ใครท้องผูกยกมือขึ้น!!! ถ้าถามคำถามนี้ขึ้นมา เชื่อว่าต้องมี สาวๆ หนุ่มๆ จำนวนหนึ่งแอบยกมือยอมรับว่ามีปัญหาการขับถ่าย ไม่สามารถปล่อยปลาวาฬลงแหล่งน้ำได้อย่างคล่องแคล่วนัก... (ขอแทน น้องอุน ว่า ปลาวาฬ แล้วกันนะคะ จะได้เข้าใจตรงกัน) บางคนมีอาการท้องผูกประปรายบ้าง ท้องผูกเป็นประจำบ้าง เนื่องจากหลายสาเหตุ บางคนไม่ทานผักผลไม้เลย บางคนดื่มน้ำน้อย ทานเนื้อสัตว์มากกว่าผัก บางคนทานผักผลไม้เยอะแต่ก็ยังท้องผูกเนื่องจากธาตุแข็ง บางคนทำงานเครียด บางคนก็รีบเร่ง รีบร้อนกับวิถีชีวิต จนทำให้เลยเวลาลืมนั่งสมาธิเรียกฝูงปลาวาฬ และอื่นๆ

การที่เราไม่สามารถปล่อยฝูงปลาวาฬได้ตามธรรมชาติ ด้วยสาเหตุต่างๆ ทำให้ระบบร่างกายไม่สมดุลเมื่อทานอาหารเข้าไปทุกวัน ก็จะมีของเสียที่ผ่านกระบวนการย่อยดูดซึมแล้วเพิ่มขึ้นตกค้างในลำไส้ทำให้เกิดก๊าซ การย่อยสลายซ้ำ ปลาวาฬอืดและตัวแข็ง รู้สึกไม่สบายท้อง แน่นบางคนเกิดสิว การที่ปลาวาฬตัวแข็ง ทำให้ต้องออกแรงเบ่ง ทำให้เหนื่อยแล้วยัง เสี่ยงเป็นริดซี่ / สำไส้อักเสบ และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นปัจจัยนำไปสู่การก่อเกิดโรคมะเร็งลำไส้ โรคร้ายที่ติดอันดับต้นๆ ในการเสียชีวิตของคนไทย!!! ...นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ T T

*** อิชั้นเป็นคนหนึ่งเลยที่พบปัญหาการปล่อยปลาวาฬ มาตั้งแต่เด็กขอแชร์ประสบการณ์ให้ฟังคร่าวๆ ก่อนเข้าสู่รีวิวแชร์ประสบการณ์การพบตัวช่วยที่ทานแล้ว โลกสดใสได้ทำบุญปล่อยปลาวาฬอย่างมีความสุขในลำดับต่อไปค่ะ...

 

เล่าให้ฟังคร่าวๆ เกี่ยวกับประสบการณ์แย่ เรื่องท้องผูก ที่ไม่อยากจะให้มีอีกแล้ว!!!
แต่จริงๆ ทุกวันนี้ถ้าวันไหนยุ่งก็เข้าอิหรอบเดิมค่ะ!!!

ช่วงวัยรุ่นเป็นคนกินเก่งมากกกกกกก ย้ำว่ากินข้าวมื้อละ 2-3 จาน ทุกมื้อ อิ่มจนแบบท้องจะแตกเลย แต่โชคดีไม่อ้วน แต่...ระบบขับถ่ายล้มเหลวมาก ตามมีตามเกิด และไม่ได้กินผักมากเท่าทุกวันนี้ น้ำก็ดื่มน้อย เรียกว่า ไม่ได้สำนึกเรืองสุขภาพใดๆ ประกอบกับพื้นฐานเป็นคนไม่ได้ปล่อยปลาวาฬทุกวันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก คือจะปล่อยเมืออยากปล่อย ทำให้เป็นคนสุขลักษณะตามใจฉัน ท้องผูกจนเป็นนิสัย และก็คิดว่ามันไม่ได้ผิดปกติใดๆ (แต่จริงๆ คือการคิดเอาเอง และคิดผิดมาตลอด แล้วการปล่อยให้ท้องผูกมีผลเสียกับร่างกายมากกว่าที่เราคิด....)

