Navigation

สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ ล้างสารพิษ ( ทำเองได้ที่บ้าน )

 

สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ ล้างสารพิษ

 

 

1.) สูตรน้ำอุ่นกับน้ำมะนาว

น้ำอุ่น 1 แก้ว
น้ำมะนาวครึ่งลูก

สูตรนี้ง่ายสุดค่ะ นำน้ำอุ่นมาผสมกับน้ำมะนาวดื่ม 1 แก้วหลังตื่นนอนตอนเช้า สูตรนี้จะช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยให้ถ่ายคล่อง ช่วย

ชำระล้างลำไส้โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยระบบการย่อยให้ดีขึ้นด้วยค่ะ ลองดื่มน้ำอุ่น

ผสมกับน้ำมะนาวตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า (ก่อนรับประทานอาหารมื้อแรกนะคะ)หลังจากทานไปซักพัก จะรู้สึกปวดท้องเข้าห้องน้ำค่ะ

 

2.) สูตรเม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลัก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 แก้ว
ผงมะตูม 1 ช้อนชา

หลายคนอาจเคยกับการรับประทานเม็ดแมงลักในน้ำเต้าหู้หรืออาจรับประทานเม็ดแมงลักผสมกับน้ำเปล่าเป็นของทานเล่นสำหรับลด

ความอ้วน แล้วสาวๆ ทราบรึเปล่าคะว่าเม็ดแมงลักมีสรรพคุณอะไรบ้าง ในเม็ดแมงลักมีสารอาหารจำพวกโปรตีน แคลเซียม และเบต้า

แคโรทีน แถมยังช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันด้วยค่ะ ที่สำคัญเม็ดแมงลักมีกากใยเยอะช่วยทำให้คราบเศษอาหารไม่เกาะบริเวณลำไส้ และ

ทำให้เราขับถ่ายสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่สาวๆ หลายคนอาจสงสัยว่าพี่เตยให้ใส่ผงมะตูมทำไม นั่นก็เป็นเพราะว่าเม็ดแมงลักไม่มีรสชาติ

จืด และดูทานยาก ไม่น่ากินนั่นเองค่ะ ผงมะตูมจะช่วยเพิ่มรสหวาน นอกจากนี้ผงมะตูมยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องผูกได้ด้วยค่ะ

 

3.) สูตรโยเกิร์ต

โยเกิร์ต ½ ถ้วย
น้ำมะนาว ½ ลูก
น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะ
นมสด 1 กล่อง

สูตรนี้เป็นสูตรยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการรับประทานอาหารเพื่อช่วยดีท็อกซ์ลำไส้เลยค่ะ เพราะอุปกรณ์หาง่ายมากๆ โดยให้ทานสูตร

โยเกิร์ตนี้ในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหารแถมสูตรนี้เหมาะมากกับสาวๆ ที่มีปัญหาท้องผูก ขับถ่ายไม่เป็นเวลาโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา

ถ่ายเลยค่ะ ที่สำคัญคือสูตรนี้มีสารอาหารครบถ้วน ได้ประโยชน์เต็มๆ เลยค่ะ

 

4.) สูตรมะละกอ

มะละกอ 1 ลูก
น้ำเปล่า ½ แก้ว

อีกวิธีนึงที่จะช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ได้คือการเลือกรับประทานผลไม้อย่างใดอย่างนึงทั้งวัน หลายคนอาจทำใจไม่ได้ที่ต้องรับประทานผลไม้

เพียงอย่างเดียวและต้องไม่ทานอย่างอื่นเลย แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลไปค่า เราสามารถนำผลไม้ชนิดนั้นๆ มาปั่นเป็นน้ำผลไม้แล้วดื่ม

แทนได้เช่นกันค่ะ ลองเอามะละกอ 1 ลูกเล็ก เข้าเครื่องปั่นให้ละเอียด ถ้าข้นมากเกินไปอาจผสมน้ำเปล่าเข้าไปได้นิดหน่อยค่ะ

มะละกอมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีค่ะ

 

5.) แก้วมังกร

แก้วมังกร 1 ลูก
น้ำแข็ง 2 ช้อนโต๊ะ

ผลไม้อีกชนิดนึงที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีก็คือแก้วมังกรค่ะ ลองเอาแก้วมังกรมาปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำแข็งเข้าไปเล็กน้อย เวลาดื่ม

จะได้ดื่มง่ายๆ แถมสดชื่นอีกต่างหากแก้วมังกรมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ ทำให้ขัยถ่ายคล่อง และช่วยแก้ปัญหา

ท้องผูกด้วยค่ะ

 

6.) ซุปมะเขือเทศ

มะเขือเทศ 2 ลูก
หอมหัวใหญ่ ½ ลูก
พริกไทย
เกลือ

หลายคนอาจไม่ชอบทานน้ำมะเขือเทศหรือมะเขือเทศเป็นลูกๆ พี่เตยแนะนำให้ลองทำซุปมะเขือเทศทานดู รับรองว่าทานง่าย ไม่เหม็น

กลิ่นมะเขือเทศแน่นอน วิธีทำก็ง่ายนิดเดียวค่ะ เอามะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มในน้ำเดือดจนสุก ใส่หอมหัวใหญ่ลงไป ใครชอบรส

หวานหน่อยก็อาจเพิ่มหอมหัวใหญ่ได้ อย่าลืมปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามใจชอบ ใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนมะเขือเทศและหอมหัว

ใหญ่เปื่อยจนเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วนำมารับประทานได้เลย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไม่อยากหัวล้าน ฟังทางนี้!!!

ไม่อยากหัวล้าน ฟังทางนี้!!!

 

    เคยเป็นไหมที่ยิ่งหวีผม เส้นผมก็ยิ่งขาดหลุดร่วง และแตกปลาย-ฟูเป็นไม้กวาดจนน่าเกลียด ซ้ำบางเส้นผมยังหยาบกระด้าง ไม่นุ่มลื่นสลวย แสดงให้เห็นถึงเส้นผมที่อ่อนแอ ไร้การบำรุง

อย่างเต็มที่ วันนี้เราจะตัดความกังวลที่ทำให้คุณหมดความมั่นใจทิ้งไป นำร่อง 6 เทคนิคดูแลเส้นผมแบบง่ายๆ ฟื้นฟูความแข็งแรงทุกอณูอย่างล้ำลึก นอกเหนือจากแชมพู และคอนดิชั่นเนอร์

ต่างๆ ที่คุณใช้กัน !

 

1.) นวดหนังศีรษะของคุณเป็นประจำ

 

เพราะ 'การนวดหนังศีรษะ' จะช่วยกระตุ้นหนังศีรษะของคุณให้แข็งแรงขึ้น และช่วยให้เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป ทำให้การงอกใหม่ของเส้นผมมีสุขภาพดี แข็งแรงมากขึ้น โดยคุณใช้มือเสย

ผม และไรผมทั้งหมดของคุณไว้ด้านหลัง แล้วใช้นิ้วมือคลึงหมุนเป็นวงกลมเบาๆ รอบๆ หนังศีรษะระหว่างการใช้แชมพู แชมพูจะซึมซับเข้าสู่หนังศีรษะอย่างล้ำลึก ช่วยบำรุงหนังศีรษะ และ

กระตุ้นรูขุมขนของเส้นผมกระชับมากขึ้น เราแนะให้คุณนวดศีรษะอย่างน้อย 3 สัปดาห์ แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ของเส้นผมที่เปลี่ยนไป…ยิ่งดึงเท่าไหร่ ก็ไม่ขาดหลุดร่วงง่ายๆ ให้เห็น

 

2. ให้ความสนใจในการแปรงผม

 

ยิ่งคุณกระชาก ดึงทึ้งเส้นผมระหว่างการหวีมากเท่าไหร่ (โดยเฉพาะเวลาพันกัน) มันก็จะยิ่งทำให้เส้นผมขาดร่วงมากเท่านั้น และดีไม่ดีอาจพ่วงทำให้เส้นผมคุณแตกปลาย และหักงอจนเห็นได้

ชัด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ออกแรง-หนักมือในการหวีผมมาก และชอบกระชากผมอยู่หลายครั้ง เราบอกเลยว่า คุณเตรียมตัวรับมือกับ 'หัวล้านอย่างถาวร' หรือ 'ผมบางจนเกือบเห็นหนังศีรษะ' ขั้น

วิกฤติไว้ได้เลย เพราะเส้นผมของคุณจะค่อยๆ ร่วงระหว่างการหวีแน่นอน (จะร่วงมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับน้ำหนักแรงที่คุณหวี) ทางที่ดีเปลี่ยนมาหวีผมแบบเบามือ และแบ่งผมเป็นส่วนๆ หวีทีละ

ส่วนจากโคนจรดปลายผม เพื่อเส้นผมของคุณจะได้ไม่พันกัน และถนอมเส้นผมให้คงอยู่กับคุณไปได้นานๆ ดีกว่านะ

 

3.) ดูแลเส้นผมตอนเปียก

 

เส้นผมจะบอบบาง อ่อนแอ และเปราะหักง่ายได้มากที่สุดตอนเปียกชื้น อย่างเช่น เมื่อตอนโดนฝน หรือหลังการสระผมเสร็จใหม่ๆ หนังศีรษะ (ผิวชั้นนอก) ที่ทำหน้าที่ป้องกันสิ่งต่างๆ รวมทั้งรู

