เมนู
media

ประโยชน์ของ กรดไฮยาลูรอนิค ที่มีต่อผิวหน้า

อ่านบทความเพิ่มเติม
media

ปรับรูปหน้าให้ V-Shape ด้วย Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนนิค เอซิด)

อ่านบทความเพิ่มเติม
media

ริ้วรอยดูลดเลือนด้วย Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนนิค เอซิด)

จากที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนนิค เอซิด) สามารถดูแลแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่มักใช้ลดเลือนริ้วรอย เนื่องจากว่า Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนนิค เอซิด) สามารถเข้าไปเติมคอลลาเจนที่หายไปจากผิว ทำให้ริ้วรอย ร่องลึก ดูตื้นขึ้น และลดเลือนลงจนหายไปในที่สุด นอกจากนี้ Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนนิค เอซิด) ที่ใช้ส่วนใหญ่จะช่วยเพิ่มน้ำให้ผิวจึงช่วยคืนความชุ่มชื่นให้ผิวไปด้วยในตัว ดังนั้น ไม่ว่าเวลาจะพรากผิวคุณภาพดีของเราไปแค่ไหน ก็สามารถเรียกคืนกลับมาได้ Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนนิค เอซิด) จะช่วยฟื้นฟูผิวที่บ่งบอกอายุแก่เกินวัยหรือผิวที่บอบบาง ขาดความชุ่มชื่น ให้การเปลี่ยนแปลงของเวลาไม่สามารถทำอะไรใบหน้าเราได้
อ่านบทความเพิ่มเติม

Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนนิค เอซิด) แก้ไขทุกปัญหาผิวเสื่อมสภาพในนวัตกรรมเดียว

อ่านบทความเพิ่มเติม

สิ่งที่ควรทานในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเล่นเวท

สิ่งที่ควรทานในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเล่นเวท

ก่อนออก : แป้ง+โปรตีน
ระหว่างออก : น้ำเปล่า หรือ เครื่องดื่มเกลือแร่
หลังออก : แป้ง+โปรตีน

ก่อนเล่นเวท แป้ง+โปรตีน

60-90นาที ก่อนการเล่นเวท 
ร่างกายควรได้รับแป้ง ซึ่งถ้าจะให้ดี ควรเป็นแป้งที่ไม่ขัดขาว
กรณีที่เรากินโปรตีนด้วยควรเผื่อเวลาสัก 90-120นาทีจะได้ไม่จุก ข้าว+ไก่

 

 

อาหารเบาๆ อาจกินก่อนเวทสัก 15-30 นาที
แซนวิชทูน่า+ไข่ต้ม (ในร้านสะดวกซื้อ)
นมช็อกโกแลต+ขนมปัง+กล้วย (ในร้านสะดวกซื้อ)
อาหารหนักทานก่อนสัก 90-120นาทีจะได้ไม่จุก อย่าทานจนอิ่ม ย้ำนะอย่าทานจนอิ่มระวังจุก
ข้าวขาว+อกไก่(ทำกินเอง)
ข้าวมันไก่พิเศษไก่ (ร้านค้าทั่วไป)

ระหว่างเล่นเวท : น้ำเปล่า หรือ เครื่องดื่มเกลือแร่

ส่วนตัวผมดื่มน้ำเปล่า แบบค่อยๆจิบๆ ใช้เวลาเล่นเวทประมาณ 2 ชั่วโมง

ผมดื่มน้ำ 2 ลิตร (ร่างกายคนเราต่างกัน) สังเกตุตัวเองนะครับ อย่าดื่มมากไปหรือน้อยไป

กรณีต่อมา ระหว่างออกกำลังกาย ร่างกายเสียน้ำตาลในเลือด จึงควรมีการทดแทนทั้งน้ำตาล 
และของเหลว ด้วยเครื่องดื่มเกลือแร่

ข้อควรระวังของการดื่มเกลือแร่

-คนที่พยายามลดไขมันอยู่ ถ้าดื่มเกลือแร่ที่มีน้ำตาลไปด้วย อาจจะทำให้ได้รับพลังงานเพิ่ม ไม่ค่อยแนะนำ
-คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายหนักขนาดนั้น (เช่น เดินเล่น เล่นเวทเบาๆ) ไม่ต้องดื่มก็ได้
-คนที่ควรดื่มระหว่างออกกำลัง คือคนที่ไม่ได้กินข้าวมาก่อน หรือคนที่อยากเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือนักกีฬาครับ

หลังเล่นเวท : แป้ง+โปรตีน

หลังเล่นเวทสัก 30 นาที ให้กิน แป้ง+โปรตีน อาหารหนัก

ตัวอย่างอาหาร
ข้าว+อกไก่
ข้าว+ปลา
ข้าว+กับอาหารทั่วไปเน้นโปรตีนสูงไว้
ข้าวมันไก่ พิเศษไก่
ข้าวขาหมู ไม่มันไม่หนัง
หรือง่าย ไข่ต้ม เสริมมาได้เลย
มื่อหลังเล่นเวทแล้วแต่ใครสะดวกว่าจะทานอะไรก็เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเข้าไว้ครับ 

หลายคนเชื่อว่าหลังการออกกำลังกาย 30 นาทีกินแล้วไม่อ้วน
ความเป็นจริงถ้ากินมากเกินความจำเป็นก็อ้วนอยู่ดีนะครับ

ถ้าดื่ม Whey

แล้วแต่ใครสะดวกครับ การดื่มก่อนและหลังออกกำลังกายควรเลือก Whey ที่เหมาะสม
Whey เป็นแค่อาหารเสริมไม่สามารถทำให้กล้ามใหญ่ได้ ถ้าคุณกินอาหารหลักไม่ถึง

cr.chonmaphumsangkla


อ่านบทความเพิ่มเติม

คู่มือเที่ยวอาบอบนวด ฉบับที่ 3.2

จากการที่ได้เคยพูดคุยกับแขกที่ไปเที่ยวและจากประสบการณ์เอง น่าเชื่อว่ามีหมอนวดที่เคยอึ๊บกับแขกโดยไม่ใส่ถุงยางเป็นประจำ(ไม่ทุกครั้ง)ไม่น้อยกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์ และที่ยอมให้อึ๊บสด ๆ นาน ๆ ครั้งอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จึงรวมหมอนวดที่เคยให้แขกอึ๊บโดยไม่ใส่ถุงยางถึงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว อย่างนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าไม่ควรอึ๊บสด ๆ กับหมอนวด
แต่เมื่อมีความจริงอยู่ว่ามีการอึ๊บกันสด
อ่านบทความเพิ่มเติม

คู่มือเที่ยวอาบอบนวด ฉบับที่ 3.1

พอเข้าไปในห้อง หมอนวดมักจะตรงไปเปิดน้ำร้อนน้ำเย็นใส่อ่างก่อน สักเดี๋ยวก็จะมีเด็กเสริฟมาถามว่าจะสั่งอะไรมากิน ปกติเราก็มักจะสั่งน้ำ เบียร์หรืออะไรก็ตามแต่เราต้องสั่งให้หมอนวดด้วยเป็นการแสดงน้ำใจที่ดี เมื่อเด็กเอามาเสริฟแล้ว ต้องทิปให้เด็กด้วย (อย่าลืม) ระหว่างนั้นก็จะมีแม่บ้านเอาตะกร้าใส่อุปกรณ์พวกสบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาบ้วนปาก กระดาษเช็ดหน้า ฯลฯ มาให้แล้วรีบออกไป หมอนวดก็เอาน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไปผสมน้ำในอ่าง
อ่านบทความเพิ่มเติม

คู่มือเที่ยวอาบอบนวด ฉบับที่ 2

พวกนี้จะให้บริการมาตรฐานทั่วไป คือต้อง อาบน้ำให้แขกอม (เลีย,ดูด) จู๋ของแขก (นิยมเรียกกันว่า”สเปย์” ทั้งที่ฝรั่งบอก “smoke”) และอึ๊บกับแขก หมอนวดที่จัดอยู่ในประเภทนี้
มีมากที่สุด พวกนี้จะทำงานมาพอควรแล้ว(ถึงจะเป็นคนใหม่ก็จะได้รับการสอนงานมาก่อน)
อ่านบทความเพิ่มเติม

คู่มือเที่ยวอาบอบนวด ฉบับที่ 1

แน่นอนครับ สำหรับท่านที่ยังไม่เคยเที่ยวอ่างเลยสักครั้ง หลาย ๆ คนมักจะมีความกังวล ไม่กล้าไป สถานที่ดังกล่าว ต้องแต่งตัวยังไง ทิปยังไง และ จะหล่นไหม เราลองมาศึกษา ข้อมูลข้างล่างกันน๊ะครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม

ดารา av ยอดนิยม 2017

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ชายอย่างเรา ๆ ชอบมองผู้หญิงสวย ผู้หญิงเซ็กซี่กันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เช่นเดียวกับหลายคนที่คงเคยผ่านตาบรรดาหนังสำหรับผู้ใหญ่มาไม่มากก็น้อย และเชื่อเหลือเกินว่าหนุ่ม ๆ ก็ต้องมีติดอกติดใจความแซ่บของเหล่า ดาราเอวี บ้างแหละ ว่าแต่...ในปีนี้ ทราบกันหรือยังว่ามีสาวสวยคนไหนในวงการนี้ที่น่าจับตามองกันบ้าง

อะ อะ ถ้ายังไม่ทราบ ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งดูกันให้ตาแฉะหรอกครับ เพราะวันนี้เราได้คัดเอาดาราสาวเอวี AV สุดฮอตประจำปี 2017 มาแนะนำให้ได้รู้จักกันด้วย ส่วนจะมีสาวคนไหนเข้าตากรรมการบ้าง ขอเชิญหนุ่ม ๆ เป็นผู้ตัดสินเองเลยดีกว่าครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม

เตรียมตัวเล่นเวทยังไง หลังจากหยุดไปสักพัก

ในชีวิตจริง สำหรับผู้ฝึกทั่วไป คงเป็นไปไม่ได้ที่จะต้องพบกับบางช่วงของชีวิต ที่จะติดธุระหรือหน้าที่ รวมทั้งเหตุการณ์ต่างๆที่ทำให้ต้องหยุดออกกำลังกายไปสักระยะหนึ่งทำให้เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะรับมือสถานการณ์เหล่านั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของการออกกำลังกายด้วย
ข้อควรปฎิบัตินั้นเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อรักษาสภาพทางร่างกายไว้ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ข้อควรปฏิบัติเมื่อกลับมาเริ่มฝึกใหม่อีกครั้ง หลักจากที่หยุดไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง

ถ้ามีความจำเป็นต้องหยุดเวทเทรนนิ่งเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ ถ้าผู้ฝึกฝึกต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 3 – 6เดือนแล้ว

 


การหยุดฝึกเพียง 1 – 2สัปดาห์นั้นส่งผลกระทบภาพรวมดังนี้
สภาพทางร่างกาย รูปร่าง – น้อยมากถ้ามีการควบคุมอาหารที่เหมาะสม และ มีการฝึกง่ายๆเมื่อหยุดออกกลังกายบ้าง
ความแข็งแรงสูงสุด – ลดลงเล็กน้อย
ความทนทานและระบบหัวใจ – ลดลงปานกลาง เมื่อกลับมาเวทเทรนนิ่งจะมีอาการเหนื่อยกว่าปกติเล็กน้อย
ความยืดหยุ่น – ลดลงปานกลาง – มาก ขึ้นอยู่กับกิจวัตรประจำวันและกิจกรรมที่ทำระหว่างวัน (เช่นนั่งนานๆ นอนนานๆ จะลดลงอย่างมาก ถ้ามีการยืดเหยียดบ้างก็จะลดลงปานกลาง)

ข้อปฏิบัติเมื่อกลับมาฝึกใหม่หลังจากหยุดไปประมาณ 1 – 2สัปดาห์
– เริ่มด้วยการวอร์มแบบ Passive เช่น การเดินเร็วบนลู่วิ่ง หรือ ปั่นจักรยานประมาณ 5 – 10นาที เพื่อให้ร่างกายปรับตัวป้องกันการหน้ามืด และ อาการปวดศรีษะจากการเวทเทรนนิ่ง
– เริ่มฝึกเวทเทรนนิ่งด้วย การวอร์มท่าฝึกด้วย นน.ที่ค่อนข้างเบา 1-2เซต 15 –20ครั้ง, นน.ปานกลาง 1-2เซต 10ครั้งโดยที่ยังไม่ถึงจุดหมดแรง
– ยืดเหยียดแบบ ยืดค้าง และ แบบเหวี่ยงสลับ Ballastic
– เริ่มฝึกเซตจริง โดยใช้นน.ไม่เกิน 80 – 85% ของ นน.สูงสุดเดิมที่เคยฝึก และ ฝึกได้จนหมดแรงแต่ไม่ควรใช้เทคเนิคใดๆเพิ่ม เช่น ไม่ควร force reps หรือ cheat reps เพิ่มเติมจากนี้
– ยืดเหยียดเมื่อจบการฝึก