ช่วงมัธยม และ มหาวิทยาลัย เคยไม่ปล่อยปลาวาฬเลย เป็นอาทิตย์ หรือ 10 วันประมาณนั้นเลยอยู่ 1-2 ครั้ง แค่นี้ก็มากไปสำหรับชั้นแล้วค่า ตอนนั้นทรมานมาก คือปลาวาฬตัวอ้วนแข็ง ปล่อยไม่ออก ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะกักขังหน่วงเหนี่ยวเธอไว้นะ...แงงงง ต้องไปหาหมอ ได้ยาสวนมาเสียบท่าจอดปลาวาฬในเบื้องต้น ต่อจากนั้นก็ต้องกินยาระบายแบบน้ำ โอ๊ย...คุณคะ ใครเคยมีประสบการณ์ กินยาถ่าย ยาระบาย อะไรทำนองนี้ คงทราบกันดีว่ามันทำให้ปวดท้องบิดมาก คือ จะอยากปล่อยปลาวาฬแต่ไม่รู้เวลา แล้วที่ปลาวาฬตัวแข็งอืดอยู่แล้ว เวลาจะปล่อยครั้งแรกนี่ทรมาน ท่าจอดปลาวาฬเป็นแผลเจ็บมากเพราะปลาวาฬครูด -*- โอเคนะ... จบดีกว่า !!!

ปัจจุบัน วัยรุ่นตอนปลาย -*- รักและดูแลสุขภาพมากขึ้น ทานผัก ผลไม้มากกกก ขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ดื่มน้ำมากกกกเท่าที่ควรจะเป็น ก็พยายามต่อไป และก็พยายามเข้าห้องน้ำ ฝึกจิตอันเป็นกุศลทำสมาธิ จนเป็นนิสัยได้ประมาณหนึ่ง คือ ถ้าเข้าแหล่งน้ำแล้วนั่งสักพัก จะสามารถปล่อยปลาวาฬได้เกือบทุกครั้ง ถ้าโชคดีก็จะปล่อยได้เป็นฝูง เย้...

แต่ถ้าวันไหนงานยุ่ง ลืม วันนั้นก็จะไม่ได้ปล่อย คือ มันไม่ได้เป็นเวล่ำเวลาเหมือนคนที่เขามีสุขลักษณะปกติ บางครั้งก็ต้องออกแรง ซึ่งจริงๆ แล้วคนที่เขาปกติสุขเขาจะอยากเข้าห้องน้ำเวลาเดิมๆ แล้วถ้าเขาทานผัก ผลไม้ ดื่มน้ำมากพอ ปลาวาฬจะอ่อนนุ่มด้วย

นิสัยไม่ดีของอิชั้นอีกอย่างคือ ชอบทานเผ็ดมาก ทำให้บ่อยครั้งจะมีกรดในกระเพาะ ทำให้ท้องบวมค่ะ เกิดก๊าซ แน่น ไม่สบายท้อง และการไม่ปล่อยปลาวาฬทุกวันทำให้ก๊าซมีกลิ่นแรงด้วยนะคะ

แม้ว่า...การที่เรานั่งสมาธิ ปล่อยปลาวาฬได้เองจำนวนหนึ่ง นับว่า อิชั้นก้าวหน้าไปอีกขึ้น ก็ยัง ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจหวังไว้ เพราะมันยังไม่ดีเพียงพอ ...การที่เรารับประทานอาหารต่างๆ ต่อวันหนึ่งๆ ไปตั้งมากมาย แล้วถ้าไม่ได้ปล่อยปลาวาฬหลายๆวัน คุณลองคิดซิว่า ในร่างกายจะมีของเสียมากขนาดไหน ดังนั้น ของเสียต่างๆอยู่คงค้างในลำไส้ของเรา ควรถูกปลดปล่อยออกไปได้มากที่สุด ในการขับถ่ายแต่ละครั้งด้วยค่ะ

=======================
เล่าประสบการณ์โศกเรื่องการปล่อยปลาวาฬลงแหล่งน้ำ คร่าวๆ แล้ว มาอ่านกันว่า หลังจากอิชั้นได้รู้จัก และลองรับประทานสิ่งนี้...??? แล้วแตกต่างจากที่เคย ทานแล้วช่วยได้มากน้อยอย่างไรลองอ่านดูนะคะ สำหรับคนที่ประสบปัญหาเดียวกัน

....หน้าตาของผลิตภัณฑ์ตัวช่วย นางเอกของอิชั้นก็คือ FOS Detox Apple Flavor -ฟอส ดีท็อกซ์ กลิ่นแอปเปิ้ล ค่า

ชื่อผลิตภัณฑ์ : FOS Apple Flavor Dietary Supplement Product (ฟอส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลิ่นแอปเปิ้ล)

