เมนู

" คอลลาเจน " มีส่วนช่วยในการลดความอ้วน

คอลลาเจนมีส่วนช่วยให้คุณผอมได้อย่างไร?


ร่างกายคนเราประกอบด้วยมวลกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ กระดูก ไขมันและน้ำ ซึ่งความอ้วนนั้นเกิด จากการขาดสมดุลระหว่างไขมันกับมวลกล้ามเนื้อ เนื่องจากอาหารที่รับประทานเข้าไปมากเกินความต้องการ ส่วนเกินจะแปลสภาพเป็นไขมันสะสมตาม ส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยปกติแล้วหน้าที่หลักของ คอลลาเจน (Collagen) คือ การเสริมความยืดหยุ่น คืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง แต่นอกจากนี้ 
คอลลาเจนยังเป็นตัวแปลสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลายไขมันได้ดีขึ้นอีกด้วย 

 

เผาผลาญอย่างไร?
จากผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์นานกว่า 10 ปี พบว่า คอลลาเจน ช่วยเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญไขมันให้กับมนุษย์ได้โดยทำให้มีการนำเอาไขมันที่สะสมมาเผาผลาญมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น และมีการสร้างมวลกล้ามเนื้อมากขึ้นตามไปด้วย
บอกลายาลดความอ้วนและมาผอมสวยด้วย CollaColla Gluta Complex Plus 6,000 mg กันดีกว่าค่ะ!

อ่านบทความเพิ่มเติม

ราสเบอร์รี่ เบอร์รี่คงกระพัน

ราสเบอร์รี่ ( Raspberry ) – เบอร์ร์คงกระพันชั้นเลิศ


อีกหนึ่งสุดยอดเบอร์รี่ลูกเล็กแต่พลังแรงสูง จนขึ้นอันดับหนึ่งในสิบผลไม้ที่ให้ค่าต่อต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก
นอกจากชื่อเก๋ๆที่เราเรียกกันจนติดปากแล้ว เรามาดูกันว่า ราสเบอร์รี่ มีแอบซ่อนอะไรไว้ภายใต้ผลสีแดงสดน่ากิน

ประโยชน์เน้นๆของราสเบอร์รี่
1. ราสเบอร์รี่ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและและระบบไหลเวียนโลหิต
เนื่องจากจากอุดมไปด้วย ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) และรงควัตถุสีแดงเฉพาะตัว ทำให้การไหลเวียนหิตภายในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2. ราสเบอร์รี่ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
เนื่องจากอุดมไปด้วย วิตามินเค หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์
ช่วยบำรุงระบบประสาทและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้นด้วย

3. ราสเบอร์รี่ ช่วยบำรุงผิวพรรณ แลดูอ่อนกว่าวัยนับ 10 ปี
เนื่องจากราสเบอร์รี่ เต็มไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี  และวิตามินอี
ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) จึงมีส่วนช่วยชะลอความชรา ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และบำรุงผิวพรรณให้สวยสมวัย
ไร้ริ้วรอยก่อนวัยกวนใจแน่นอน

Tips!
ราสเบอร์รี่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงามมากมาย แต่ค่อนข้างหาทานยากในเขตเมืองร้อนเช่นประเทศไทยเป็นต้น
โชคดีที่ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก เราจึงสามารถเลือกรับประทานราสเบอร์รี่ในรูปแบบอื่นได้ เช่นใน คอลลา คอลล่า คอลลาเจน กลูต้า เบอร์รี่ พลัส นั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิตามินซี ราชินีผิวสวยและสุขภาพดี

วิตามินซี  ( Vitamin C ) – ราชินีผิวสวยและสุขภาพดี


วิตามินซี หรือ ชื่อเก๋ๆที่ทางคลินิกสุขภาพและผิวพรรณ มักใช้เรียกให้เราเคลิบเคลิ้มคือ แอสคอร์บิก แอซิด ( Ascorbic acid ) ซึ่งถูกใช้เป็นอีกหนึ่ง นูทราซูติคอล ( Nutraceutical ) เพื่อสุขภาพและความงามมานานหลายทศวรรษแล้ว โครงสร้างโดยทั่วไปของวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ และที่สำคัญคือร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง จำเป็นต้องรับประทานผ่านพืชผักและอาหารเท่านั้น


หน้าที่หลักของวิตามินซี  ( Vitamin C )
วิตามินซีเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะบทบาทในการสังเคราะห์คอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในผิวหนัง กระดูก เล็บ ผม ฟัน  ตลอดจนช่วยบำรุงผิว โดยช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อีกด้วย


ประโยชน์เน้นๆกับ วิตามินซี ( Vitamin C )
1. ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว
2. ช่วยในการดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย
3. ช่วยสมานบาดแผล
4. กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
5. ปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด
6. ต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน : 60 มก.