ขุมขุนจะเปิดขยายเล็กน้อย ทำให้เส้นผมขาดร่วงได้ง่ายกว่าตอนปกติ ฉะนั้น เพื่อเซฟเส้นผมของคุณ หลังการสระผมเสร็จ คุณต้องละเมียดละไมกันหน่อยละ อย่าคิดไปแปรงผม หรือทำทรงสวย

ใดๆ กับผมขณะเปียกอยู่ เพราะจะทำให้เส้นผมขาดร่วงมากกว่าเดิม แต่คุณควรเช็ดให้เส้นผมเปียกหมาดๆ ด้วยผ้าขนหนูอย่างเบามือ พร้อมเป่าด้วยพัดลมก็ดี หรือเป่าด้วยความร้อนอ่อนๆ ก็ดี

จนแห้งสนิทเสียก่อน รอให้เส้นผมแห้งอย่างเต็มที่ แล้วคุณค่อยจัดแต่งทรงผมต่อไป คราวนี้ไม่ว่าคุณจะถักเปีย หรือแปรงรวบผมขึ้น ทึ้งผมสูงขนาดไหน โอกาสที่เส้นผมขาดร่วงก็มีน้อยกว่าเดิม

 

ทริคเล็กน้อย : หลังจากสระผมเสร็จแล้ว แทนที่คุณจะหุ้มผมที่เปียกอยู่ด้วยผ้าขนหนูเป็นเวลานานๆ ลองเปลี่ยนเช็ดผมให้แห้งหมาดๆ (ไม่ออกแรงถู) ด้วยผ้าขนหนู แล้วเสยผมทั้งหมดไว้ข้าง

หลัง ปล่อยผมสบายๆ วางเรียงเป็นเส้น โดยมีผ้าขนหนูรองเส้นผมที่เปียกหมาดๆ ไว้ด้านหลัง มันก็ช่วยลดการพันกันของเส้นผม ลดโอกาสที่เส้นผมคุณจะเปราะหักง่าย และหักงอไม่เป็น

ธรรมชาติลงได้เยอะ

 

4.) ลิมิตเวลาให้เส้นผมโดนแสงแดด

 

แสงแดดเป็นอาหารผิว และเส้นผมก็จริง (แสงแดดยามเช้า และใกล้ตกดิน) หากแต่เส้นผมของคุณท้ายูวีจากแสงแดดมากเกินไป มันก็สามารถทำร้ายเส้นผมของคุณให้อ่อนแอได้เช่นกัน ไม่ว่า

จะเป็นเส้นผมแห้งเสีย กรอบเปราะหักง่าย หยาบกระด้าง ไม่เงางามธรรมชาติ และขาดร่วงง่ายกว่าเดิม นั่นก็เพราะแสงแดดทำให้ 'เคราติน' โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในเส้นผมลดน้อยลง

ไม่สามารถไปบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึกทุกอณู เมื่อเส้นผมโดนแสงแดด 'ยูวี เรย์' เป็นเวลานานๆ ทุกวัน มันจะแห้งกร้านขึ้น แลดูสุขภาพผมเสียตลอดเส้น จนคุณสัมผัสได้เมื่อจับมันเลยล่ะ…

จำกัดเวลาให้เส้นผมโดนแสงแดดมากที่สุดวันละ 5-6 ชม. ก็น่าจะเพียงพอแล้วนะอย่างไรก็ดี ถ้าคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ ก่อนออกไปเผชิญแดดจ้า คุณก็อย่าลืมหยิบหมวกเก๋ๆ บัง

แสง ปกป้องผมสวยสักใบ หรืออาจลองใช้สเปรย์ฉีดผม ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันแสงยูวี มันจะช่วยเซฟผมของคุณได้ในระดับหนึ่ง

 

5.) ทานโปรตีนให้มากขึ้น

 

อาหารจำพวกโปรตีนนี่แหละ ช่วยให้ผมแห้งเสีย และขาดหลุดร่วงของคุณกลายเป็นผมสวย แข็งแรง และมีน้ำหนักตลอดเส้นได้ อีกทั้งยังทำให้เซลล์ผมต่างๆ ทำงานสอดคล้องสัมพันธ์กันมาก

ขึ้น ทั้งนี้ เพราะเส้นผมของคุณถูกสร้าง และเลี้ยงให้ยาวจากโปรตีนเป็นหลัก เมื่อคุณบริโภคโปรตีนมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งเข้าไปช่วยบำรุง-ฟื้นฟูเส้นผมมากเท่านั้น อย่างที่เห็นได้ชัด มันจะช่วย

ลดการขาดร่วงของเส้นผม และทำให้เส้นผมที่งอกใหม่ยาวเร็วขึ้น พร้อมความแข็งแรง และความมีน้ำหนักของเส้นผมในทางกลับกัน หากคุณได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ มันก็จะส่งผลให้เส้นผม

เปราะ ขาดร่วงได้ง่าย (มากเกินไป) เพราะไม่มีสารอาหารจำเป็นไปเลี้ยงบำรุงเส้นผมน่ะสิ ฉะนั้นเลือกทานโปรตีนอย่างน้อยๆ 1-2 อย่างต่อวัน เพื่อเส้นผมสุขภาพดีตั้งแต่โคนจรดปลาย อย่างเช่น

เนื้อไก่, เนื้อปลา, ไข่ไก่ และโยเกิร์ตแคลอรีต่ำ เป็นต้น

 

6.) หยุด/ห้าม ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่คงอยู่เป็นเวลานาน

 

สต็อปความคิดทำร้ายเส้นผมของคุณ ด้วยผลิตภัณฑ์แต่งผม เจลเซตทรงผม หรือสเปรย์ฉีดผมต่างๆ ที่บรรจุด้วยแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง เพราะนั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นผมแห้ง

กรอบ หยาบกร้าน-สากเหมือนไม้กวาดก็ไม่ปาน และปราศจากความเงางามแบบสุดๆ เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เวลาคุณแปรงผม มันจะทำให้เส้นผม-ไรผมที่ซ่อนอยู่ด้านในแตกหัก และ

หลุดร่วงออกมาจนน่าตกใจ (โดยเฉพาะสเปรย์ฉีดผมที่ทำให้ผมของคุณแห้งกรอบ)ทางที่ดีบำรุงเส้นผมของคุณ และเซฟความสวยเงางาม แข็งแรงตลอดเส้น ด้วยผลิตภัณฑ์เบาๆ อย่าง ครีม

บำรุงผม หรือเซรั่มบำรุงผม ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของหนังศีรษะ และเส้นผมเอาไว้ โดยไม่ต้องเซต/จัดแต่ง ให้เส้นผมเกิดการเสียดสี และแข็งกระด้างจากผลิตภัณฑ์ ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว

เหมือนกัน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

โดสเร่งผิวขาวคืออะไร ครีมผิวขาว ขาวใสหรือขาวเสี่ยง

โดสเร่งผิวขาวคืออะไร ครีมผิวขาว ขาวใสหรือขาวเสี่ยง

 

เทรนด์ ผิวขาว ยังคงเป็นกระแสที่ไม่มีวันตกหล่นไปจากแวดวงความงามของเมืองไทย จึงเป็นเหตุให้เกิดกระแส ครีมผิวขาว และตัวยาต่างๆผุดขึ้นมากมาย แข่งขันกันผลิตออกมาเพื่อตอบสนองสาวๆทุกคนที่ใฝ่ฝันและพยายามค้นหาตัวช่วยมาเปลี่ยนผิวเดิมเสริมผิวใหม่ให้ดูขาวกระจ่างใส ข้อมูลดีๆที่สาวๆควรเปิดใจอ่านว่า โดสเร่งผิวขาว ที่สาวๆกำลังฮิตนั่นดีหรือไม่

โดสเร่งผิวขาว คือ น้ำยาชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นน้ำสี ๆ ถูกบรรจุอยู่ในขวดพลาสติกขนาดเล็ก (ลักษณะคล้ายกับยาน้ำ) นิยมนำมาทาหรือหยดผสมลงไปกับครีมทาผิว เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนผิวให้กระจ่างใสจนได้สีผิวที่ตรงกับความต้องการ สามารถพบเห็นได้ตามร้านบิวตี้ทั่วไป โดยจะนำมาขายในราคาย่อมเยาว์เพียงหลักสิบเท่านั้น !