 
แบรนด์เคลมเรื่อง ด้วยเทคโนโลยีจากประเทศเบลเยี่ยมในผงผลิตภัณฑ์ (Medical Fiber) -โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) เอกสิทธิ์เฉพาะของ FOS นำเข้าจากประเทศเบลเยี่ยม โดยสถาบัน Beneo - สถาบันวิจัยอันดับหนึ่งของโลก ในด้านสารอาหารให้ประโยชน์ โดยเฉพาะสารโอลิโกฟรุคโตส ค่ะ- ช่วยให้ผู้มีปัญหาการขับถ่ายอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่มีแต่ไขมันและคาร์โบไฮเดรตมีสุขภาพดีขึ้น ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นกว่า 80%
สถาบัน Beneo - สถาบันวิจัยอันดับหนึ่งของโลก ในด้านสารอาหารให้ประโยชน์ โดยเฉพาะสารโอลิโกฟรุคโตส

โอลิโกฟรุคโตส ใน FOS เป็นพรีไบโอติคสูง 5,000 มก. คุณสมบัติเฉพาะตัวที่เป็นไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำจึงไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารแต่จะถูกส่งต่อไปเป็นอาหารชั้นเลิศของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ (Bifidobacteria) เมื่อแบคทีเรียชนิดดีมีมากขึ้น แบคทีเรียชนิดร้ายลดลง ผลลัพธ์ที่ได้คือการเคลื่อนตัวของลำไส้และกระบวนการขับถ่ายจะดีขึ้น รวมถึงระบบการดูดซึมสารอาหารและวิตามินจะดีขึ้นมีส่วนช่วยให้หน้าท้องแบนราบอย่างเป็นธรรมชาติ (ผลพลอยได้สำหรับหลายๆคน)

 


 
ภาพผลการวิจัยจายสถาบัน Beneo ที่ทางแบรนด์เคลมในเรื่องผลหลังจากการรับประทาน FOS ค่ะ


โอลิโกฟรุกโตส มีคุณสมบัติเป็น Prebiotic และมีคุณประโยชน์ดังนี้คือ

- ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
- ช่วยควบคุม/กำจัดปริมาณจุลินทรีย์ก่อโรคในร่างกาย
- ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นมีกลไกช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่
- ช่วยลดสารพิษหลายชนิดที่อาจสะสมตามผนังลำไส้
- ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน
- ป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร เช่นท้องเสีย
- ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย


ส่วนประกอบ
จาก รายละเอียดจากข้างกล่อง และแผ่นพับเอกสารประกอบผลิตภัณฑ์ค่ะ
โอลิโกฟรุคโตส / Oligofructose 5,000 mg.
ไซเลี่ยมฮัสก์ /Phyllium Husk 3,000 mg.
เบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ต / Beta Glucan From Oat Fiber 1,000mg.
แอ๊ปเปิ้ลผง / Apple Powder 600 mg.
สารสกัดจากผลส้มแขก / Garcinia Extract 500 mg.
ผงบุก / Konjac Dry Powder 500 mg.
วิตามินซี / Vitamin C 60 mg.
คอปเปอร์คอลโรฟิลลิน / Sodium Copper Chorophyll 30 mg.

1. โอลิโกฟรุคโตส ( Oligofructose )


สารสกัดจากพืชของต้นชิโคลี่เป็นเส้นใยไฟเบอร์ที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารจึงตกเป็นอาหารชั้นดีของบิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) จุลินทรีย์ชนิดที่ดีต่อสุขภาพในลำไส้มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพเพื่อปรับสมดุลระบบขับถ่าย ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น

2. ไซเลี่ยมฮัสก์ ( Phyllium Husk )

เป็นใยอาหาร (Fiber) ที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น ช่วยดูดซับสารพิษในลำไส้อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นลำไส้ให้บีบตัว จึงช่วยให้ระบายได้ดีขึ้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ ผู้มีปัญหาท้องผูกหรือขับถ่ายไม่เป็นระบบ

3. เบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ต ( Beta Glucan From Oat Fiber )

อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน เกลือแร่สารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant)และใยอาหาร (Fiber)เฉพาะมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกอิ่มนานไม่หิวระหว่างวัน และไม่อยากกินจุกกินจิก

4.สารสกัดจากผลส้มแขก ( Garcinia Extract )

