มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) คือมะเร็งที่เกิดกับส่วนใดส่วนหนึ่งในลำไส้ใหญ่ โดยเริ่มตั้งแต่ส่วนที่ต่อจากลำไส้เล็กไปจนถึงส่วนปลายที่ติดกับทวารหนัก การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนมากจะเริ่มจากการเกิดติ่งเนื้อขนาดเล็กภายในลำไส้ใหญ่จนเกิดการพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่

ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับขนาดและบริเวณที่เกิดเนื้องอก ในผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่มีอาการในช่วงแรกเริ่มเมื่อเป็นโรคได้หลายปี แต่เมื่อโรคเกิดการพัฒนาจนรุนแรงขึ้นถึงจะมีอาการแสดงออก ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
  •     พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมักเกิดขึ้นนานหลายสัปดาห์ เช่น ท้องเสีย ท้องผูก ลักษณะอุจจาระที่เปลี่ยนไป
  •     ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
  •     รู้สึกถ่ายไม่สุด
  •     ปวดท้อง รู้สึกแน่นอึดอัดบริเวณช่วงท้องเหมือนมีแก๊สในท้อง ท้องอืด
  •     อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  •     น้ำหนักลงโดยไม่มีสาเหตุ

หากสังเกตว่าเริ่มมีอาการหลายอย่างของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ข้างต้น โดยเฉพาะการถ่ายเป็นเลือดหรือนิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ควรมีการพบแพทย์เพื่อตรวจเบื้องต้นเพื่อค้นหาโรค เพราะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่มีอาการที่เฉพาะเจาะจง

สาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่พบปัจจัยที่มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคได้หลายปัจจัย ดังนี้

การกลายพันธุ์ของยีน ยีนที่เกิดการกลายพันธุ์จะไม่สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์จนเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็งลุกลามไปยังเซลล์ข้างเคียงก่อนจะก่อตัวเป็นเนื้อร้ายได้ ซึ่งยีนอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย และจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมการทำงานเซลล์ต่าง ๆ จากรุ่นไปสู่อีกรุ่น

การรับประทานอาหาร รูปแบบการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเป็นอาหารประเภทไขมันสูงและมีกากใยอาหารต่ำ โดยพบว่าผู้ที่มีการกินอาหารในลักษณะนี้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ถึงความสัมพันธ์ของการเกิดโรคและอาหารการกินที่ชัดเจน

การป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่


มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันได้หลายวิธี คือ

1. เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้คนทั่วไปควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 50 ปี แต่หากเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคนี้ก่อนอายุ 50 ปี และตรวจอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีความเสี่ยงต่อโรคมากกว่าคนทั่วไป โปรแกรมการคัดกรองโรคในแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม
2. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำเนินชีวิต การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคลงได้ตามคำแนะนำต่อไปนี้
3. เน้นรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืช พยายามเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่มีความหลากหลาย เนื่องจากเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ วิตามิน กากใย และสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
4. เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ควรจำกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในปริมาณที่พอเหมาะ โดยผู้ชายควรดื่มไม่เกินวันละ 2 หน่วยมาตรฐาน หรือผู้หญิงควรดื่มไม่เกิน 1 หน่วยมาตรฐานต่อวัน รวมไปถึงการไม่สูบบุหรี่ ที่เป็นการนำเอาสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายได้
5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายที่ชื่นชอบอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
6. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ควบคู่กับการออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