้ร่างกายได้อย่างไรและวิธีไหนดีที่สุด?
A3: ปัจจุบันนี้การแพทย์เพื่อสุขภาพและความงามรุดหน้าไปมากทำให้เราสามารถรับแอล-กลูต้าไธโอนได้หลายช่องทาง เช่น การฉีด การทา และการรับประทาน แต่วิธีที่ทำได้เองโดยง่าย ปลอดภัย เห็นผลจริงและประหยัดคุ้มค่าที่สุดคือการรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ แอล-กลูต้าโอน

Q4: เราควรรับประทาน แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) อย่างไรเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเห็นผลจริง?
A4: ตามมาตราฐานอย.ไทย เราควรรับประทานในรูปของอาหารเสริมไม่เกินวันละ 250 มก. แต่เพื่อการดูดซึมและนำไปใช้งานได้ดีกว่า ควรรับประทานควบคู่กันกับ วิตามินซี ( Vitamin C ) เนื่องจากวิตามินซีจะช่วยในการดูดซึมแอล-กลูต้าไธโอนอีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

Q5: แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) ต่างจาก แอล-ซีสเทอีน ( L-Cysteine ) อย่างไร?
A5: แอล-ซีสเทอีน เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับ แอล-กลูต้าไธโอน แต่มันทำหน้าที่เป็นเพียงสารตั้งต้นในการสร้างแอล-กลูต้าไธโอน โดยต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของไกลซีน กลูตามิกแอซิด และวิตามินซี จึงจะก่อเกิดเป็น แอล-กลูต้าไธโอน ที่สมบูรณ์แบบได้ สรุปได้ว่า หากต้องการผลลัพธ์ของ แอล-กลูต้าไธโอน ที่ชัดเจนและรวดเร็ว เราควรรับประทานเป็น แอล-กลูต้าไธโอน จะดีกว่าการรับประทานเป็นเพียงแค่สารตั้งต้น

Q6: การรับประทาน แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) มีผลข้างเคียงใดๆหรือไม่?
A6: การรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ แอล-กลูต้าไธโอน หากรับประทานตามคำแนะนำจะไม่มีผลข้างเคียง ที่สำคัญคือ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยผลิตที่เรามั่นใจได้ มีแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน เช่นการใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศในฝั่งยุโรปเป็นหลักและต้องได้รับการรับรองจาก อยไทยด้วยจึงจะเป็นอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ แอล-กลูต้าไธโอน ที่ปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง

Q7: หากหยุดรับประทานจะกลับมาผิวคล้ำอีกหรือไม่?
A7: จากผลวิจัยทางการวิทยาศาสตร์เชิงสุขภาพและความงามของยุโรป ยืนยันว่าการหยุดรับประทาน แอล – กลูต้าไธโอน ไม่ทำให้ผิวมีระดับสีเข้มขึ้นแต่อย่างใด เพราะปัจจัยหลักที่ทำให้สีผิวมีระดับความเข้มมากกว่าเดิมคือ แสงแดด แสงไฟ มลภาวะและความเครียดในแต่ละวันหากเราสามารถปกป้องและกำจัดปัจจัยดังกล่าวได้ทั้งหมด จะช่วยคงความขาวใสให้อยู่กับเราไปได้อีกนานเท่านาน 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ถ้าคอลลาเจนของคุณไม่มีลักษณะแบบนี้ ควรเปลี่ยนด่วน !!