สำหรับสารประกอบหลัก ๆ ในโดสเร่งผิวขาวนั้น จะมีหัวเชื้ออย่าง เอเอชเอ (AHA) หรือที่เรารู้จักกันดีว่าคือ กรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ครีมต่าง ๆ นิยมใช้กัน ผสมเข้ากับน้ำกลั่นหรือตัวยาอื่น ๆ ส่วนวิธีการใช้ก็ผสมลงไปกับครีมทาผิวหรืออาจใช้ทาลงไปที่ผิวโดยตรง เพื่อลดปัญหาความหมองคล้ำ จุดด่างดำต่าง ๆ เสริมประสิทธิภาพเร่งการผลัดเปลี่ยนผิวขาวใสได้ภายในไม่กี่สัปดาห์

เมื่อเห็นสรรพคุณร่ายยาวเป็นหางว่าวขนาดนี้ ก็อย่าเผลอเคลิ้มกันไปเสียก่อน เพราะอะไร ๆ ที่ได้มาอย่างง่ายดายและรวดเร็วแบบฉับพลัน ก็มักจะเกิดปัญหาตามมาอีกเพียบ สำหรับโดสเร่งผิวขาวเองก็เช่นกัน เพราะมีการอวดสรรพคุณว่า ใช้แล้วขาวจริง เห็นผลจริง พิสูจน์ได้ภายใน 7 วัน แถมยังการันตีว่าผสม AHA เข้มข้นเกือบ 100% ตามมาด้วยรีวิวการใช้อีกเป็นสิบ จึงทำให้มีสาว ๆ บางคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์แห่ไปซื้อมาทดลองใช้จนเกิดอาการแพ้คัน บางรายแพ้หนักถึงกับเป็นแผลหนอง มีอาการไหม้เป็นรอยแดง หากย้อนกลับมาคิดดูให้ดี ๆ ตัวยาที่ใช้ในโดสเร่งผิวขาวนี้ถือว่ามีปริมาณสูงเกินความจำเป็น แถมยังไม่ผ่านการตรวจสอบที่น่าเชื่อถืออีกด้วย แม้ว่าจะช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงและผลกระทบกับผิวที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น อาการแพ้เนื่องจากการใช้ผิดวิธี ผิวไวต่อแสงแดด ไม่นานก็กลับมาดำคล้ำเหมือนเดิม

ถึงแม้ว่าเราอยากจะมีผิวพรรณที่ขาว กระจ่างใส มากเพียงใด แต่เราก็ควรพิจารณาให้ดีก่อนว่ามีข้อดี-ข้อเสียที่เป็นอันตรายต่อเราหรือไม่น่าจะดีกว่า สวยแบบปลอดภัย เริ่ดและเชิดได้นานนะคะสาวๆ

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมล็ดองุ่น สารสกัดลดรอยเหี่ยวย่น

เมล็ดองุ่น สารสกัดลดรอยเหี่ยวย่น

ดร.ประไพภัทร คลังทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) บอกว่า บ้านเราปลูกองุ่นทำไวน์กันมาก โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นองุ่นดำ หรือป๊อกดำ ซึ่งจะให้ผลผลิตมาก แต่หลัง จากผลผลิตถูกส่งเข้าระบบอุตสาหกรรมแปรรูป น้ำองุ่นและไวน์ จะมีเมล็ดองุ่นเหลือทิ้งออกมาจำนวนมาก

“ในเมล็ดองุ่นมีสารสำคัญ จัดอยู่ในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ คือ Oligomeric Proanthocyanidin Complexes (OPCs) สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงช่วยให้ผิวยืดหยุ่นดี และดูสดใส มีน้ำมีนวล ซึ่งในต่างประเทศมีการนำมาสกัดทำเครื่องสำอาง อาหารเสริม แต่บ้านเรากลายเป็นกากของเสียจากอุตสาหกรรม”

ดร.ประไพภัทร กล่าวว่า จากการเฝ้าสังเกตเห็นคนในสังคมทุกวันนี้ห่วงเรื่องสวยเรื่องงาม กลัวแก่เกินวัย กระทั่งต้องสั่งนำเข้าเครื่องสำอาง ครีมผิวขาว มากมาย นำมาใช้ยับยั้งหนังเหี่ยวได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง แต่ละปีเป็นเงินหลายล้านบาท ทั้งๆที่เรามีวัตถุดิบ แต่กลับนำไปเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์กับทำปุ๋ยหมักอย่างน่าเสียดาย จึงนำเมล็ดองุ่นมาสกัดเอาสารสำคัญ

วิธีการเริ่มจากนำเมล็ดองุ่นมาทำความสะอาดผึ่งให้แห้ง นำไปผ่านกระบวนการสกัดด้วยระบบแรงดัน โดยใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ นาน 3-4 ชม. เมล็ดองุ่นแห้ง 500 กรัม ได้สารสกัดหยาบกลุ่มฟลาโวนอยด์ 40 CC จากนั้นนำมาหาอัตราส่วนผสม โดยเทคโนโลยีนาโนอิมัลชัน พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสูตรกลางวันและกลางคืน

“เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนปลอดภัย ได้ร่วมกับสำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำครีมไปทดสอบความเป็นพิษในกลุ่มอาสาสมัคร 40 ราย โดยคัดเลือกผู้ที่มีปัญหาผิวริ้วรอย หลังจาก 1 เดือนพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงผิวหน้าดีขึ้น การวิจัยดังกล่าวนอกจากช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า ยังเป็นการต่อยอดจากการเอาของเหลือจากภาคอุตสาหกรรมเกษตรมาใช้ประโยชน์” ดร.ประไพภัทร กล่าว.

จากของที่เคยเหลือทิ้ง จนวันนี้กลายมาเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับผิวของเรา ดังนั้นไม่ควรมองข้ามเมล็ดองุ่น ที่เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วจริงๆเลยนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้ อาหารเสริม ที่มีส่วนผสมของเมล็ดองุ่นก็มีออกมามากมาย แต่ก็ควรพิจารณาให้ดีก่อนซื้อมารับประทานเสมอ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไว้ใจได้ มีอย. เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะคะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

27 วิธีทำให้ผิวขาว ดั่งใช้ ครีมผิวขาว

27 วิธีทำให้ผิวขาว ดั่งใช้ ครีมผิวขาว

เมื่อพูดถึง “ผิวขาว” สาวๆนึกถึงวิธีไหนกันบ้างเอ่ย... เชื่อว่าแต่ละคนก็มีวิธีที่ดีของตัวเองเพื่อทำให้ผิวดูดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีจากธรรมชาติ หรือการใช้ ครีมผิวขาว ต่างๆ แต่วันนี้เราได้รวบรวมสุดยอด 27 วิธีที่จะทำให้เรามีผิวที่ขาวขึ้นดั่งใช้ ครีมผิวขาว กันเลยทีเดียว

1. วิธีขัดผิว (Exfoliating) หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้ารากศัพท์ของมันมาจากคำว่า “foliage” ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอกทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าอยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้วเซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง

2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบหรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง

3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย

4. อาบน้ำชำระล้างผิวให้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรก ถ้าไม่กำจัดออกไปผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้ ผลก็คือผิวจะหม่นหมองดูแล้วมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดีทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว

5. ขัดผิวขัดหน้า ถ้าต้องการขัดผิวหน้าก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง

6. วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบและผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขาย

7. เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบา ๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนใช้น้ำล้างออกให้สะอาดซับให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น

8. ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็นเม็ดกลมเพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอกขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาดแล้วล้างออกด้วยน้ำมากๆ

9. ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติเป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไปอาจทำให้แสบผิวได้เพราะใยเหล่านี้มีลักษณะสากและหยาบ เวลาขัดจึงควรขัดเบา ๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำและเมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง

10. การใช้ผ้าสำหรับถูตัว หรือฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิวโดยใช้ร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้

11. เลียนแบบจากสปาชั้นนำ โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่างเติมเกลือเม็ดลงไปและเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบา ๆ ให้ทั่วตัวและล้างตัวด้วยน้ำสะอาด

12. แปรงผิวสามารถใช้ได้ดี โดยขัดเบา ๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไปหรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้

13. การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้น ภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนานๆ

14. เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

15. สครับสำเร็จรูป มักมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด

16. เราสามารถทำสครับใช้เองง่ายๆ ด้วยการใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ

17. มะขามเปียก สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก

18. ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกมะละกอก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะบีดช่วยเพิ่มความสากในสครับทำให้สามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น

19. เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด เช่น เกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคืองและกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคมจึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการเสียดสี

20. ถ้าคุณมีผิวมันใช้มะขามเปียกหรือสับปะรด ซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้

21. ถ้าคุณมีผิวแห้งใช้ส้มเช้ง เป็นส่วนผสมหลักปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง

22. ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่ายใช้แค่งาขาว งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอ

23. การใช้น้ำมัน จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่นและเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิวแต่เกรงว่าผิวจะแห้งเกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้วน้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป

24. การเพิ่มนม โยเกิร์ต น้ำผึ้ง หรืออื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวสามารถทำได้ แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไปลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อยจับตัวอยู่บนผิวได้และสะดวกแก่การขัด

25. ใครที่ชอบความหอมรื่นรมย์ สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้

26. คนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองโต มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรงดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหายเพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น

27. ถ้าจะสครับหน้าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด ขัดอย่างเบามือเพื่อกระตุ้นน้อย ๆ เน้นไปที่ร่องจมูกเลี่ยงจุดที่บอบบางมาก ๆ เช่น รอบดวงตา

เป็นไงบ้างคะ สุดยอดวิธีที่จะทำให้ผิวของคุณขาวขึ้น ยังไงก็เลือกวิธีที่เหมาะกับผิวของคุณมากที่สุดนะคะ เพื่อให้ผิวได้รับการดูแลอย่างดี และเปร่งประกายเจิดจรัสที่สุดค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฟื้นฟูผิวลอกจากแดด เพื่อผิวเนียนสวยไม่แพ้ครีมผิวขาว

ฟื้นฟูผิวลอกจากแดด เพื่อผิวเนียนสวยไม่แพ้ครีมผิวขาว

หลังจากที่ต้องออกไปเผชิญแดดที่ร้อนเปรี้ยงแล้ว สาวๆหลายคนต่างกลุ้มใจกับผิวที่ลอก ไหม้ จากการโดนแดดเผา มาฟื้นฟูผิวที่ลอกจากแดดด้วยวิธีง่ายๆ ให้กลับมาเนียนสวยเสมือนใช้ครีมผิวขาว แต่ไม่ต้องเปลืองเงินกันดีกว่าค่ะ