ให้สารสำคัญ คือ HCA (Hydroxy CitricAcid) มีส่วนช่วยในการยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ในวงจรการย่อยสลายไม่ให้น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ช่วยควบคุมไขมันในเลือดและช่วยกระตุ้นการทำงานของ แอล-คาร์นิทีน ในการเผาผลาญไขมัน

5. ผงบุก ( Konjac Powder )

อีกหนึ่งใยอาหาร (Fiber) ที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ จึงมีส่วนช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ช่วยลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้อีกทั้งช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย

6. วิตามินซี (Vitamin C)

ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidation)ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและ เนื้อเยื่อของเอ็นกระดูกอ่อน อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่งอีกด้วย

7. คลอโรฟิลล์ (chlorophyll)

มีสูตรโครงสร้างคล้ายฮีโมโกลบินที่เป็นองค์ประกอบของเม็ดเลือดแดงจึงถูกดูดซึมเข้าสู่เม็ดเลือดแดงได้ทันที ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดแดงชะล้างสารพิษในเลือด ทำให้เลือดสะอาดนำพาออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆในร่างกายได้ดีขึ้น จึงส่งผลให้ผิวพรรณแลดูสดใส ชะลอความแก่ไร้กลิ่นตัว และลดอัตราการอาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน

8. ผงแอ๊ปเปิ้ล (Apple Powder)
อุดมไปด้วย ใยอาหาร (Fiber) มีส่วนช่วยให้อิ่มท้องและกระตุ้นระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าทุกครั้งที่ได้ลิ้มลอง

ปริมาณ ขนาดบรรจุ
บรรจุกล่องละ 15 ซอง (ซองละ 18 g.) ต่อซองมีไฟเบอร์ 10,000 mg. มี โอลิโกฟรุคโตสจากเบลเยี่ยม ที่ใส่มาสูงสุดคือจำนวน 5,000 mg.


ชงง่ายๆ ฉีกซองฟลอย เทลงในน้ำที่เตรียมไว้ จะชงน้ำอุ่น น้ำอุณหภูมิปกติ หรือ น้ำเย็น ก็แล้วแต่ความชอบค่ะ - อิชั้นชงกับน้ำเย็นค่ะ

จากนั้นค่อยๆคนไป ถ้าผงเป็นเม็ดเราก็เอาหลังช้อนบดกับขอบแก้ว ใช้เวลาให้ละลายและบดด้วยไม่น่าเกิน 2 นาทีค่ะ แล้วก็รีบดื่มเลยเพราะถ้าทิ้งไว้เดี๋ยวมันจะอืดคล้ายๆ วุ้น บางคนอาจจะไม่ชอบก็ได้ค่ะ ซดหมดเราก็ตามด้วยน้ำอีกซัก 1-2 แก้ว แค่นี้เองจ้า

 


หน้าตาแบบนี้จ้า จะมีสีเขียว แล้วก็จะมีตะกอนปุยๆ ไฟเบอร์ขยายตัวเมือโดนน้ำ


 
วิธีการทาน สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
1. ชงดื่มตอนท้องว่างในเวลาก่อนนอน
2. สำหรับคนที่ควบคุมอาหาร ก็สามารถชงดื่มแทนอาหารเย็นได้เลย หรือชงแล้วทานอาหารเย็นจะทำให้อิ่มไวขึ้น (อิชั้นเลือกที่จะรับประทานตอนเย็นค่ะเพราะไม่อยากชงกินเวลาเดียวกับคอลลาเจนเดี๋ยวจะปวดฉี่ กินน้ำเยอะก่อนนอนเพราะหลังดื่ม FOS แล้วจะต้องตามด้วยน้ำอีก 1-2 แก้วช่วยให้เส้นใยขยายตัวได้ดีมากขึ้นด้วย)


 
***ประสบการณ์การทาน FOS มากว่า 2 เดือน

ข้อดีสารพัดของการปล่อยปลาวาฬทุกๆ วันที่เราควรจะทำให้เป็นนิสัย ใครยังทำไม่ได้ตอนนี้ก็รับรู้ปัญหา พยายามแก้ไขกันนะคะดีต่อร่างกายเราทั้งนั้นการขับถ่ายของเสียออกไป