คอลลาเจนที่คุณเลือกดีพอกับสาวสวยอย่างคุณแล้วหรือไม่? Let’s check up you Collagen

คอลลาเจนที่ดี เป็นอย่างไร เราไปเช็คกันเลยค่ะ

Mission: เพียงตอบคำถามสั้นๆ ดังต่อไปนี้
1.) คอลลาเจนของฉัน เป็นคอลลาเจนที่สกัดมากจากปลาทะเลน้ำลึกที่มีมาตรฐานระดับโลก และมีมวลโมเลกุลเล็กที่สุด 2,000 ดาลตัน ใช่   ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
2.) คอลลาเจนที่ฉันรับประทาน มีปริมาณ 2,500 mg. ต่อครั้ง ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
3.) คอลลาเจนของฉัน ช่วยให้ขาวได้จริง เพราะมีแอล-กลูต้าไธโอนและสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและสารสกัดจากเปลือกสน เป็นต้น  ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
4.) คอลลาเจนของฉัน ช่วยป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจนได้ เพราะมีสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและสารสกัดจากเปลือกสน  ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
5.) คอลลาเจนของฉัน ใส่สูตรอาหารผิวสวยครบถ้วนมากถึง 7 ประการคือ แอล-กลูต้าไธโอน , โคเอ็นไซม์ คิวเท็น , สารสกัดจากเปลือกสนสารสกัดจากเมล็ดองุ่น , สารสกัดจากทับทิม , อะเซโรล่า เชอร์รี่ และวิตามินอี ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
6.) คอลลาเจนของฉัน ทานง่ายเพราะรสชาติอร่อย ไม่มีกลิ่นคาวปลาและที่สำคัญไม่มีนํ้าตาล ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
7.) คอลลาเจนของฉัน ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง   ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ

คำตอบของคุณ?
ใช่” 1-3 ข้อ  == คอลลาเจนของคุณสวยไม่ครบสูตรนะคะและ   
ใช่” 6-7 ข้อ  == คอลลาเจนของคุณคุณภาพดี ครบสูตรผิวสวย  
ใช่” 4-5 ข้อ  == คอลลาเจนของคุณมีคุณภาพน่าสงสัยนะคะ

ได้เวลาเปลี่ยนสู่สิ่งที่ดีกว่าแล้วล่ะค่ะ 
ขอแนะนำ "Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+" คอลลาเจนคุณภาพดี สวยได้ครบสูตร ในหนึ่งเดียว
 

Tip!
ไม่ว่าคอลลาเจนของคุณจะได้คะแนนมากหรือน้อยการรับประทานคอลลาเจนที่ดีต้องทานอย่างต่อเนื่อง
ในปริมาณที่พอเหมาะและมีสารอาหารอื่นๆด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติม

แบคทีเรียอยู่ส่วนไหนของร่างกายเราบ้าง ?

รู้ไหมว่า มีอะไรบ้างที่อยู่ในกระเพาะคนเรา ?


โดยปกติในกระเพาะและลำไส้ใหญ่ ของคนเรา จะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ซึ่งจำแนกออกเป็นสองประเภท คือ แบคทีเรียดี และ แบคทีเรียเลว
โดย แบคทีเรียหลักๆจะอาศัยอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ซึ่งจะมีมากสุดในบริเวณลำไส้ใหญ่ตอน ต้นช่วงขา และจะลดน้อยลงเรื่อยๆเมื่อถึงลำไส้ใหญ่ส่วนกลาง
และน้อยสุดในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ในช่วงแรกเกิดในลำไส้ใหญ่ของคนเราจะมีปริมาณแบคทีเรียที่ดีจำนวนมาก และจะลดลงไปตามอายุ
พร้อม กับลำไส้ที่สกปรกมากขึ้น แบคทีเรียที่ดีในท้องจะทำหน้าที่เหมือนทหารในการต่อสู้กับ เชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ
ที่เข้ามาภายในร่างกาย ช่วยทำให้มีสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งจะช่วยลดบ่อเกิดของอาการท้องผูก ท้องอืด ท้องเสีย มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ

สาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียดีของเราน้อยกว่าแบคทีเรียเลว
1.การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี ยาฆ่าแมลง
2.การดื่ม เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์
3.การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ

ประโยชน์ของแบคทีเรียต่อร่างกาย
1. กรดแลคติกที่แบคทีเรียผลิตออกมา จะทำให้สภาวะภายในลำไส้ มีความเป็นกรดมากพอที่จะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค
2. ทำให้ระบบขับถ่ายดี ไม่เกิดการหมักหมมของของเสียในร่างกาย เป็นการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ
3. ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง และกำจัดสารก่อมะเร็งบางชนิด
4. กรดแลคติกจากแบคทีเรีย จะช่วยลดระดับน้ำตาลและโคเลสเตอรอลในเลือด
5. นอกจากนี้ ยังผลิตเอนไซม์แลคเตส ซึ่งช่วยย่อยน้ำตาลในนม ทำให้ท้องไม่อืดจากการดื่มนม และช่วยทำให้การดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น