★ อาบน้ำเย็น สเต็ปแรกที่ควรทำอย่างเร่งด่วนหลังจากที่ต้องไปเจอแดดแรงๆมา เพราะการอาบน้ำเย็นจะช่วยบรรเทาผิวที่ลอกให้ดีขึ้นและไม่ทำให้รู้สึกคันผิวอีกด้วย ใครที่ติดอาบน้ำอุ่นคงต้องเลิกไปก่อนนะคะ

★ ทาเจลว่านหางจระเข้ ต้องยอมรับเลยว่าว่านหางจระเข้นี่แหละที่เป็นสกินแคร์ที่เริ่ดที่สุดของสาวๆเลย ยิ่งถ้าเมื่อไหร่ที่มีปัญหาผิวแห้งลอกหรือโดนแดดเผามาจนแสบแดง ก็ให้นำเจลว่านหางจระเข้ละเลงไปบนผิวที่มีปัญหาเลย จะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อีกด้วย

★ ทาน้ำมันมะกอก นอกจากจะปรุงอาหารได้แล้ว น้ำมันมะกอกยังช่วยบำรุงผิวได้อีกด้วย เพราะปกติแล้วน้ำมันมะกอกก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอยู่แล้ว ยิ่งนำมาบำรุงตอนผิวแห้งลอก ก็จะยิ่งช่วยให้ผิวกลับมาเป็นปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

★ บำรุงด้วยแตงกวา ปกติแล้วในแตงกวาอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่จะช่วยรักษาอาการอักเสบและผิวแสบแดงจากการถูกแดดเผา ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีปัญหาผิวแห้งลอก ให้รู้ไว้เลยว่าถึงเวลาแล้วที่จะนำเนื้อแตงกวามาบำรุงผิวตรงส่วนนั้น ให้ทิ้งเนื้อแตงกวาไว้บนผิวที่ลอกสัก 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ผิวของคุณจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

★ อาบน้ำข้าวโอ๊ต เมื่อไหร่ที่ผิวของคุณเริ่มดีขึ้นจนอาบน้ำอุ่นได้แล้ว ก็ลองอาบน้ำด้วยข้าวโอ๊ตกันหน่อยดีกว่า เพราะข้าวโอ๊ตจะช่วยลดอาการคันและช่วยไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นได้อีกด้วย โดยนำข้าวโอ๊ตที่บดแล้วสัก 1-2 ถ้วยมาใส่ในน้ำอุ่นที่ไว้ใช้อาบ จากนั้นก็นอนแช่เลยค่ะ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้จะมีวิธีง่ายๆที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากการโดนแดดเผา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมทากันแดด ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพราะยังไงก็กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ หากเร่งรีบหรือขี้เกียจก็ลองหา ครีมผิวขาว ที่มีสูตรกันแดดผสมอยู่ด้วยก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ขั้นตอนการใช้ชุดบำรุงผิวง่ายๆ ที่สาวๆควรรู้

ขั้นตอนการใช้ชุดบำรุงผิวง่ายๆ ที่สาวๆควรรู้


ใครที่กำลังสับสนว่าจะต้องใช้ชุดบำรุงผิวตัวไหนก่อนดี เพราะเป็นที่รู้กันว่า ชุดบำรุงผิวมีมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะป็นเครื่องสำอาง ครีมบำรุง ครีมผิวขาว ต่างๆ แต่การดูแลผิวอย่างล้ำลึกย่อมเป็นสิ่งที่สาวๆควรรู้และดูแลอย่างถูกวิธี ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

เริ่มกันเลย …

1. รีมูฟเวอร์ เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนการล้างหน้าทุกครั้ง

2. คลีนเซอร์ หรือการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยเจลล้างหน้าหรือโฟมต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างและอุดตันสะสมในผิวออกให้หมด

3. โทนเนอร์ หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าแล้วให้ใช้โทนเนอร์เช็ดย้อนรูขุมขน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างช่วยปรับสมดุลให้ผิว และเป็นการเตรียมผิวก่อนลงครีมบำรุง

4. อายครีม ให้บำรุงด้วยการทาครีมรอบดวงตาก่อน เพราะผิวบริเวณนี้จะแห้งและบอบบางกว่าส่วนอื่นๆ

5. ยาแต้มสิว หากมีสิวก็ให้ใช้ยาแต้มสิวต่างๆเสียก่อน ซึ่งอาจจะเป็นแบบน้ำหรือแบบครีมก็แล้วแต่ ให้แต้มทิ้งไว้ให้แห้งเสียก่อน แล้วค่อยบำรุงผิวด้วยขั้นตอนต่อไป

6. เซรั่ม เนื่องจากเซรั่มมีโมเลกุลที่เล็กกว่าครีมบำรุง ดังนั้นจึงควรทาก่อนครีมบำรุงผิว เพราะจะได้ซึมลงไปในผิวชั้นในสุดได้อย่างล้ำลึก

7. ครีม เช่น ไวเทนนิ่งครีม ครีมลดริ้วรอย เพื่อบำรุงและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว และเนื่องจากครีมเป็นตัวบำรุงที่มีเนื้อข้นที่สุดจึงควรทาเป็นสิ่งสุดท้าย หากเป็นกลางวันก็ควรใช้เป็นเดย์ครีม และหากเป็นกลางคืนก็ให้ใช้ไนท์ครีมแทน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของผิวกระจ่างใสเร็วยิ่งขึ้นค่ะ

8. ครีมกันแดด หลังจากที่ทาครีมบำรุงผิวเสร็จเรียบร้อย สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมเลยนั่นก็คือ ครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวของเราจากแสง UV ถึงแม้จะทำงานในออฟฟิศหรือในที่ร่มก็ไม่ควรประมาทเลยเด็ดขาด

9. โลชั่นหรือครีมทาผิว เมื่อบำรุงผิวหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นส่วนของผิวกาย ซึ่งก็ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน และควรเลือกที่มีสารกันแดดผสมอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน
 

เสร็จสิ้นภาระกิจสวย จริงๆแล้วไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ หากใครที่ยังเรียงลำดับความสวยแบบผิดๆอยู่ก็เปลี่ยนใหม่นะคะ เพราะบำรุงผิวอย่างถูกวิธีจะทำให้เราได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะได้ส่งผลให้ผิวของเรา ขาวกระจ่างใส ไปตลอดยังไงล่ะคะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

อาหารที่ดีต่อผิวพรรณ โดยไม่ต้องพึ่ง ครีมผิวขาว

อาหารที่ดีต่อผิวพรรณ โดยไม่ต้องพึ่ง ครีมผิวขาว

You Are What You Eat!! แน่นอนว่าผิวพรรณที่ดีต้องดีมาจากภายใน โดยไม่ต้องพึ่ง ครีมผิวขาว ซึ่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวของเรามีอะไรบ้างนั้นไปดูกันดีกว่าค่ะ

★  เนื้อปลา
เนื้อปลาเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายที่เสื่อมโทรม และยังมีเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความชราและความเสื่อมของร่างกายได้อีกด้วย

★  น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันจากพืชที่มีกรดไขมันชนิดที่เป็นประโยนช์กับร่างกายสูงและเป็นไขมันชั้นดี ซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และที่สำคัญในน้ำมันมะกอกยังประกอบด้วยวิตามินเอ และอี สารแอนตี้ออกซิเดนท์ เพื่อป้องกันการเสื่อมของเซลล์ทำให้ผิวดูอ่อนวัย ชุ่มชื่น และเนียนนุ่ม

★  เมล็ดข้าวและธัญพืช
ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ งา ต่างๆเหล่านี้นอกจากจะมีวิตามินบีสูงแล้ว ยังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ที่จะช่วยสร้างและรักษาความแข็งแรงของเซลล์ ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่า วิตามินอี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และช่วยปกป้องความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะให้แก่ผิว

★  ผลไม้และผักสด
ผักสดมีวิตามินอี ช่วยทำให้ผิวหนังไม่แห้ง สดใส เปล่งปลั่งอยู่เสมอ และยังมีวิตามินซี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างใยคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ผิวพรรณของใบหน้าดูเต่งตึง ยืดหยุ่น แน่นอนว่าผักและผลไม้สด ควรอยู่ในอาหารของคุณทุกมื้อ เพื่อผิวพรรณที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ สับปะรด ฝรั่ง ซึ่งมีวิตามินซีสูง ส่วนวิตามินเอจะอยู่ใน กล้วย มะละกอ ฟักทอง แครอท เป็นจำนวนมาก

★  น้ำเปล่า
น้ำเป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับทุกระบบภายในร่างกาย และหากร่างกายรับน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ผิวพรรณไม่สดใส การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว เป็นวิธีเบสิคที่จะทำให้ผิวผ่อง แบบไม่ต้องลงทุนมาก เพราะน้ำจะช่วยรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และยังปกป้องผิวหย่อนยานจากการลดน้ำหนักอย่างฮวบฮาบได้อีกด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติม

10 เหตุผล ทำไมผู้หญิงต้องทาครีมกันแดดหรือครีมผิวขาว

10 เหตุผล ทำไมผู้หญิงต้องทาครีมกันแดดหรือครีมผิวขาว

 