 

การหยุดฝึกเพียง 3 – 4สัปดาห์ขึ้นไป นั้นส่งผลกระทบภาพรวมดังนี้

สภาพทางร่างกาย รูปร่าง – รูปร่างเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ประมาณสัปดาห์ที่ 4 แม้ว่าจะมีการควบคุมอาหารที่ดีก็จะยังสามารถเริ่มรู้สึกถึงสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปได้บ้าง และยิ่งเปลี่ยนไปมากขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไปตามลำดับ

ความแข็งแรงสูงสุด – ลดลงมาก ผู้ฝึกจะรู้สึกว่าเหมือนจะมีแรงแต่ยกนน.ไม่ขึ้น  ฝืนและต้านนน.ได้ยากเหมือนหมดแรงกระทันหัน

ความทนทานและระบบหัวใจ – ลดลงปานกลาง – มาก ในกลุ่มที่ระบบหัวใจดีความทนทานจะลดลงถึงจุดเดิมเมื่อก่อนฝึก แต่ในบางกลุ่มที่ระบบหัวใจพัฒนามาจากการออกกำลักายมากๆจะค่อยๆทยอยลดความสามารถลง ผู้ฝึกจะพบกว่าเมื่อกลับมาฝึกจะมีอาการเหนื่อยมากเป็นพิเศษแม้จะเป็นการออกกำลังกายเบาๆ

ความยืดหยุ่น – ลดลงมาก เมื่อไม่มีการกระตุ้นด้วยการยืดเหยียด ร่างกายจะคืนสภาพความยืดหยุ่นเดิม และอาจน้อยลงกว่าเดิมถ้าหากผู้ฝึกมีกิจวัตรที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งนานๆ ใช้คอมพิวเตอร์นาน หรือ การสะพายกระเป๋าหรือของหนักๆเพียงด้านเดียว สิ่งเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาทางด้านความยืดหยุ่นของร่างกายในแต่ละส่วนได้มากขึ้น


ข้อปฏิบัติเมื่อกลับมาฝึกใหม่หลังจากหยุดเกิน 3 – 4สัปดาห์ขึ้นไป

– เริ่มด้วยการฝึกคาร์ดิโอ หรือ แอโรบิคเช่น การเดินเร็วบนลู่วิ่ง หรือ ปั่นจักรยานประมาณ 2 – 3 “วัน” ก่อนการกลับมาฝึกเวทเทรนนิ่ง เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ป้องกันอาการปวดศรีษะจากการเวทเทรนนิ่ง
วันฝึกเวทเทรนนิ่ง
– เริ่มด้วยการวอร์มแบบ Passive เช่น การเดินเร็วบนลู่วิ่ง หรือ ปั่นจักรยานประมาณ 5 – 10นาที เพื่อให้ร่างกายปรับตัวป้องกันการหน้ามืด และ อาการปวดศรีษะจากการเวทเทรนนิ่ง

– เริ่มฝึกเวทเทรนนิ่งด้วย การวอร์มท่าฝึกด้วย นน.ที่ค่อนข้างเบา 1-2เซต 15 –20ครั้ง, นน.ปานกลาง 1-2เซต 10ครั้งโดยที่ยังไม่ถึงจุดหมดแรง

– ยืดเหยียดแบบ ยืดค้าง และ แบบเหวี่ยงสลับ Ballastic

– เริ่มฝึกเซตจริง โดยใช้นน.เพียง 50 – 60% ของ นน.สูงสุดเดิมที่เคยฝึก และ “ไม่ฝึกจนหมดแรง” (ให้เพียงแค่ความรู้สึกตึงๆ กล้ามเนื้อได้รับการฝึกแต่ไม่ต้องเค้นจนหมดแรงเต็มจำนวนครั้งสูงสุด RM)
– ไม่ควรใช้เทคเนิคใดๆเพิ่ม เช่น ไม่ควร force reps หรือ cheat reps เพิ่มเติมจากนี้
– ยืดเหยียดเมื่อจบการฝึก

อ่านบทความเพิ่มเติม

10 อย่างที่คนทานคอลลาเจนจะต้องเจอ

10 ผลลัพธ์อันน่าประทับใจจากคอลลาเจน
Impressive Results, When I select COLLAGEN.