แหล่งที่พบ
ผักและผลไม้สดเป็นแหล่งรวม วิตามินซี ชั้นยอด เช่น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ แบล็กคอเรนท์  ผลเบอร์รี่ หรือง่ายแค่รับประทาน Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+ ก็ได้วิตามินซีครบต่อหนึ่งวันแล้ว
Tip!
การสังเคราะห์และดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายที่สมบูรณ์แบบจำเป็นต้องใช้วิตามินซี ประมาณ 60 มก.
ขอขอบคุณข้อมูลสนับสนุน : Woman’s Health 2012 , WikiPedia , Vitamin Bible

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิตามินอี สุขภาพดีและผิวนุ่มชุ่มชื้น

วิตามินอี ( Vitamin E ) – สุขภาพดี ผิวนุ่มชุ่มชื้น
 



หนึ่งในสิบขุนพลแห่งอาณาจักรวิตามิน ที่มีขื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องของการต่อต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำมัน เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานต่างๆในร่างกาย

หน้าที่สำคัญของวิตามินอี  ( Vitamin E )
เนื่องจากคุณสมบัติการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidants ) วิตามินอี จึงทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องร่างกายจากอนุมูลอิสระสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเสื่อมในร่างกายวิตามินอียังทำหน้าที่ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

ประโยชน์เน้นๆของวิตามินอี ( Vitamin E )
1. ช่วยปกป้องและต่อต้านอนุมูลอิสระ
2. ช่วยบำรุงผิวให้มีสุขภาพดีและแลดูอ่อนเยาว์
3. ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย
4. ช่วยลดเลือนแผลเป็น ฝ้า กระและจุดด่างดำ ให้จางลง
5. ช่วยลดอาการวัยทองในสตรีสูงวัย
6. ช่วยบำรุงหลอดเลือดและรักษาสุขภาพหัวใจ
7. ช่วยเสริมประสิทธิภาพของวิตามินเอ

ปริมาณแนะนำต่อวัน : 10 มก.
 


แหล่งที่พบ
น้ำมันรำข้าว , เมล็ดธัญพืชหลากหลายชนิด ,  อโวกาโด , หน่อไม้ฝรั่ง หรือ ง่ายที่สุดแค่รับประทาน 
"Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+"

Tips
เพื่อประสิทธิภาพที่ดี ควรรับประทานควบคู่กันกับวิตามินซีและซิลิเนียมแต่การปรุงอาหารด้วยความร้อนจะทำลายวิตามินซีในพืชผักไปกว่า 1 ใน 3 เลยทีเดียว

อ่านบทความเพิ่มเติม

สวยง่ายๆ ด้วยเปลือกสนฝรั่งเศส แล้วสนไหม?

สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส 


จะให้สารสำคัญ คือ โปรเเอนโธชัยยานิดีน (Oligomeric Proanthocyanidin Complexes - OPC) และสารในกลุ่ม  
ไบโอฟาโวนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง (Super antioxidant) ซึ่งมีบทบาทในการชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย 
และยังเสริมฤทธิ์ของการทำงานของวิตามิน ซี และ อี ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

ประโยชน์

  1. ยับยั้งขบวนการผลิตเม็ดสี (melanogenesis) ทำให้ผิวสว่างใสมากขึ้น และ ลดการเกิดฝ้า และ จุดด่างดำ
  2. ยับยั้งการเสื่อมสลายตัวของคอลลาเจน จึงทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรง หยืดหยุ่นได้มากขึ้น
  3. เพิ่มการไหลเวียนโลหิต (Enhacnce blood micro-circulation to the skin) ช่วยการนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกาย
  4. ยับยั้งการอักเสบของผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง แผลเป็นหายเร็วขึ้น
  5. ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด เพิ่มความแข็งแรงและความหยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดฝอย
    ทำให้การไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพของหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นสาเหตุของเส้นเลือดขอด ปวดขา ขาบวม

อ่านบทความเพิ่มเติม

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ตำรับลับจากสวนฝรั่งเศส

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)