อาจจะยุ่งยากเกินไปสำหรับผู้หญิงหลายๆคนในการทา ครีมกันแดด หรือ ครีมผิวขาว ก่อนออกจากบ้าน เพราะหลายๆเหตุผล เช่น เหนียวเหนอะหนะ เสียเวลา หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่รู้หรือไม่ว่าหากผิวไม่ได้รับการปกป้องจากรังสียูวี จะทำให้คุณต้องเจอกับปัญหาผิวสารพัดอย่าง วันนี้เราเลยยก 10 เหตุผลที่ทำไมผู้หญิงต้องใช้ครีมกันแดดหรือ ครีมผิวขาว มาฝากกันค่ะ

☼ ปรับผิวให้ขาวขึ้น
แน่นอนว่าความขาว ย่อมเป็นที่ต้องการของสาวๆส่วนมากอยู่แล้ว ซึ่งการทาครีมกันแดดหรือครีมผิวขาวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผิวของคุณไม่คล้ำเสีย และยังช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

☼ ป้องกันปัญหาผิว
ไม่วาจะเป็นกระแดด ฝ้า จุดด่างดำ และสิว ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากได้รับการปกป้องดูแลอย่างดี ซึ่งวิธีการง่ายแสนง่ายด้วยการทาครีมกันแดดนั่นเอง 

☼ ผิวคงความอ่อนเยาว์ได้นาน
สังเกตุไหมว่าทำไมบางคนอายุยังน้อย แต่อายุผิวไปไกลหลายขุมแล้ว สาเหตุต้นๆก็มาจากรังสียูวีนี่แหละค่ะ การทาครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ไม่ทำให้ผิวเหี่ยว ริ้วรอยก็จะไม่มีอีกด้วย

☼ มะเร็งผิวหนังไม่ถามหา
ถ้าไม่อยากให้มะเร็งผิวหนังถามหา สาวๆต้องไม่ลืมที่จะต้องทา ครีมกันแดดทุกครั้ง เลือกที่มีค่า SPF สูงๆด้วยนะคะ เพราะการปล่อยผิวให้เจอกับแสงแดดเปล่าๆเพียงไม่กี่ครั้ง ก็เสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้มากกว่าคนอื่นๆได้แล้ว

☼ ผิวคล้ำเสียสะสม
ผิวคล้ำเสียสะสมเป็นอะไรที่สาวๆคงไม่อยากเจอ เพราะนอกจากจะดูไม่โอเคแล้ว การฟื้นฟูให้ผิวกลับมาแลดูสดใสก็ยากเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการคล้ำเสีย และยังช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดีเปล่งประกายอีกด้วย

☼ ผิวไหม้แสบแดง
แดดเมืองไทยเป็นที่รู้กันดีว่าร้อนแรงขนาดไหน การโดนแดดเผาเป็นเวลานานโดยไม่ได้ทาครีมกันแดดกันไว้นั้น จะทำให้เราเห็นผิวที่โดนแดดทำร้ายอย่างเห็นได้ชัด นอกจากผิวจะดูคล้ำขึ้นแล้วยังมีอาการแสบร้อน เผลอๆลอกออกมาเป็นแผ่นๆอีก ฉะนั้นเวลาต้องออกแดดนานๆ ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง และที่สำคัญต้องทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วยนะคะ

☼ ผิวสุขภาพดี
การทาครีมกันแดดเป็นประจำจะช่วยรักษาคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิวให้อยู่กับเราไปนานๆ และยังได้ผิวที่แลดูสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ

☼ บำรุงผิวจบในขั้นตอนเดียว
เป็นที่รู้กันดีว่าเดี๋ยวนี้ครีมกันแดดหรือครีมผิวขาวที่มีขายในท้องตลาดนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเท่านั้น แต่ยังมีสารบำรุงผิวต่างๆมากมายที่บอกได้เลยว่าบำรุงขั้นตอนเดียวจบ ไม่ต้องยุ่งยากในเวลาเร่งรีบอีกเลย

☼ ใช้แทนเบสเมคอัพได้
ครีมกันแดดปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายสูตร ทั้งแบบมีสี ผสมรองพื้น ผสมบีบีครีม ผสม DD Cream มากมาย ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการแต่งหน้ามากขึ้น แถมยังประหยัดเงินไม่ต้องซื้อเยอะสิ่งอีกต่างหาก

☼ แต่งหน้าติดตลอดวัน
นอกจากครีมกันแดดจะช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวเนียนขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเบสเมคอัพตัวอื่น ๆ แล้ว ยังช่วยให้แต่งหน้าติดทนตลอดวันได้ด้วยนะ เพราะหากถ้ากันแดดสม่ำเสมอ จะช่วยให้สุขภาพผิวดีไม่แห้งหรือคล้ำเสีย และเมื่อผิวดีแล้วเวลาลงรองพื้นหรือแป้งก็จะช่วยให้ติดทนไม่หลุดลอกระหว่างวันยังไงล่ะจ๊ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

หน้า 7 หลัง 7 ปลอดภัย ... ไม่ท้องจริงหรือ ?

หน้า 7 หลัง 7 ไม่ท้องจริงหรือ ?

 

 

สาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า หน้า 7 หลัง 7 กันบ่อยๆ ใช่มั้ยคะ แล้วทราบหรือไม่ ว่ามันคืออะไร และมีความหมายอย่างไร เรามาเริ่มทำความเข้าใจกันได้เลยค่ะ

 

คำว่า หน้า 7 หลัง 7 คืออะไร

หน้า 7 หลัง 7 คือ การนับระยะปลอดภัยของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนมีประจำเดือน 7 วัน และหลังมีประจำเดือน 7 วัน โดยนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน โดยที่รอบเดือนของผู้หญิงโดยปกติ จะมีระยะเวลาประมาณ 28 วัน ซึ่งข้อมูลตรงนี้ไม่แน่นอนแล้วแต่บุคคล

 

หน้า 7 หลัง 7 นับอย่างไร ให้ถูกวิธี

การนับระยะปลอดภัยหน้า 7 คือ เริ่มนับก่อนวันที่ประจำเดือนมา 7 วัน (จะนับได้แม่นยำสำหรับคนที่ประจำเดือนมาเป็นปกติ)

การนับระยะปลอดภัยหลัง 7 คือ เริ่มนับจากที่ประจำเดือนมาวันแรกไปอีก 7 วัน บางคนเข้าใจผิดว่าการนับหลัง 7 คือการนับหลังจากที่ประจำเดือนของเราหมดไปแล้วถัดไปอีก 7 วัน ถ้าหากนับแบบนี้โอกาสตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงมากค่ะ เพราะไม่ได้อยู่ในระยะปลอดภัยนั่นเอง

 

ตัวอย่างเช่น

สมมุติว่าประจำเดือนมาตรงกัน ทุกวันที่ 8 9 10 11

การนับระยะปลอดภัยหน้า 7 คือ ให้เริ่มนับจากวันที่ 1 2 3 4 5 6 7
การนับระยะปลอดภัยหลัง 7 คือ ให้นับจากวันที่ 8 9 10 11 12 13 14

 

 

ดังนั้น จากตัวอย่างที่กล่าวมา ระยะปลอดภัยของการมีเพศสัมพันธ์คือ วันที่ 1-14 นั่นเองค่ะ

 

ในกรณีช่วงที่มีเพศสัมพันธ์ ในช่วงหน้า 7 สามารถทำได้ทุกวัน แต่ในช่วงหลัง 7 อาจจะมีเพศสัมพันธ์ได้แค่ 2-3 วัน เพราะวันที่เหลือ เป็นวันที่มีรอบเดือน หรือ ถ้าต้องการมีเพศสัมพัฯธ์ระหว่างการมีรอบเดือนสามารถทำได้ แต่ต้องใช้ถุงยางอนามัยเพื่อความปลอดภัยค่ะ

 

การนับระยะปลอดภัยหน้า 7 หลัง 7 นั้น คุณต้องมั่นใจว่าประจำเดือนของคุณมาปกติ มาเหมือนกันทุกเดือน แต่ถ้าประจำเดือนมาตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง การใช้วิธีนี้ในการคุมกำเนิดถือว่าไม่ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ค่ะ

 

ดังนั้น เชื่อสไปรท์เถอะค่ะ สไปรท์ไม่นับวัน เพราะมันไม่เซฟ ใส่ถุงปลอดภัยกว่านะคะ ^^

อ่านบทความเพิ่มเติม

สูตรความงามจาก “มะนาว” ครีมผิวขาว หาได้จากในครัว

สูตรความงามจาก “มะนาว” ครีมผิวขาว หาได้จากในครัว

เจ้าลูกเล็กๆเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดนี่แหละค่ะ ที่จะเป็นตัวช่วยบำรุงความงามได้อย่างดีเลย ไม่ว่าจะนำมาดื่มช่วยเรื่องสุขภาพ หรือจะนำมาบำรุงความสวยก็ได้มากมายหลายสูตร เรียกได้ว่าเป็น ครีมผิวขาว ที่หาได้ง่ายจากในครัวเลย หากใครยังไม่รู้ว่า “มะนาว” นั้นมีประโยชน์ในเรื่องบิวตี้ยังไง ตามมาดูกันเลยค่ะ สวยประหยัดแบบปลอดภัยรับรองว่าต้องฟินแน่ๆ

◈ สูตรปากชุ่มชื้น

ใครที่มีริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นแผ่นๆ มะนาวช่วยคุณได้ ก่อนนอนทุกคืนให้นำน้ำมะนาวมาทาบนริมฝีปากให้ทั่ว ตื่นเช้ามาจะพบว่าปากจะชุ่มชื้นขึ้น ที่สำคัญทาลิปสติกติดตลอดทั้งวัน ดูสุขภาพดีทีเดียวเลยล่ะ