1.)  ใส่ปริมาณสารเข้มข้นสูงสุดกับ คอลลาเจน เปปไทด์ , แอล-กลูต้าไธโอนและ โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ตามที่ อย. ไทยกำหนด


2.) ประกอบด้วยมวลโมเลกุลขนาดเล็ก จึงดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


3.) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ผม นม เล็บ และ หนังศรีษะรวมถึงจุดหยาบกร้านและบริเวณผิวสัมผัสแห่งรักทุกจุดในร่างกาย


4.) เพิ่มความขาว สว่าง กระจ่างใส ลดฝ้า ลดกระ ลดจุดด่างดำ ลดจุดบกพร่องอันเกิดจากปัญหาผิวหลากหลายชนิด


5.) เพิ่มความชุ่มชื้น เรียบเนียน สร้างความแข็งแรงให้กับผิวหนัง


6.) คืนความอ่อนเยาว์ ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยทุกประการ


7.) ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ จึงลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากโรคเสื่อมต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ


8.) ขับล้างสารพิษตกค้างภายในร่างกาย เพื่อเผยผิวใหม่ที่สวยกว่าเดิม


9.) บำรุงกระดูก ลดอาการปวดข้อ ปวดเข่า ขณะเคลื่อนไหว


10.) เพิ่มความสดชื่น คืนความสดใส ด้วยรสทับทิมแท้ๆ หอม อร่อย และไม่มีนํ้าตาล

 

สำหรับสาวๆยุคใหม่ ถ้าอยากได้ผลลัพธ์จากการทานคอลลาเจนทั้งหมดที่กล่าวมาในการทานแค่ 1 ครั้ง ลองนี่เลย! Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+ เพราะไม่เพียงแค่ใช้ คอลลาเจนคุณภาพดีที่สุดจากฝรั่งเศส แต่ยังใส่ สูตรผิวสวยอีก 7 ประการ อีกด้วย รับรองทาน 1 ซองแต่ได้ผลลัพธ์ถึง 10 ประการ 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระดูกคนละเบอร์ เพราะเธอทานคอลลาเจน!!

 

สุขภาพของกระดูก (Bone Health) 
คอลลาเจนมีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้นได้ โดยคอลลาเจนจะช่วยให้กระดูกของคุณ..

  • เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
  • ลดกระบวนการสลายตัวของกระดูก
  • ป้องกันภาวะกระดูกพรุน
  • คอลลาเจนช่วยเสริมสร้างกระดูกอ่อน
  • เพิ่มความยาวของกระดูกได้ (สำหรับผู้ที่กระดูกยังไม่ถูกปิด-อายุไม่เกิน 25ปี จึงทำให้สูงขึ้นได้)

อลลาเจนมีประโยชน์มากขนาดนี้ อย่ารีรอที่จะสะสมความแข็งแรงให้กับกระดูกด้วยการรับประทานคอลลาเจนทุกวันนะคะ Good For Bone!

 

 

 

อยากทานคอลลาเจนเพื่อสุขภาพกระดูกสำหรับตัวคุณและคนที่คุณรัก แนะนำ Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+ ทุกวันก่อนนอน

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก
http://www.healthimpact.co.th/product2.html
http://www.ruksukaphab.com/articles/42036228/health/neck_bone.html

อ่านบทความเพิ่มเติม

ความจริงที่คนขายคอลลาเจนไม่เคยบอกคุณ

ความจริงที่คนขายคอลลาเจนไม่เคยบอกคุณ 

The Fact of Collagen which never be told

 

ถ้าพูดถึง "อาหารเสริมคอลลาเจน" หรือ "คอลลาเจน (Collagen)" ที่เป็นที่นิยมอยู่ในตลาดขณะนี้ ด้วยความที่คอลลาเจนเป็นที่นิยมนั่นเองทำให้ผู้ผลิตได้ออกคอลลาเจนหลากหลายสูตรมากมาย พร้อมทั้งสรรพคุณที่ชวนให้อยากจะซื้อ หรือ ชวนฝันมากมาย ทั้ง ขาวเร็ว ขาวไว ขาวเว่อร์ หน้าใส ผิวเนียน แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่า ภายในสรรพคุณเหล่านั้นยังมีอีกด้านของคอลลาเจนที่ผู้ขายไม่ได้บอกผู้บริโภคอย่างเราๆ จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเถอะ เพราะ คอลลาเจนมีประโยชน์ แต่ถ้าทานมากไปก็มีโทษได้เหมือนกัน อยากรู้ประโยชน์ของคอลลาเจน l อยากทราบโทษของคอลลาเจน