มีสารสำคัญในกลุ่ม ไบโอฟลาโวนอยด์ OPC (Oligomeric Proanthocyanidins) ที่มีคุณสมบัติจับกับอนุมูลอิสระที่คอยทำลายผนังหลอดเลือด เพิ่มความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน บริเวณหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดฝอย แข็งแรง ทำให้นำสารอาหาร ไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี จึงช่วยเพิ่มความสดใส เพิ่มความหยืดหยุ่น ตรึงกระชับ ให้กับผิว และสารสกัดจากเมล็ดองุ่นยังช่วยลดการผลิตเม็ดสีผิวเข้ม จึงทำให้ผิวสว่าง สดใส ขึ้น

ปริมาณที่แนะนำ
ควรรับประทาน ร่วมกับ สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส 30 มิลลิกรัม

แหล่งที่พบ
องุ่นพันธุ์ดีจากสวนในแคว้นบอร์เดอร์ในฝรั่งเศส หรือ แค่ฉีกซอง CollaColla

อ่านบทความเพิ่มเติม

สารอาหารคือยา โคเอ็นไซม์คิวเท็น

สารอาหารคือยา – โคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 )


ปัจจุบันการแพทย์และวิทยาศาสตร์เพื่อความงามก้าวหน้าไปมากกว่าที่เราจะคาดคิด ส่งผลให้สารอาหารบางจำพวกถูกค้นพบให้ซึ่งประโยชน์ที่มากกว่าที่มันเป็น จากการค้นคว้าวิจัยและติดตามเฝ้าดูผลลัพธ์ที่ได้มากกว่า 10 ปี วงแพทย์จากทั่วโลกเชื่อว่าโคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 ) คือ ยาอายุวัฒนะที่ช่วยชะลอวัยและบำรุงสุขภาพได้ทุกเพศทุกวัย

โคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 ) คืออะไร?
คือ นูทราซูติคอล ( Nutraceutical ) ชนิดหนึ่งคล้ายวิตามิน สามารถพบได้ทั่วร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะที่ต้องการพลังงานมาก เช่น หัวใจ ตับ เป็นต้น

โคเอ็นไซม์คิวเทน ( Co-enzyme Q10 ) ทำหน้าที่อะไร?
โดยพื้นฐานแล้วทำหน้าที่ให้พลังงาน และ ช่วยในกระบวนการสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ทุกชนิดในร่างกาย ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเมื่อทำงานร่วมกับวิตามินอี  ( Vitamin E )

ประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม
ทางการแพทย์ญี่ปุ่นยกย่องให้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูง ( Super Antioxidants ) ซึ่งช่วยต่อต้านกระบวนการทำลายผนังเซลล์ และอัตราการเกิดโรคหัวใจชนิดต่างๆ นอกจากนี้ในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์เพื่อควางามยังยอมรับว่า โคเอ็นไซม์คิวเทน ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยอันเนื่องมาจากภาวะเสื่อมถอยของร่างกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี และหากรับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะมีผลช่วยให้ริ้วรอยก่อนวัยแลดูจางลงป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย


แหล่งที่พบ
ถั่ว ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์ หรือ รับทานได้โดยตรงจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของโคเอ็นไซม์คิวเทน เช่น Wiup Collagen Gluta Q10 Plus

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทรนด์ใหม่คอลลาเจนแห่งโลกอนาคต

บทความที่คุณจะได้อ่านด้านล่างต่อไปนี้ คือ คำตอบสุดท้ายของเทรนด์การรับประทานคอลลาเจนแห่งโลกอนาคต
ไขปริศนาทุกคำถามด้วยหลักฐานงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพและความงามที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในยุโรป กับ
Bioactive Collagen จาก Peptan®
คอลลาเจนนวัตกรรมใหม่ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ความสวยและสุขภาพดีให้กับสาวปาริเซียง และสาวๆในยุโรปมาแล้วครั้งหนึ่ง
เมื่อปลาทะเลน้ำลึกในเขตน่านน้ำฝรั่งเศส ถูกนำมาเพาะเลี้ยง ประคบประหงม ดูแลอย่างใกล้ชิด ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่

อาหารที่ให้อุณหภูมิของน้ำ ตลอดจนปริมาณออกซิเจนในน้ำ กระทั่งถูกสกัดด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในฝรั่งเศส กลายเป็นคอลลาเจนเปปไทด์
ที่มีมวลโมเลกุลเล็กมากที่สุดในโลกถึง 
2,000 ดาลตัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วย กรดอะมิโน (Amino acids) สำหรับร่างกายมนุษย์สูงสุดถึง 18 ชนิด ดังนี้

อ่านบทความเพิ่มเติม

คอลลาเจนก็ทำให้แข็งได้ ?