มาทำความรู้จักกับโปรไบโอติกและพรีไบโอติกกันเถอะ


โปร ไบโอติกส์ คือ ชื่อของแบคทีเรียชนิดที่ดีและมีประโยชน์ ซึ่งอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ของคนเรา ทำหน้าที่ต่อสู้แบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเจ็บป่วยเกี่ยวกับการย่อยอาหาร เช่น ท้องอืดและกลุ่มอาการบีบตัวผิดปกติของกระเพาะและลำไส้ และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆอีก เช่น ความเครียดและการกินยาปฏิชีวนะที่เข้าไปรบกวนจำนวนแบคทีเรียที่มีประโยชน์ใน ตัว ส่วน พรีไบโอติกส์ คือ ส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารแต่ทำให้กระตุ้นการเจริญของ แบคทีเรีย บางชนิดในลำไส้ใหญ่ หรือเรียกง่ายๆว่า พรีไบโอติกส์เป็นอาหารสำหรับโปรไบโอติกส์ พบในอาหารประเภทแป้งที่ลำไส้เล็กไม่สามารถได้

คุณสามารถเพิ่ม โปรไบโอติก ได้ด้วย 3 วิธีง่ายๆนี้
1. ทานอาหารที่ช่วยให้ โปรไบโอติกเติบโต โดยการรับประทานอาหารจำพวก ชีสต์ ,โยเกิร์ต
2. ลดความเครียด จาก การวิจัยพบว่า ภาวะความเครียดเรื้อรัง ซึ่งทำให้เกิดโรคลำไส้ระคายเคือง และในที่สุดก็ทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบ การลดความเครียดจะช่วยให้แบคทีเรียโปรไบโอติก ที่มีประโยชน์นั้นเจริญเติบโตขึ้นและสามารถช่วยกำจัดสิวที่ลุกลามได้อีกด้วย
3. รับประทาน โปรไบโอติก ในปริมาณที่พอเหมาะ เภสัชกร และผู้ให้คำแนะนำการใช้อาหารเสริม สนับสนุนคำกล่าวของ Dr.Author Presser ว่าแบคทีเรียที่จำเป็นต่อลำไส้คือ Bifidobacteria, Lactobacillus Acidophilus, Rhamnosus, Plantrarum, Bulgaricus, Streptococcus Faecium และ Streptococcus Thermophilus ซึ่ง Dr.Presser แนะนำให้รับประทานอาหารเสริม Probiotic ที่มีส่วนประกอบของแบคทีเรียทั้งเจ็ดนี้ ในหนังสือของเขา" The Nature Pharmacist’s Vitamin Primer" ด๊อกเตอร์ชี้ให้ดูที่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ FOS, Fructooligosacchrides ด๊อกเตอร์อธิบายเกี่ยวกับ FOS ว่าเป็นน้ำตาลที่พบได้ในผลไม้, ผัก และธัญพืช

รู้ไหมว่า? การรับประทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว ควบคู่กับ FOS จะช่วยทำให้ลำไส้ของเราสะอาดได้มากขึ้น เพราะสารอาหารในฟอสจะช่วยเลี้ยงให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ่านบทความเพิ่มเติม

คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร ? โดย : ouichon

มารู้จักคอลลาเจนเปปไทด์กันดีกว่า

ผิวสวย ใส เต่งตึง เป็นสิ่งที่ต้องการผู้หญิงอย่างเราต้องการ เรามาทำความรู้จักคอลลาเจนเปปไทด์ เพื่อผิวสวย สุขภาพดี เพราะสุขภาพผิวก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันค่ะ คอลลาเจนเปปไทด์ นวัตกรรมใหม่เพื่อการดูดซึมที่ดีกว่า
คอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) คือ คอลลาเจนที่ผ่านระบบการย่อยด้วยเอนไซม์จนมีโมเลกุลที่เล็กมาก ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วพร้อมประสิทธิภาพที่ ได้รับอย่างเต็มที่มากกว่าคอลลาเจนในรูปแบบอื่น

