1. การรักษารอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวแบบที่เป็นรอยบุ๋มลงไป

กรณีที่มีรอยบุ๋มเล็กๆ เป็นจุดๆ ประมาณไม้จิ้มฟันนั้น จะรักษาด้วยการใช้น้ำกรดอ่อนๆ แต้มบริเวณที่เป็นรอย ซึ่งควรจะให้แพทย์หรือพยาบาลเป็นผู้แต้มให้ เพื่อกระตุ้นให้ผิวหน้าเกิดการสร้างเนื้อขึ้นมาเสริมบริเวณรอยบุ๋มของแผลเป็นที่เกิดจากสิว ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานาน และต่อเนื่องจึงจะเกิดประสิทธิพล

การรักษาด้วยการยิงแสงเลเซอร์ (Fractional Photothermolysis Laser) เพื่อให้แผลดูตื้นขึ้น ในการรักษาด้วยแสงเลเซอร์แต่ละครั้งจะกระตุ้นให้ผิวหน้าสร้างเนื้อเยื่อขึ้นเสริม โดยอาจต้องทำการรักษาด้วยแสงเลเซอร์หลายครั้งติดต่อกันเพื่อให้การรักษาได้ผลดี

การฉีด Hyaluronic Acid เช่น Restylane ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งประเทศไทย โดยจะเสริมเนื้อขึ้นมาบริเวณรอยบุ๋มของแผลเป็น ซึ่งไม่ต้องทำการทดสอบเหมือนการใช้คอลลาเจน

กรณีที่เป็นแผลลึกและใหญ่ สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเอาแผลเป็นนั้นออกไป แล้วเย็บแผลให้เรียบร้อยเหมือนการผ่าไฝ หลังจากนั้นอีก 2-3 เดือนถ้ายังมีรอยเย็บอยู่ก็สามารถลบรอยให้ดีขึ้นได้


2. การรักษาแผลเป็นที่เกิดจากสิวแบบที่นูนขึ้นมา


การรักษาด้วยการฉีดยาเพื่อให้แผลเป็นที่นูนนั้นเรียบขึ้น โดยตัวยาที่ฉีดจะทำให้เนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นมากกว่าปกติลดจำนวนลง ทำให้แผลยุบตัว อาจต้องฉีดยาอย่างต่อเนื่องหลายครั้งจนกว่าแผลจะยุบ

การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ Laser Resurfacing วิธีการรักษาแบบนี้เหมาะสำหรับแผลนูนบริเวณจมูกโดยการใช้แสงเลเซอร์กรอบริเวณแผลเป็นที่เกิดจากสิวที่นูนขึ้นมาให้เรียบ ทำให้ผิวเรียบขึ้น แต่อาจจะมีรอยแดงบริเวณที่รักษาประมาณ 3-6 เดือน

3. การรักษาแผลที่เป็นรอยแดงหรือรอยดำ

วิธีการรับประทานยา ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง

การรักษาด้วยการทำ E-laser โดยใช้แสงเลเซอร์ Pulsed dye Laser เป็นวิธีที่ไม่เจ็บและใช้เวลาทำไม่นาน สามารถช่วยให้รอยแดงหายเร็วยิ่งขึ้น โดยรอยแดงจะจางประมาณครั้งละ 20-30%