เมื่อคอลลาเจน ทำให้แข็งข้อ

จากการวิจัยพบว่า Collagen hydrolysate ที่รับประทานเข้าไปในร่างกาย จะไปก่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนที่สำคัญ คือ คอลลาเจนชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นคอลลาเจนกระดูกอ่อน ซึ่งมีผลทำให้เกิดการสร้างกระดูกอ่อนใหม่ขึ้น ทำให้ป้องกันหรือชะลอการเกิดข้อเสื่อมได้ และคนที่เป็นข้อเสื่อมอยู่แล้วก็ทำให้อาการของข้อเสื่อมดีขึ้น

Doctor's Say!คอลลาเจนที่ดีต้องมีส่วนช่วยให้กระดูกข้อต่อแข็งแรง ไม่เกิดปัญหาเจ็บแปลบๆเวลาเคลื่อนไหว คุณหมอและผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสแนะนำ Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+

อ่านบทความเพิ่มเติม

แอล-กลูต้าไธโอน กับ ผิวขาวใส ยังไงกัน?

คำถามกับ แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) ที่คุณอาจไม่เคยรู้


Q1: แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) คืออะไร?
A1: แอล-กลูต้าไธโอน เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง แต่มีปริมาณน้อย – น้อยมาก ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสุขภาพและความงามของร่างกาย 

Q2: แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) มีประโยชน์อย่างไร?
A2: ผลลัพธ์ที่ได้โดยตรงคือ ช่วยยับยั้งกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวสีเข้ม ทำให้ผิวแลดูขาวสว่างขึ้นอีก 1-2 ระดับ อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ( Antioxidants ) ทำหน้าที่ป้องกันการเกิดของอนุมูลอิสระ ( Free Radicals ) และป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ตับ ยิ่งไปกว่านั้น แอล-กลูต้าไธโอน ยังมีส่วนสำคัญในการขับล้างสารพิษหรือสิ่งแปลกปลอมที่สะสมในร่างกายโดยผ่านทางตับได้อีกด้วย ( Detoxification ) เช่น แอลกอฮอล์หรือ ยาพาราเซทตามอล นอกเหนือจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ( Immune System ) ช่วยให้ทำงานต่อต้านเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q3: เราควรเพิ่ม แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) ให้ร่างกายได้อย่างไรและวิธีไหนดีที่สุด?
A3: ปัจจุบันนี้การแพทย์เพื่อสุขภาพและความงามรุดหน้าไปมากทำให้เราสามารถรับแอล-กลูต้าไธโอนได้หลายช่องทาง เช่น การฉีด การทา และการรับประทาน แต่วิธีที่ทำได้เองโดยง่าย ปลอดภัย เห็นผลจริงและประหยัดคุ้มค่าที่สุดคือการรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ แอล-กลูต้าโอน

Q4: เราควรรับประทาน แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) อย่างไรเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเห็นผลจริง?
A4: ตามมาตราฐานอย.ไทย เราควรรับประทานในรูปของอาหารเสริมไม่เกินวันละ 250 มก. แต่เพื่อการดูดซึมและนำไปใช้งานได้ดีกว่า ควรรับประทานควบคู่กันกับ วิตามินซี ( Vitamin C ) เนื่องจากวิตามินซีจะช่วยในการดูดซึมแอล-กลูต้าไธโอนอีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

Q5: แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) ต่างจาก แอล-ซีสเทอีน ( L-Cysteine ) อย่างไร?
A5: แอล-ซีสเทอีน เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับ แอล-กลูต้าไธโอน แต่มันทำหน้าที่เป็นเพียงสารตั้งต้นในการสร้างแอล-กลูต้าไธโอน โดยต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของไกลซีน กลูตามิกแอซิด และวิตามินซี จึงจะก่อเกิดเป็น แอล-กลูต้าไธโอน ที่สมบูรณ์แบบได้ สรุปได้ว่า หากต้องการผลลัพธ์ของ แอล-กลูต้าไธโอน ที่ชัดเจนและรวดเร็ว เราควรรับประทานเป็น แอล-กลูต้าไธโอน จะดีกว่าการรับประทานเป็นเพียงแค่สารตั้งต้น