◈ สูตรรักแร้ขาว
เป็นปัญหาที่สาวๆหลายคนทุกข์ใจเพราะมองไปทีไรก็ไม่มั่นใจซักที แต่อย่าเพิ่งเศร้าไปค่ะ ลองนำน้ำมะนาว ข้าวโอ๊ต และน้ำผึ้งเพียงเล็กน้อยมาผสมกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาพอกไว้บนรักแร้ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วล้างออก คุณจะได้ผิวตรงรักแร้ที่ดูขาวสว่างมากยิ่งขึ้น

◈ สูตรขจัดสิวหัวดำ
สาวๆที่มีสิวหัวดำขึ้นเต็มจมูก ลองหยิบมะนาวมาหั่นเป็นซีก แล้วนำมาถูๆที่ผิวบริเวณที่เป็นสิวหัวดำ ทิ้งไว้ 10 นาทีค่อยล้างออก อย่าทิ้งไว้นานมากนะคะเดี๋ยวจะแสบผิวเอา ทริปอีกอย่างคือ เลี่ยงการออกแดดจัดๆนะคะ ไม่งั้นผิวอาจเป็นรอยด่างได้

◈ สูตรควบคุมความมัน
แค่บีบน้ำมะนาวใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดลงไปบนใบหน้า หรือจะบีบใส่ภาชนะอะไรก็ได้แล้วนำสำลีชุบลงไปแล้วนำมาลูบๆบนใบหน้า ทำแบบนี้ก่อนนอนอย่างสม่ำเสมอ หน้าของคุณก็จะมันน้อยลงอย่างสังเกตุได้เลยค่ะ

◈ สูตรผมสว่างแบบไม่ต้องย้อม
นำน้ำมะนาวมาทาลงบนเส้นผม จะทาให้ทั่วหรือทาเป็นหย่อมๆอันนี้แล้วแต่เลยค่ะ จากนั้นออกไปเดินเฉิดฉายนอกบ้าน ให้เส้นผมโดนแดด ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แค่นี้ก็จะช่วยให้เส้นผมของคุณค่อยๆสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเลยค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอาง

ผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอาง

แพทย์ผิวหนัง เตือนคนไทยให้ระวังผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอางชนิดต่าง ๆ 

ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคผิวหนัง เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงจากการใช้ยา เพื่อแต่งเสริมเติมแต่งความงามของร่างกาย ทำให้เกิดอันตรายในหลายลักษณะด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น ครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมจากไฮโดรควิโนน (Hydroquinone), ผลข้างเคียงจากการใช้สเตียรอยด์, การใช้ผลิตภัณฑ์ Whitening ที่ทำให้ผิวขาว, เครื่องสำอางปลอม และการเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ด้านความงามจากการการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต เหล่านี้ล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะครีมทาผิวบางชนิด ที่ใช้ได้เฉพาะที่ เช่น ทาบริเวณผิวหน้าเท่านั้น ห้ามนำมาทาตัว หรือทาบริเวณทั่วร่างกายห้ามทาบริเวณใบหน้า 

ดังนั้นการซื้อครีมทาผิว ต้องอ่านฉลากให้ละเอียดเสียก่อนนำมาใช้ ทั้งในส่วนที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป, ตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือการโปรโมทขายสินค้าตามรายการโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีบางช่อง สื่อเหล่านี้ให้ระวัง เพราะมักจะมีการโฆษณาเกินจริง บางครั้งครีมทาผิวดังกล่าวอาจจะเป็นของเลียนแบบ, ของปลอม หรือมีส่วนผสมของสารโคเบตาซอล ซึ่งเป็นสเตียรอยด์ชนิดที่แรงที่สุด เอาไว้รักษาโรคผิวหนังอักเสบที่เป็นเรื้อรัง หรือเป็นผื่นหนา และมีคำเตือนว่าห้ามใช้ติดต่อกันเกิน 4 สัปดาห์ สารนี้จัดเป็นยาและไม่สามารถอยู่ในเครื่องสำอางได้ สารชนิดนี้ออกฤทธิ์ที่ผิวหนังถึงชั้นหนังแท้และอาจเป็นแผลถาวร

ซึ่งผลของมันนอกจากไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว, ไปรบกวนเรื่องของการสร้างอิลาสติน และคอลลาเจนของผิวหนังแล้ว ยังทำให้เกิดการแตกลายงาของผิวหนัง ทำให้ผิวบางและเส้นเลือดขยาย หากไปทาที่ใบหน้าหรือบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะจะทำให้เกิดสิวซึ่งรักษายากกว่าสิวทั่วไป และเมื่อผิวบางโดนอะไรจะแพ้ง่าย และมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังได้ด้วย 

ในประเทศไทยปัญหาการใช้ครีมหรือขี้ผึ้งสเตียรอยด์พบได้ค่อนข้างบ่อย เพราะยาในกลุ่มนี้ประชาชนสามารถซื้อหาได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ และมีราคาถูก 10 กรัมราคาเพียง 50 บาท มีเป็นร้อยยี่ห้อ ส่วนมากประชาชนมักจะคิดว่า ครีมทาผิวภายนอกไม่ค่อยมีอันตราย ในขณะที่ประเทศเจริญแล้ว เช่น อเมริกา, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ ครีมในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ประชาชนไม่สามารถซื้อใช้เอง ต้องมีใบสั่งแพทย์ ร้านขายยาจึงจะขายให้ เพราะผิดกฎหมาย ครีมสเตียรอยด์มีประโยชน์ คือ แก้แพ้ แก้คัน แก้ผื่นผิวหนังอักเสบ บางคนพอใช้แล้วหน้าเรียบ ก็เลยใช้ต่อเนื่อง ถ้าใช้ช่วงสั้น ๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าใช้นานๆ จะติด ไม่ ใช้ไม่ได้ และเพิ่มความแรงของยาขึ้นเรื่อย ๆ ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดปัญหาหยุดไม่ได้ พอหยุดผิวหนังจะอักเสบเห่อขึ้นมา

โดยผลข้างเคียงจากการใช้ครีมสเตียรอยด์ แบ่งได้ดังนี้ 

1. ประเภทเฉียบพลัน ได้แก่

           1.1.การเกิดสิว ครีมกลุ่มนี้ทำให้เกิดสิว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า และหน้าอก โดยสิวที่เกิดจากสเตียรอยด์ จะแตกต่างจากสิวทั่วไป จะเห็นเป็นสิวในแบบเดียวกันทั้งหมด คือเป็นตุ่มนูนแดง (ไม่มีหัวหนองหรือไขมันอุดตัน)

           1.2 รอยโรคเดิมเป็นมากขึ้น พวกนี้ส่วนมากเกิดจากการใช้ยาผิดโรค เช่น เป็นโรคกลากเกลื้อนแล้วใช้ครีมสเตียรอยด์ทาจะทำให้เป็นมากขึ้น

           1.3 เกิดผื่นแพ้สัมผัส ซึ่งอาจเกิดการแพ้สารกันบูดหรือน้ำหอมที่ใส่ในครีมสเตียรอยด์ได้ ส่วนการแพ้ตัวสเตียรอยด์เองนั้นก็พบได้แต่พบได้น้อย 

2. ประเภทเรื้อรัง ได้แก่ ทำให้ผิวหน้าบางลง ออกแดดไม่ได้ เวลาเจอแดดก็จะแสบร้อน หลอดเลือดใต้ผิวหนังเปราะแตกง่าย ขนยาวขึ้นบริเวณทายา เกิดสิวและผื่นอักเสบรอบปาก เกิดภาวะติดยา ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเมืองไทยและรักษายาก ภาวะนี้เกิดจาการใช้ครีมสเตียรอยด์เป็นเวลานาน เวลาหยุดยาแล้วจะแดง หรือโรคผิวหนังอักเสบเดิมจะเป็นมากขึ้น ทำให้หยุดใช้ยาไม่ได้และต้องใช้ครีมสเตียรอยด์ แรงมากขึ้น นอกจากนี้อาจไปกดการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมักเกิดจากการใช้ครีมสเตียรอยด์ชนิดแรงเป็นเวลานานโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ

อ่านบทความเพิ่มเติม

10 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณเป็นคนบ้าเครื่องสำอาง

10 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณเป็นคนบ้าเครื่องสำอาง

 

 

เครื่องสำอางกับผู้หญิงยังไงก็เป็นของคู่กันที่แยกออกจากกันไม่ได้ และแน่นอนว่าถึงแม้จะมีติดบ้านอยู่แล้วก็ย่อมหามาไว้เพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ จนบ้านเต็มไปด้วย เครื่องสำอาง ครีมผิวขาว ต่างๆจนไม่มีที่เก็บ แต่ใครจะยอมรับล่ะว่าบ้าเครื่องสำอาง มาฟันธงด้วยสัญญาณเหล่านี้กันดีกว่า

►  ซื้อไม่บันยะบันยัง
เป็นสัญญาณที่ชัดเจนมากว่าคุณบ้าเครื่องสำอางสุดๆ เมื่อไหร่ที่คุณเตรียมพร้อมพุ่งตัวไปเคาน์เตอร์เครื่องสำอางได้ตลอดเวลาล่ะก็ใช่เลย ลองซื้อบางแบรนด์ที่ราคาถูกมาใช้เล่นๆก่อนมั้ยคะทดสองก่อนว่าเข้ากับเราหรือไม่  ไม่ใช่ใครว่าอะไรดีก็ซื้อมาใช้หมด เป็นการประหยัดไปในตัวด้วย