The 1st Truth
นอกจากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแล้ว เราควรป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจนภายในชั้นผิวด้วย
สาวๆหลายคนเลือกที่จะทานคอลลาเจนเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ แต่ละลายการป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจนเดิมที่มีอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ว่าจะเติมคอลลาเจนเข้าไปเท่าไร คอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวก็จะหายไปเรื่อยๆ เหมือนดั่งการเติมน้ำเข้าไปในถังที่ก้นถังรั่วนั้นเอง ดังนั้น เราจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทั้งกระตุ้นการสร้าง ช่วยดูดซึม และป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจน โดยส่วนผสมหลักที่มาแรงที่สุดคือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น , สารสกัดจากเปลือกสน , CO Q10

The 2nd Truth
เราควรรับประทานคอลลาเจนเมื่อท้องว่าง โดยทาน เช้า 1 ครั้ง และ เย็น 1 ครั้ง ครั้งละ ประมาณ 2,500 mg. อ้างอิงจากผลการวิจัยจากฝรั่งเศส โดยกลุ่มอาสาสมัครสาวๆ อายุ 30 ขึ้นไป ที่มีลักษณะผิวแห้ง จำนวน 40 คน โดยให้รับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ครั้งละ 2,500 mg. ติดต่อกันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มอาสาสมัครประมาณ 26% รู้สึกว่าผิวสัมผัสตามจุดต่างๆของร่างกายนุ่มขึ้นเรียบ เนียนขึ้น และรู้สึกได้ว่าผิวที่แห้งกร้านกลับมีนํ้ามีนวลขึ้น นั้นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงแนะนำให้สาวๆรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์อย่างมีสติ และไม่จำเป็นต้องเสียเงินมากมายเพื่อคอลลาเจนเป็นหมื่นมิลลิกรัมที่อาจให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน


The 3nd Truth
โดยทั่วไปแล้วคอลลาเจน ไม่ช่วยให้คุณขาวขึ้นโดยตรง แต่สูตรลับผิวสวยอื่นๆต่างหากที่ช่วยคุณได้
​ เนื่องจากคุณประโยชน์โดยตรงของคอลลาเจนคือคืนความยืดหยุ่น และเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ดังนั้นอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาจากผู้ขายที่ว่า คอลลาเจนช่วยให้ขาวได้ใน 3 วัน 7 วัน หากอยากมีผิวขาวอมชมพู ดูมีออร่า และมีผิวเนียบนุ่มชุ่มชื้นในเวลาเดียวกัน ควรมองหาผลิตภัณฑ์คอลลาเจน ที่มีส่วนผสมของสูตรลับผิวสวยที่ช่วยให้คุณขาวได้จริงๆ เช่น แอล-กลูต้าไธโอน , สารสกัดจากเปลือกสน , สารสกัดจากเมล็ดองุ่น , สารสกัดจากมะเขือเทศ , โคเอ็นไซม์ คิวเท็น , วิตามินซี , วิตามินอี 

อย่าลืมนะค่ะว่า นึกถึงคอลลาเจนเมื่อไหร นึกถึงเรา Colla Colla นะค่ะ เพราะเรานำสิ่งทีดีที่สุดมาเสริฟ์ให้คุณถึงที่ ขาว สวย ใส แถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย ราคาก็ไม่แพง
 

อ่านบทความเพิ่มเติม

คอลลาเจน VS คอลลาเจน เปปไทด์

Collagen VS Collagen Peptide 
ทานแบบไหนได้ใจ ได้ผล ได้สวย มากกว่ากัน?

คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นสายเกลียวยาวอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยพบมากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในผิวหนัง,กระดูก,ข้อต่อ,เล็บ และเส้นผม คอลลาเจนทำหน้าที่ในการสร้างความแข็งแรง เสริมความเรียบตึง คงความยืดหยุ่น ให้แก่ผิวหนังของเรา

 
VS


คอลลาเจน เปปไทด์ (Collagen Peptide) คือ คอลลาเจนทั่วไปนั้นแหละ แต่มันได้ผ่านกระบวนการย่อยสลายพันธะทางวิทยาศาสตร์ด้วยเอ็นไซม์เฉพาะ จนได้เป็นเปปไทด์สายสั้นๆที่มีมวลโมเลกุลขนาดเล็ก โดยบางเทคโนโลยีสามารถทำให้มวลโมเลกุลมีขนาดเล็กมากถึง 2000 – 3000 ดาลตันเลยทีเดียว ซึ่งยิ่งเปปไทด์มีขนาดเล็กเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ดูดซึมได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น

สรุปสั้นๆ  การรับประทาน คอลลาเจน เปปไทด์ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้ดีกว่าแบบปกติ เพราะมีมวลโมเลกุลที่เล็กกว่าและนำไปใช้ได้เลยทันที จึงเหมาะสำหรับสาวๆ ยุคใหม่มากที่สุด

อ่านบทความเพิ่มเติม

"คอลลาเจน" มีหลายชนิด ชนิดไหนที่คุณเลือก ?

คอลลาเจนรูปแบบไหนที่ใช่คุณ
What’s you type?

เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ คอลลาเจน เปปไทด์ ในรูปแบบต่างๆ จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับดอกเห็ด ยกตัวอย่างเช่น คอลลาเจนพร้อมดื่ม คอลลาเจนอัดเม็ด คอลลาเจนแบบผงชงดื่ม หรือแม้กระทั่งคอลลาเจนเยลลี่

จึงเป็นที่มาของคำถามคาใจหลายๆคนที่ว่า “แล้วฉันจะทานแบบไหนดี?” ไม่ต้องตามหาคำตอบอีกต่อไป เพราะด้านล่างนี้ คือ บทสรุปของคอลลาเจนทุกรูปแบบบนโลกเท่าที่เราหาได้

   คอลลาเจนชนิดเม็ด 

ข้อดี ข้อเสีย
ทานสะดวก
เก็บรักษาคุณค่าได้ดี
เป็นคอลลาเจนรูปแบบแรกของตลาด 
ได้ปริมาณสารน้อยกว่ารูปแบบผง
เห็นผลช้ากว่าแบบผงชงดื่ม
ไม่เหมาะสำหรับคนทานยายาก 

                                                               

คอลลาเจนชนิดเยลลี่ 
 ข้อดี     ข้อเสีย
ทานสะดวก
รสชาติอร่อย
ได้ปริมาณสารน้อยกว่ารูปแบบผง
เสื่อมคุณค่าคอลลาเจนได้ง่าย
เห็นผลช้ากว่าแบบผงชงดื่ม
มักใช้นํ้าตาลให้ความหวาน


 

 คอลลาเจนชนิดพร้อมดื่ม 
 ข้อดี     ข้อเสีย
ทานสะดวกมากที่สุด
รสชาติอร่อย
ได้ปริมาณสารน้อยกว่ารูปแบบผง
เสื่อมคุณค่าคอลลาเจนได้ง่าย
เห็นผลช้ากว่าแบบผงชงดื่ม
มักใช้นํ้าตาลให้ความหวาน

 

    คอลลาเจนชนิดผงชงดื่ม 
 ข้อดี     ข้อเสีย
ได้ปริมาณสารมากที่สุด                                             
เก็บรักษาคุณค่าคอลลาเจนได้ดีที่สุด 
เห็นผลเร็วมากที่สุด
รับประทานกับอาหารหรือเครื่องดื่มโปรดได้ง่ายกว่า
สะอาด ส่วนใหญ่เก็บไว้ในซองแบบปิด ได้มาตราฐาน
ไม่ใส่สารกันบูด
บางยี่ห้อใช้นํ้าตาลให้ความหวาน


สรุปสั้นๆ :คอลลาเจนแบบผงมีข้อดีมากที่สุดถึง 6 ข้อ แบบเม็ดมีข้อดี 3 ข้อ แบบเยลลี่มีข้อดี 2 ข้อ และ แบบพร้อมดื่มมีข้อดีเพียง 2 ข้อ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สาวๆ ? เลือกคอลลาเจนในแบบที่ใช่ได้หรือยังเอ่ย ?

อ่านบทความเพิ่มเติม