Q6: การรับประทาน แอล-กลูต้าไธโอน ( L-Glutathione ) มีผลข้างเคียงใดๆหรือไม่?
A6: การรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ แอล-กลูต้าไธโอน หากรับประทานตามคำแนะนำจะไม่มีผลข้างเคียง ที่สำคัญคือ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยผลิตที่เรามั่นใจได้ มีแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน เช่นการใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศในฝั่งยุโรปเป็นหลักและต้องได้รับการรับรองจาก อยไทยด้วยจึงจะเป็นอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ แอล-กลูต้าไธโอน ที่ปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง

Q7: หากหยุดรับประทานจะกลับมาผิวคล้ำอีกหรือไม่?
A7: จากผลวิจัยทางการวิทยาศาสตร์เชิงสุขภาพและความงามของยุโรป ยืนยันว่าการหยุดรับประทาน แอล – กลูต้าไธโอน ไม่ทำให้ผิวมีระดับสีเข้มขึ้นแต่อย่างใด เพราะปัจจัยหลักที่ทำให้สีผิวมีระดับความเข้มมากกว่าเดิมคือ แสงแดด แสงไฟ มลภาวะและความเครียดในแต่ละวันหากเราสามารถปกป้องและกำจัดปัจจัยดังกล่าวได้ทั้งหมด จะช่วยคงความขาวใสให้อยู่กับเราไปได้อีกนานเท่านาน 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไม่เจ็บไม่ป่วยด้วย " คอลลาเจน "

คอลลาเจนมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายอย่างไรนะ?
Collagen, What's Good for you!

  1. ช่วยเรื่องสุขภาพผิว การรับประทานคอลลาเจน จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ที่พบได้ในผิวหนังถึง 70% ซึ่งจะทำให้ ผิวแข็งแรง เรียบตึงไม่หย่อนคล้อย อีกทั้งช่วยให้ผิวหนังกักเก็บหรืออุ้มน้ำไว้ได้มากขึ้น คงความชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ลดการเหี่ยวย่นได้
  2. บำรุงข้อ และเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง การรับประทานคอลลาเจน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 2 ที่พบได้ในกระดูกอ่อน ข้อต่อ เพื่อฟื้นฟูข้อ เพิ่มความยืดหยุ่น ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อเข่าลงได้ลดอาการ “ข้อเสื่อม” และทำให้สุขภาพข้อกลับมาดีขึ้น
  3. สัดส่วนกระชับมากขึ้น เพราะคอลลาเจน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้เผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น ดึงไขมันที่ใช้เป็นพลังงาน เพราะในขณะหลับร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งจะใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก  ดังนั้นเมื่อมีการรับประทานคอลลาเจนโปรตีนก่อนนอนจะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันไปใช้เป็นแหล่งพลังงานเพื่อใช้ซ่อมแซมคอลลาเจนโปรตีนที่เสื่อมสภาพภายในร่างกาย
  4. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผมเล็บ เพราะ เส้นผมและเล็บประกอบไปด้วยคอลลาเจน จึงช่วยบำรุงเส้นผม เล็บ ให้แข็งแรง ไม่เปราะแตกง่าย

ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ไม่ต้องรอให้แก่แล้วค่อยทานแล้วล่ะค่ะทานเลยวันนี้ เลือก Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+ สิคะ!

อ่านบทความเพิ่มเติม

ถ้าคอลลาเจนของคุณไม่มีลักษณะแบบนี้ ควรเปลี่ยนด่วน !!

คอลลาเจนที่คุณเลือกดีพอกับสาวสวยอย่างคุณแล้วหรือไม่? Let’s check up you Collagen

คอลลาเจนที่ดี เป็นอย่างไร เราไปเช็คกันเลยค่ะ

Mission: เพียงตอบคำถามสั้นๆ ดังต่อไปนี้
1.) คอลลาเจนของฉัน เป็นคอลลาเจนที่สกัดมากจากปลาทะเลน้ำลึกที่มีมาตรฐานระดับโลก และมีมวลโมเลกุลเล็กที่สุด 2,000 ดาลตัน ใช่   ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
2.) คอลลาเจนที่ฉันรับประทาน มีปริมาณ 2,500 mg. ต่อครั้ง ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
3.) คอลลาเจนของฉัน ช่วยให้ขาวได้จริง เพราะมีแอล-กลูต้าไธโอนและสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและสารสกัดจากเปลือกสน เป็นต้น  ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
4.) คอลลาเจนของฉัน ช่วยป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจนได้ เพราะมีสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและสารสกัดจากเปลือกสน  ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
5.) คอลลาเจนของฉัน ใส่สูตรอาหารผิวสวยครบถ้วนมากถึง 7 ประการคือ แอล-กลูต้าไธโอน , โคเอ็นไซม์ คิวเท็น , สารสกัดจากเปลือกสนสารสกัดจากเมล็ดองุ่น , สารสกัดจากทับทิม , อะเซโรล่า เชอร์รี่ และวิตามินอี ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
6.) คอลลาเจนของฉัน ทานง่ายเพราะรสชาติอร่อย ไม่มีกลิ่นคาวปลาและที่สำคัญไม่มีนํ้าตาล ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ
7.) คอลลาเจนของฉัน ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง   ใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้สิ

คำตอบของคุณ?
ใช่” 1-3 ข้อ  == คอลลาเจนของคุณสวยไม่ครบสูตรนะคะและ   
ใช่” 6-7 ข้อ  == คอลลาเจนของคุณคุณภาพดี ครบสูตรผิวสวย  
ใช่” 4-5 ข้อ  == คอลลาเจนของคุณมีคุณภาพน่าสงสัยนะคะ

ได้เวลาเปลี่ยนสู่สิ่งที่ดีกว่าแล้วล่ะค่ะ 
ขอแนะนำ "Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+" คอลลาเจนคุณภาพดี สวยได้ครบสูตร ในหนึ่งเดียว
 

Tip!
ไม่ว่าคอลลาเจนของคุณจะได้คะแนนมากหรือน้อยการรับประทานคอลลาเจนที่ดีต้องทานอย่างต่อเนื่อง
ในปริมาณที่พอเหมาะและมีสารอาหารอื่นๆด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติม

มีอะไรในนํ้ามันปลา (Fish Oil) ?

อะไรอยู่ในนํ้ามันปลา (Fish Oil)?
จริงๆแล้วนํ้ามันปลาถูกพูดถึงกันมานานหลายทศวรรษแล้ว หลายคนพูดถึงสรรพคุณของนํ้ามันปลาว่ามีประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งสมอง ทั้งการเรียนรู้
รวมไปจนถึงเรื่องของผิวพรรณและสุขภาพ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่า นํ้ามันตับปลา 1 แคปซูลมาตราฐานให้อะไรบ้าง?

ในน้ำมันปลามีกรดไขมันหลายชนิด แต่ที่สำคัญและมีการนำมาใช้ทางการแพทย์กันอย่างแพร่หลาย คือ 
1.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันสำคัญในสมองและจอประสาทตา มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมอง ตับ 
และระบบประสาทเกี่ยวกับการพัฒนาเรียนรู้ รวมทั้งเกี่ยวกับเรตินาในการมองเห็นด้วย

กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 ที่สำคัญ 2 ชนิด คือ
(1)กรดไอโคซาเพนตาอีโนอิก EPA (Eicosapentaenoic acid) 
(2)กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิก DHA (Docosahexaenoic acid) 

2.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 (Omega-6) อีกหนึ่งกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายจำเป็นต้องรับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น กรดไขมันชนิดนี้เป็น
ส่วนประกอบของผนังเซลล์ มีหน้าที่ส่งผ่านคำสั่งทางเคมีจากสมองสู่ร่างกาย มีผลในแง่บวกต่อในการลดไขมันในเลือด พบมากในน้ำมันพืชหลายชนิด
เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

ประโยชน์ของนํ้ามันปลา
1. ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดระดับความดันโลหิต
2. มี DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการทำงานของระบบความจำ
3. มีส่วนช่วยในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค เช่นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคความจำเสื่อม
4. มีส่วนช่วยในการป้องกันข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ไมเกรน และเบาหวาน
5. มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคไต และโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย
6. ช่วยเพิ่มระดับ HDL (ไขมันชนิดดี) ที่จะช่วยลดระดับ LDL (ไขมันชนิดร้าย) ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพหลอดเลือดและสุขภาพหัวใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิตามินดี กระดูกแข็งแรงสร้างได้

วิตามินดี  ( Vitamin D ) – ราชากระดูกแข็ง
วิตามินดี หรือ แคลซิเฟอรอล (Calciferol) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน โดยธรรมชาติของวิตามินดีแล้วแบ่งออกเป็นรูปแบบ
หรือฟอร์มที่หลากหลาย เช่น D1,D2,D3,D4,D5 ซึ่งรูปแบบหรือฟอร์มที่มีผลต่อร่างกายของมนุษย์มากที่สุด นั่นคือ D2 และ D3 
เราสามารถได้รับวิตามิน ได้ 2 ช่องทาง คือ การรับประทาน และ การสังเคราห์ที่ผิวหนังระหว่างการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ

ประโยชน์เน้นๆกับ วิตามินดี ( Vitamin D )

1.) ช่วยในการดูดซึม แคลเซี่ยม และ ฟอสฟอรัส มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนา
การของกระดูก ฟันและการเจิยเติบโตตามวัยของเด็กๆ

2.) จากการวิจัยของมหาลัยแพทย์ในสหรัฐอเมริกา พบว่าวิตามินดี เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาระดับภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ
ซึ่งเห็นได้ชัดจากการปกป้องภูมิคุ้มกันของร่างกายจากโรคหวัด

3.) ในวัยสูงอายุ วิตามินดี มีส่วนช่วยให้การทำงานของสมองเป็นไปอย่างราบรื่น

4.) จากการวิจัยของศูนย์วิจัยและรักษาโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ในจำนวนคนที่มีระดับวิตามินดีใน
ร่างกายมากกว่า จะยิ่งช่วยลดโอกาสการพัฒนาของเซลล์มะเร็ง เมื่อเทียบกับผู้ที่มีระดับวิตามินดีน้อยกว่า


แหล่งที่พบ
พบได้ในน้ำมันตับปลา ตับสัตว์ ไขมัน เนย นม และแสงแดดยามเช้า-เย็น

ขอขอบคุณข้อมูลสนับสนุน : WikiPedia , Vitamin Bible, Cancer Treatment Centers of America.

อ่านบทความเพิ่มเติม

หมดปัญหาความดันโลหิตกับเมล็ดองุ่น

หมดปัญหาความดันโลหิตกับเมล็ดองุ่น
นอกจากความสวยงามทางด้านผิวพรรณแล้ว สารสกัดจากเมล็ดองุ่นที่เราคุ้นเคยกัน
ยังมีส่วนช่วยให้เส้นเลือดของเราทำงานสะดวกกว่าเดิมอีกด้วย

ยืนยันผลลัพธ์ที่ดีขึ้นด้วยผลจากวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา
พบว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีส่วนช่วยให้ความดันโลหิตลดลงอยู่ในระดับปกติ

ความดันโลหิตสูงหรือตํ่า?
ความดันโลหิตเกิดจากการบีบตัวและคลายตัวของหัวใจ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบ
นั่นคือ 1.) ความดันช่วงหัวใจบีบ (ความดันซิสโตลิก:systolic)  และ 2.) ความดันช่วงหัวใจคลาย
(ความดันไดแอสโตลิก:diastolic) 

โดยการวัดจะให้ค่าของตัวเลข เป็น 2 ตัว เช่น 130/80  เป็นต้น
ซึ่งตัวเลขชุดแรก หมายถึง ความดันช่วงหัวใจบีบ ปกติจะมีค่าตํ่ากว่า 130
ซึ่งตัวเลขชุดสอง หมายถึง ความดันช่วงหัวใจคลายตัว ปกติจะมีค่าตํ่ากว่า 80

ความดันโลหิตมีผลต่ออะไรบ้าง?
จากผลการทดลองจากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาพบว่า
ผู้ที่มีความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์สูงมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะผิกปกติหลายๆชนิด เช่น
ภาวะอัมพาตจากหัวใจล้มเหลว, อัมพาตจากหลอดเลือดแตกในสมอง และอื่นๆอีกมาก

รู้แบบนี้แล้ว เพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคเส้นเลือด หันมารับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นกันเถอะ 

ขอบคุณข้อมูล: มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา 

อ่านบทความเพิ่มเติม

แบคทีเรียอยู่ส่วนไหนของร่างกายเราบ้าง ?

รู้ไหมว่า มีอะไรบ้างที่อยู่ในกระเพาะคนเรา ?


โดยปกติในกระเพาะและลำไส้ใหญ่ ของคนเรา จะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ซึ่งจำแนกออกเป็นสองประเภท คือ แบคทีเรียดี และ แบคทีเรียเลว
โดย แบคทีเรียหลักๆจะอาศัยอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ซึ่งจะมีมากสุดในบริเวณลำไส้ใหญ่ตอน ต้นช่วงขา และจะลดน้อยลงเรื่อยๆเมื่อถึงลำไส้ใหญ่ส่วนกลาง
และน้อยสุดในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ในช่วงแรกเกิดในลำไส้ใหญ่ของคนเราจะมีปริมาณแบคทีเรียที่ดีจำนวนมาก และจะลดลงไปตามอายุ
พร้อม กับลำไส้ที่สกปรกมากขึ้น แบคทีเรียที่ดีในท้องจะทำหน้าที่เหมือนทหารในการต่อสู้กับ เชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ
ที่เข้ามาภายในร่างกาย ช่วยทำให้มีสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งจะช่วยลดบ่อเกิดของอาการท้องผูก ท้องอืด ท้องเสีย มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ

สาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียดีของเราน้อยกว่าแบคทีเรียเลว
1.การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี ยาฆ่าแมลง
2.การดื่ม เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์
3.การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ

ประโยชน์ของแบคทีเรียต่อร่างกาย
1. กรดแลคติกที่แบคทีเรียผลิตออกมา จะทำให้สภาวะภายในลำไส้ มีความเป็นกรดมากพอที่จะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค
2. ทำให้ระบบขับถ่ายดี ไม่เกิดการหมักหมมของของเสียในร่างกาย เป็นการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ
3. ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง และกำจัดสารก่อมะเร็งบางชนิด
4. กรดแลคติกจากแบคทีเรีย จะช่วยลดระดับน้ำตาลและโคเลสเตอรอลในเลือด
5. นอกจากนี้ ยังผลิตเอนไซม์แลคเตส ซึ่งช่วยย่อยน้ำตาลในนม ทำให้ท้องไม่อืดจากการดื่มนม และช่วยทำให้การดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น

มาทำความรู้จักกับโปรไบโอติกและพรีไบโอติกกันเถอะ


โปร ไบโอติกส์ คือ ชื่อของแบคทีเรียชนิดที่ดีและมีประโยชน์ ซึ่งอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ของคนเรา ทำหน้าที่ต่อสู้แบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเจ็บป่วยเกี่ยวกับการย่อยอาหาร เช่น ท้องอืดและกลุ่มอาการบีบตัวผิดปกติของกระเพาะและลำไส้ และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆอีก เช่น ความเครียดและการกินยาปฏิชีวนะที่เข้าไปรบกวนจำนวนแบคทีเรียที่มีประโยชน์ใน ตัว ส่วน พรีไบโอติกส์ คือ ส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารแต่ทำให้กระตุ้นการเจริญของ แบคทีเรีย บางชนิดในลำไส้ใหญ่ หรือเรียกง่ายๆว่า พรีไบโอติกส์เป็นอาหารสำหรับโปรไบโอติกส์ พบในอาหารประเภทแป้งที่ลำไส้เล็กไม่สามารถได้

คุณสามารถเพิ่ม โปรไบโอติก ได้ด้วย 3 วิธีง่ายๆนี้
1. ทานอาหารที่ช่วยให้ โปรไบโอติกเติบโต โดยการรับประทานอาหารจำพวก ชีสต์ ,โยเกิร์ต
2. ลดความเครียด จาก การวิจัยพบว่า ภาวะความเครียดเรื้อรัง ซึ่งทำให้เกิดโรคลำไส้ระคายเคือง และในที่สุดก็ทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบ การลดความเครียดจะช่วยให้แบคทีเรียโปรไบโอติก ที่มีประโยชน์นั้นเจริญเติบโตขึ้นและสามารถช่วยกำจัดสิวที่ลุกลามได้อีกด้วย
3. รับประทาน โปรไบโอติก ในปริมาณที่พอเหมาะ เภสัชกร และผู้ให้คำแนะนำการใช้อาหารเสริม สนับสนุนคำกล่าวของ Dr.Author Presser ว่าแบคทีเรียที่จำเป็นต่อลำไส้คือ Bifidobacteria, Lactobacillus Acidophilus, Rhamnosus, Plantrarum, Bulgaricus, Streptococcus Faecium และ Streptococcus Thermophilus ซึ่ง Dr.Presser แนะนำให้รับประทานอาหารเสริม Probiotic ที่มีส่วนประกอบของแบคทีเรียทั้งเจ็ดนี้ ในหนังสือของเขา" The Nature Pharmacist’s Vitamin Primer" ด๊อกเตอร์ชี้ให้ดูที่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ FOS, Fructooligosacchrides ด๊อกเตอร์อธิบายเกี่ยวกับ FOS ว่าเป็นน้ำตาลที่พบได้ในผลไม้, ผัก และธัญพืช

รู้ไหมว่า? การรับประทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว ควบคู่กับ FOS จะช่วยทำให้ลำไส้ของเราสะอาดได้มากขึ้น เพราะสารอาหารในฟอสจะช่วยเลี้ยงให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ่านบทความเพิ่มเติม