►  คอลเลคชั่นใหม่กวาดเรียบ
ไม่ว่าเครื่องสำอางคอลเลคชั่นใหม่จะมีสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่ แต่คุณก็ไม่สามารถเบรคกิเลสนั้นได้ สุดท้ายก็ต้องได้มาครอง เปรียบได้เหมือนกับสิ่งที่คนบ้าเครื่องสำอางอย่างคุณต้องกวาดมันมา แต่จะใช้หรือไม่ค่อยว่ากัน

►  มีข้ออ้างในการซื้อเสมอ
แม้ว่าในกรุสมบัติของคุณจะเต็มไปด้วยลิปสติกทุกสี แต่อย่าได้หวังว่าคุณจะหยุดซื้อ ขึ้นชื่อว่าเครื่องสำอางซะอย่างคุณก็มีข้ออ้างเสมอ เฉดสีไม่เหมือนกันบ้างแหละ เนื้อสัมผัสต่างกันบ้างแหละ คือง่ายๆก็จะซื้ออ่ะใครจะทำไม

►  มีงานเซลล์ที่ไหนไม่เคยพลาด
ไม่ว่าจะลดกระหน่ำ หรือลดแค่ 5% ก็สามารถเจอคุณได้ บอกเลยว่างานเซลล์จัดไกลแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับสาวบ้าเครื่องสำอางอยู่แล้ว เพราะคุณพร้อมที่จะพุ่งตัวไปได้เสมอๆ

►  นั่งดูรีวิวได้เป็นวันๆ
ถึงแม้จะไม่ได้ออกไปช้อปปิ้งข้างนอก คุณก็ไม่เกิดอารมณ์เบื่อหน่ายเหมือนชาวบ้านเค้าหรอก เพราะแค่นั่งหารีวิวเครื่องสำอางดูไปเรื่อยๆ ก็ทำให้คุณสุขกายสบายใจได้แล้ว ซึ่งการนั่งดูรีวิวนี่แหละที่เป็นสาเหตุหลักทำให้เงินในกระเป๋าปลิวหายไปแบบไม่รู้ตัว

►  ขาดเธอก็เหมือนขาดใจ
วันไหนไม่ได้หยิบเครื่องสำอางมาประโคมหน้า เหมือนจะขาดใจให้ได้ ถึงแม้จะมีเวลาไม่มากพอก็ขอให้ได้ตบแป้งทาลิปสติกสีแซ่บๆสักหน่อย ดีไม่ดีหยิบไปแต่งกันบนรถ เรียกได้ว่าเป็นความสามารถส่วนตัวจริงๆ

►  โต๊ะเครื่องแป้งอันเดียวไม่พอ
จริงๆแล้วโต๊ะเครื่องแป้งที่ผลิตออกมาก็เรียกได้ว่าเพียงพอกับสาวๆอยู่แล้ว แต่สำหรับสาวที่บ้าเครื่องสำอางชนิดที่เรียกว่าคลั่งนั้นไม่พอค่ะ งานนี้ต้องซื้อโต๊ะมาเพิ่มแล้วล่ะ

►  เครื่องสำอางหมดอายุก่อนใช้หมด
เมื่อเครื่องสำอางที่เคยซื้อไว้ทยอยหมดอายุไปตามๆกันทั้งที่ยังใช้ไม่หมด นี่ก็เป็นสัญญาณที่บอกแล้วล่ะว่าคุณบ้าเครื่องสำอางซะจนไม่ลืมหูลืมตา ก็เล่นขนซื้อมาจนใช้ไม่ทันจนต้องทิ้ง น่าเสียดายออกนะคะ

►  แค่ดูก็แฮปปี้
ถ้าเวลาไปเดินส่องเครื่องสำอาง แล้วได้ไปลองปาด ๆ เทสต์ ๆ บนมือ แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อก็แฮปปี้สุด ๆ แล้ว นี่แหละที่เป็นสัญญาณบอกได้ว่าคุณน่ะเป็นสาวบ้าเครื่องสำอางตัวยงเลยนะจ๊ะ

►  ไลค์เพจเครื่องสำอางเพียบ
ว่างๆก็ลองไปเช็คดูนะคะว่าคุณไลค์เพจเครื่องสำอางไปกี่เพจแล้ว ถ้าเยอะขนาดที่ว่ามีแต่เพจนี้ล่ะก็ ฟันธงได้เลยค่ะว่าคุณเข้าขั้นบ้าเครื่องสำอางอย่างหนักเลยล่ะ

เช็คดูกันแล้วตรงกับตัวคุณเองกี่ข้อคะ? หลายข้อที่ตรงกับชีวิตจริงของคุณถ้าคิดว่ามันไม่จำเป็นเอามากๆ ก็พยายามหักห้ามใจบ้างนะคะ ประหยัดเงินไว้เป็นเงินออมเพื่ออนาคตบ้างก็ดีนะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ตื่นมาต้องสวย … 5 สิ่งที่สาวๆทุกคนไม่ควรละเลย

ตื่นมาต้องสวย … 5 สิ่งที่สาวๆทุกคนไม่ควรละเลย

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอถือเป็นหนึ่งวิธีที่จะถนอมความสวยที่ได้ผลมากๆ โดยเฉพาะการมีผิวหน้าที่สวยงาม ไม่โทรม แลดูกระจ่างใส อ่อนกว่าวัย เพราะถึงแม้เราจะใช้ ครีมบำรุง ครีมผิวขาว มากมาย แต่บางครั้งก็ไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด เพื่อให้ผิวของเราดูมีเสน่ห์อยู่เสมอ ไปดู 5 เคล็ดลับตัวช่วยที่สาวๆต้องทำกันก่อนนอนเลยดีกว่าค่ะ

1. ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด
สาวๆที่ยังตื่นนอนมาพร้อมกับอายไลน์เนอร์ หรือเครื่องสำอางประเภทติดทนนานผสมกันดด กันเหงื่อ ต่างๆ การทำความสะอาดครั้งเดียวไม่เคยพอ ขั้นตอนการล้างหน้าจึงเป็นสิ่งที่สาวๆไม่ควรละเลย คุณควรเริ่มจากการลบเครื่องสำอางออกให้หมดก่อน ถ้าจะให้ดีควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากน้ำมันแล้วนวดให้ทั่วใบหน้า เพราะเครื่องสำอางบางอย่างมีส่วนผสมของแว็กซ์ จากนั้นค่อยล้างตามด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวหน้าเพื่อความสะอาดอย่างหมดจด แค่นี้ก็ไม่มีคราบตกค้างจากเครื่องสำอางสะสมตลอดคืนแล้วล่ะค่ะ

2. เปิดรูขุมขน
ก่อนล้างหน้าทุกครั้ง ให้เปิดน้ำร้อนที่ฝักบัว แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ให้ใบหน้าได้สัมผัสกับไอน้ำเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน แต่ระวังอย่าให้น้ำร้อนโดยหน้าโดยตรงนะ เพราะหากอุณหภูมิสูงเกินไปน้ำอาจจะลวกหน้าเอาได้ ซึ่งการเปิดรูขุมขนก่อนการล้างหน้าจะทำให้เราสามารถล้างหน้าได้อย่างสะอาดหมดจดมากขึ้น

3. กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกว่าผิวหน้าหมองคล้ำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นเพราะเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วบนใบหน้าแต่ไม่ได้ถูกกำจัดออกไปและสะสมขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นคุณควรขัดผิวหน้า และผิวตัวอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ซึ่งลองใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของ AHA Acid (Alpha-hydroxy acid-based) เพื่อช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก

4. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ก่อนนอนทุกครั้งให้ใช้ครีมหรือมอยส์เจอไรเซอร์ประโลมผิวเบาๆ เพื่อเป็นอาหารเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และช่วยบำรุงผิวสวยอย่างล้ำลึกในระหว่างที่คุณหลับ ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีกควรใช้ Overnight Mask มาร์กเข้มข้นสูตรกลางคืนช่วยบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น และเติมน้ำมันให้ผิวแบบข้ามคืนไปเลย ผิวหน้าของคุณจะดูอ่อนนุ่ม เรียบเนียนจนสังเกตุได้ ทริปเล็กๆ ครีมบำรุงผิวต่างๆ หรือแม้กระทั่ง Overnight Mask ถ้าคุณนำไปแช่เย็นก่อนใช้ มันจะช่วยกระชับรูขุมขนบนใบหน้าดีมากเลยนะ

5. นอนหงาย
การนอนหงายนี่แหละค่ะ วิธีง่ายๆแต่ได้ผล เพราะการนอนหงายจะทำให้หน้าของคุณไม่เกิดริ้วรอย และควรเลือกหมอนที่ช่วยยกหัวให้สูงขึ้น เพื่อให้ของเหลวทั้งหลายจะไม่ได้ไหลไปกองอยู่บนหน้า ไม่งั้นตื่นมาอาจเกิดถุงใต้ตาได้ อีกอย่างอย่าลืมใช้อายครีมช่วยบำรุงรอบดวงตา ให้ดวงตาคู่สวยดูสดชื่น กระจ่างใสไม่หมองคล้ำเป็นแพนด้าค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผิวขาวใส ด้วยมะกรูดสวยด้วย ครีมผิวขาว จากธรรมชาติ

ผิวขาวใส ด้วยมะกรูดสวยด้วย ครีมผิวขาว จากธรรมชาติ

 

สมุนไพรไทยพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากจะมีสรรพคุณทางยาแล้ว มะกรูดยังสามารถทำให้ผิวของสาว ๆ ขาวใสขึ้น เรียกได้ว่าสวยด้วย ครีมผิวขาว จากธรรมชาติเลยทีเดียว

มะกรูด เป็นสมุนไพรไทยพื้นบ้านที่มีประโยชน์มากมาย นอกจากจะเอามาเพิ่มรสชาติให้อาหารไทยหอมอร่อย และบำรุงผมให้เงาสวยดกดำได้แล้ว สาว ๆ รู้หรือไม่คะว่า มะกรูดนั้นสามารถจะทำให้ผิวของสาว ๆ สวยใสขึ้นได้อีกด้วย เพราะเนื่องจากมะกรูดเป็นพืชที่มีรสเปรี้ยว จึงมีสรรพคุณที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำให้หลุดลอกออกไปและเผยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นได้ โดยวิธีการที่จะทำให้ผิวขาวใสด้วยมะกรูดนั้นก็มีสูตรการทำที่ง่ายแสนง่าย ลองมาทำกันดูเลยค่ะ

สูตรผิวขาวใสด้วยมะกรูด
เพียงแค่นำผลมะกรูด 1 ลูก มาผ่าครึ่ง คั้นน้ำออกมา จากนั้นให้นำน้ำมะกรูดมาผสมให้เข้ากับนมสด 1 ถ้วย ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย และน้ำผึ้งอีก 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เมื่อเตรียมพร้อมแล้วให้นำครีมมะกรูดมาพอกผิวให้ทั่วตัว ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จากนั้นให้ใช้ใยบวบชุบน้ำขัดผิวอย่างเบามือ เพื่อขัดเซลล์ผิวหมองคล้ำให้หลุดลอกออกไป สำหรับผิวในส่วนที่หยาบกร้านก็ให้เพิ่มเวลาขัดนานขึ้นสักเล็กน้อยก็ได้ค่ะ เมื่อขัดเสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น ใช้ผ้าขนหนูซับตัวให้แห้ง จากนั้นก็ให้ทาครีมบำรุงผิวตามปกติได้เลยค่ะ ซึ่งควรทำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้นนะคะเพื่อไม่ให้ผิวของเราถูกรบกวนจนเกินไปค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

สวยอย่างไรในวันฝนพรำ

สวยอย่างไรในวันฝนพรำ

ถึงแม้ว่าฝนจะนำพาความชุ่มฉ่ำมาดับองศาร้อนให้หายไป แต่แน่นอนว่าได้นำเอาความชื้นแฉะมาด้วย ยิ่งสาวๆที่แต่งหน้าสวย ทา ครีมผิวขาว จนเป๊ะเว่อร์ แต่พอออกจากบ้านก็ต้องมาเจอกับฝนแล้วล่ะก็ คงเซ็งกันเป็นแถวๆ มารู้เคล็ดลับสวยสู้ฝนกันดีกว่าค่ะ

5 วิธีแต่งหน้าให้เป๊ะ

1. เพราะหน้าฝนจะมีความชื้นมากกว่าหน้าร้อน ซึ่งจะทำให้เครื่องสำอางที่สาวๆใช้ลบเลือนได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่กันน้ำเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย ไม่ไหล ไม่ลอกนะคะ

2. เฉดสีที่เลือกบรรจงทานั้น ควรเน้นสีที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างนู้ดโทนจะเหมาะกับช่วงนี้มากที่สุด เพราะหากเราแต่งหน้าเข้มจนเกินไป เมื่อโดนฝนแล้วจะสังเกตุเห็นง่ายกว่าการแต่งโทนสีธรรมชาติ

3. ในส่วนของแก้ม หากอยากให้สีที่แก้มติดทนนาน ควรใช้บลัชออนที่เป็นแบบเนื้อครีม เพราะจะทนกับสภาพอากาศที่เปียกชื้นได้ดีกว่าแบบฝุ่น

4. สำหรับการทาลิปสติกไม่แนะนำให้ทาลิปกรอสทับ หรือใช้ลิปเนื้อมุกมันวาว เพราะจะยิ่งทำให้ควบคุมยาก เลอะง่าย แน่นอนว่าช่วงหน้าฝนนั้น ลิปสติกเนื้อแมทที่ติดทนนานเหมาะที่สุดล่ะ

5. สำหรับดวงตา ควรเลือกที่กันน้ำทุกชิ้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Eye liner, Mascara หากเป็น Eye shadow ก็ควรเลือกที่เป็นเนื้อครีม เพราะจะติดทนกว่าแบบฝุ่น หรือหากที่มีแบบฝุ่นอยู่นั้น ก็ควรลง Primer ก่อนลง Eye shadow ทุกครั้ง

 

รู้หรือไม่???

1. ครีมกันแดดสำคัญเสมอแม้ในวันที่ไม่มีแดด ถึงบรรยากาศจะครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่ในช่วงกลางวันนั้นยังคงมีรังสียูวีเอที่มองไม่เห็น แน่นอนว่าจะเข้าไปทำร้ายผิวชั้นลึกให้มีปัญหาริ้วรอยแก่ก่อนวัยอยู่ดี ดังนั้นไม่ควรละเลย ทากันแดดกันไว้ทุกๆสถานการณ์นะคะ

2. อากาศชื้นแฉะแบบนี้ยิ่งทำให้ผิวหน้ามันเหนอะหนะ และสะสมความสกปรกแบบที่เราคาดไม่ถึงเลย เพราะฉะนั้นการล้างหน้าตามขั้นตอนยังคงสำคัญเสมอค่ะ

3. ต่อให้หน้าโดนฝนจนเยินมากเท่าไหร่ เมื่อต้องหยิบเครื่องสำอางมาเติมแต่งก็ควรซับหน้าจนมั่นใจว่าใบหน้าแห้งสนิทแล้วเท่านั้นนะคะ แล้วค่อยเติมเครื่องสำอาง เพราะถ้ายังมีน้ำอยู่ก็อาจทำให้ใบหน้าเกิดเป็นคราบได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเสียเวลามานั่งลบเครื่องสำอางทั้งหมดออกและต้องเสียเวลาแต่งหน้าใหม่อีก เยอะค่ะ!

เอาเป็นว่า ต่อให้ฝนจะมาเยือนจนทำให้หลายๆคนเซ็งกันไปเยอะ ก็ขอให้ยิ้มรับสายฝนที่โปรยปรายลงมา และที่สำคัญต้องไม่ลืมพกร่มติดตัวไว้เสมอนะคะ เพื่อความสวยแล้ว เราไม่ควรพลาดค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม
Popular Tags
โทษของยาลดความอ้วน อันตรายของยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วน JAV AV ดารา เอวี ดารา AV ออกกำลังกาย ฟิตเนส racer อาบ อบ นวด Hyaluronic วิตามินซี คอลลาเจน มะพร้าว ดีท็อกซ์ อาหารและผลไม้ที่มีวิตามินซี ยาปลูกผม OLABO ผมร่วง สมุนไพรรักษาผมร่วง รักษาผมร่วง ผมร่วงผิดปกติ Whey isolate เล่นกล้าม กระชับสัดส่วน เวย์โปรตีน Whey Protein ครีมกันแดด sunscreen Jeban Review รีวิว คอลลาเจนเจล ime ไอเม่ ผิวขาว ประโยชน์ของคอลลาเจน ปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ริ้วรอย หน้าที่ของคอลลาเจน สิว รอยสิว วิธีรักษารอยสิว ผิวแห้งเสีย ผิวแห้ง ผิวแห้งขาดน้ำ ผิวขาดน้ำ คอลลาเจนเพียว Collagen คอลลาเจนญี่ปุ่น คอลลาเจนบริสุทธิ์ คอลลาเจนช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ คอลลาเจนช่วยบำรุงระดูกและข้อ กระดูกและข้อ กรดอะมิโนจำเป็น กรดอะมิโน ท้องผูก FOS ไฟเบอร์ อาการท้องผูก ล้างสารพิษ โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคหัวใจ 10 อันดับ เวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดีที่สุด 2019 Top 10 เวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดีที่สุด เวย์โปรตีนที่ดีที่สุด เวย์ยี่ห้อไหนดี เวย์โปรตีนยี่ห้อไหนดี โปรตีนยี่ห้อไหนดี 10 อันดับเวย์โปรตีน 10 อันดับ เวย์ยี่ห้อไหนดีที่สุด 2019 เวย์ยี่ห้อไหนดี ที่สุดของปี 2019 กินเวย์โปรตีน วิธีกินเวย์ กินเวย์ เวย์เพิ่มน้ำหนัก โปรตีนเพิ่มน้ำหนัก เวย์โปรตีนเพิ่มน้ำหนัก วิธีกินเวย์เพิ่มน้ำหนัก เวย์เพิ่มน้ำหนักคือ Cosmenet ime' All-in-one Moisturizing Gel เจลคอลลาเจน collagen gel Coe โคอี้ ครีมทาผิว ครีมผิวขาว ครีมทาผิวขาว DD Cream BB Cream บีบี ครีม กันแดดพุดดิ้ง ครีมกันแดดทาหน้า Coe Essence SPF50 Primer ไพรเมอร์ คกันแดดผสมรองพื้น Coe Primer FOS Detox อาหารเสริมดีท็อกซ์ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ วิธีทานคอลลาเจนไตรเปปไทด์