- ในสัปดาห์แรกก็ทำตามคำแนะนำโดยการลองชงดื่มทุกวัน แต่ลองทุกวันไป 3 วัน พบว่าอยากปล่อยปลาวาฬอาจจะมากไปนิด คือ กลายเป็นอยากปล่อยเกินความต้องการ ก็เลยลดโดยการเว้นระยะชงดื่ม วันเว้นวัน หรือ สองวันครั้งแทน นอกจากนั้นก็พยายามนั่งทำสมาธิปลดปล่อยปลาวาฬด้วยตัวเอง และเลือกทานผัก ผลไม้ น้ำ เยอะๆ ประกอบกันด้วย

- FOS ทานง่าย หอมกลิ่นแอปเปิ้ล มีรสชาติดี หวานน้อยๆ

- อิ่มท้อง สามารถทานแทนข้าวเย็นได้ ในกรณีที่ควบคุมน้ำหนัก หรือถ้ากินอาหารเย็นต่อก็อิ่มไวขึ้น ถ้าไม่กินตอนเย็น กินก่อนนอนก็ได้ เช้ามาหรืออีกวันร่างกายก็จะรู้สึกอยากขับถ่าย

- ไม่ต้องกินทุกวัน แค่สัปดาห์แรกทานทุกวันต่อจากนั้นก็วันเว้นวัน แต่เราต้องสร้างสุขนิสัยที่นั่งส้วมด้วยช่วยให้ร่างกายเคยชิน นอกจากการทาน FOS /ก็ต้องดื่มน้ำมากๆ / ทานผักผลไม้ด้วย

- เป็นคนทานอาหารรสจัดมาก กินเผ็ดตลอด ถ่ายแล้วไม่ค่อยแสบก้น แสบท้อง เพราะ FOS ปรับค่าPH อุจจาระ ทำให้ถ่ายสะดวก ไม่ทรมาน

- ทานแล้วทำให้ปล่อยปลาวาฬง่ายมาก ไม่ต้องเบ่งให้เหนื่อยอีกต่อไป ปลาวาฬตัวนุ่มนิ่ม อุจจาระอ่อนตัว ไม่เจ็บก้น ไม่เสี่ยงริดซี่ แต่ไม่ร่างแตกเป็นน้ำนะ อิอิ ท่าปล่อยปลาวาฬสบายไม่เจ็บก้น เย้ๆ

- กลิ่นตัวปลาวาฬ และกลิ่นลม ดีขึ้น กลิ่นแรงน้อยลง หรือ บางครั้งไม่มีกลิ่นอันนี้อะเมซิ่ง เข้าใจว่า ตด ไงก็ต้องเหม็น แต่...ตดไม่เหม็นมีจริงๆ บางคนมีกลิ่นตัวกลิ่นปากอาจจะเพราะจากท้องผูกด้วยค่ะ

- ช่วงที่กิน FOS จะมีก๊าซ ท้องโครกครากได้อยู่เหมือนกันค่ะ

- ไม่ปวดท้องบิดแบบยาถ่าย ยาระบายจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเองตามธรรมชาติ หรือ นั่งนิดหน่อยก็สามารถถ่ายได้

- สามารถถ่ายออกได้มากกว่า การนั่งถ่ายเอง คือเหมือนเราปล่อยปลาวาฬได้สุด ได้มากแบบหมดท้องเลย 555

- การที่เราขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้มากเท่าไหร่ของเสียตกค้างก็จะสร้างพิษให้ร่างกายน้อยเท่านั้น บางคนไม่ถ่าย มีสิวผิวพรรณไม่ผ่องใส หน้าเครียดท้องผูก ฯลฯ

- การขับถ่ายของเสียออกไป เป็นการขจัดสารพิษที่ตกค้าง ช่วยเคลียร์ร่างกายให้ดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีขึ้น เช่นถ้าทานวิตามินเสริม อาหารบำรุง ฯลฯ ทำให้ร่างกายมีสมดุล

- รู้สึกสบายท้อง ท้องไม่บวม ไม่ป่อง ใส่เสื้อผ้าไม่ต้องกังวล ไร้พุง ช่วยให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ที่พอจะกะประมาณได้จริงบางคนหนักปลาวาฬหลายกิโลเลยนะ -*-

 


ขอบอกว่า ไปอังกฤษ หนที่ผ่านมา พกไปชงด้วยค่า เพราะรู้ว่าต้องเดินทาง แล้วก็ทานเยอะ ยิ่งนั่งเครือง กินๆๆๆ ไม่ได้เดินไปไหน อืด แน่น แถมปล่อยปลาวาฬบนเครืองลำบาก ไม่ชอบคนรอคิวเรานานๆ ด้วย อิอิ LOVE FOS นะ