ตารางแสดงการเปรียบเทียบขนาดของคอลลาเจน

  คอลลาเจน เปปไทด์ คอลลาเจน
ทั่วไป
ขนาดโมเลกุล(ดาลตัน) 2,000-3,000 มากกว่า 20,000
ความสามารถในการละลาย เร็ว ช้า
การดูดซึมและนำไปใช้ สูง ต่ำ

หน้าที่ของคอลลาเจนตารางเปรียบเทียบการดูดซึมของคอลลาเจน

ลักษณะของคอลลาเจนฃเปปไทด์ที่ดี

  • ควรได้มาจากปลาทะเลน้ำลึกที่ปราศจากโรคและสารปนเปื้อน
  • ละลายได้ง่าย รวดเร็ว และใส
  • องค์ประกอบของกรดอะมิโนมีลำดับที่ใกล้เคียงกับคอลลาเจนที่พบในร่างกายมนุษย์
  • มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน
     

สุขภาพผิว

  • เสริมสร้างความยืดหยุ่น และรักษาไว้ซึ่งความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • ยับยั้งริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร
  • คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว

 

กระดูก

  • เพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก กระดูกอ่อน และข้อต่อ
  • ลดกระบวนการสลายแคลเซียม
  • บรรเทาอาการปวดข้อ

สาเหตุของการสูญเสียคอลลาเจน

  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • แสงแดด
  • การรับประทานอาหาร
  • มลภาวะต่าง ๆ เช่น ควันบุหรี่ ควันพิษ
  • อนุมูลอิสระ

เคล็ดลับสำหรับการเลือกดื่มคอลลาเจน

  • เลือกดื่มคอลลาเจนที่มีขนาดเล็ก (Collagen Peptide) เพื่อให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว
  • ดื่มคอลลาเจนที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการดูดซึมของคอลลาเจน
  • ดื่มคอลลาเจนขณะท้องว่าง เพื่อให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด

แหล่งอ้างอิง : 108health

อ่านบทความเพิ่มเติม

ในร่างกายเราก็ผลิตคอลลาเจนได้ ?

คอลลาเจนคืออะไร
 

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกายของมนุษย์ โดยเฉลี่ยจากค่าน้ำหนักตัว โดยร่างกายของมนุษย์จะประกอบด้วยน้ำ 60%, โปรตีน 20% และไขมัน 15% และส่วนที่เหลือเป็นแร่ธาตุต่างๆที่อยู่ในโปรตีน โดยในส่วนที่เหลือเฉลี่ยมีคอลลาเจนประมาณ 30%
 

รูปส่วนประกอบของคอลลาเจนในร่างกาย
 

ดังนั้น เราจะทราบได้อย่างไรว่าในร่างกายเรามีคอลลาเจน? โดยคอลลาเจนประมาณ 40% จะอยู่ในชั้นผิวหนัง , 10 - 20% อยู่ในกระดูกและกระดูกอ่อน และส่วนที่เหลือก็จะกระจายอยู่ในเส้นเลือดและอวัยวะอื่นๆในร่างกาย
 

รูปส่วนประกอบของคอลลาเจนในร่างกายวัดจากน้ำหนักตัว

สรุปได้ว่า คอลลาเจนเป็นสิ่งคำคัญพื้นฐานอยู่ในร่างกายของเรา ดังนั้นเราจึงควรหันมาดูแลคอลลาเจนในร่างกายของเราให้มากขึ้นนะค่ะ ซึ่งการรับประทานคอลลาเจนแทนส่วนที่สูญเสียไปตามวัยนั้น เป็นวิธีการแก้ไขที่ตรงจุด แต่เราก็ควรทานอย่างพอดี และเลือกรับประทานด้วยนะค่ะ สำคัญที่สุดอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะค่ะ เพื่อประโยชน์และความแข็งแรงของร่างกายค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม