ผิวขาวสู้แดดไม่ใช่เรื่องยาก

 

     แน่นอนว่าการมีผิวขาวสู้แดดนั้นเป็นความปรารถนาของหนุ่มสาวยุคใหม่ เพราะผิวขาว ๆ ทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นหลายคนจึงหันมาดูแลตัวเองจนมีผิวขาวเป็นที่น่าพอใจ แต่รู้มั้ยว่าสิ่งที่ยากกว่าการมีผิวขาวคือ การดูแลผิวที่เราเฝ้าฟูมฟักมาอย่างดีจนขาวเนียนแบบนี้ให้อยู่ไปตลอดต่างหาก เพราะปัจจุบันนั้นมลภาวะเป็นพิษมากขึ้นสิ่งเร้าต่าง ๆ แทบจะเป็นภัยกับผิว โดยเฉพาะกับแสงแดดตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหมองคล้ำไม่สดใส สาเหตุของผิวเหี่ยวแห้งดำคล้ำส่วนใหญ่ก็มาจากรังสียูวีจากแสงแดดถึง 70% เลยทีเดียวฉะนั้นอย่างปล่อยให้ผิวขาว ๆ ที่ดูแลมาอย่างดีจะต้องเสียเพราะโดนแสงแดดทำร้าย

วิธีมีผิวขาวสู้แดดไม่ใช่เรื่องยาก

1.) บำรุงผิวก่อนและหลังออกแดด

การบำรุงถือเป็นพื้นฐานสำคัญนอกจากบำรุงด้วยครีมปกติแล้ว จะต้องตามด้วยครีมกันแดดทุกครั้ง ควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้สัก 10-15 นาทีก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้ตัวครีมได้ซึมซาบเข้าพร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดร้าย โดยหลายคนอาจจะมีข้อกังขาเกี่ยวกับ SPF ที่น่าสับสนวุ่นวายมีตั้งแต่ 15 ไปจนถึง 60 เลยซึ่งตัวเลขกำกับนั้นอาจจะทำให้คนเข้าใจผิดว่า SPF 15 คือป้องกันได้ 15 เท่าเลยมักเลยที่มี SPF สูง ๆ ซึ่งนั้นเป็นการเข้าใจผิดอย่างแรก แท้จริงแล้วตัวเลขข้างหลังบ่งบอกถึงค่าความทนทานเมื่อเราอยู่ภายใต้แสงแดดต่างหาก อย่างเช่น SPF 15 คือผิวของคุณสามารถทนทานต่อแดดได้นานขึ้น 15 เท่าจากปกติหรือราว ๆ 7 ชั่วโมงนั่นเอง เมื่อป้องกันก่อนออกแดดแล้วก็ต้องป้องกันหลังออกแดดด้วยเผื่อผิวขาวสู้แดดอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างเช่นการว่ายน้ำหรือไปทะเลมา ผิวของคุณจะขาดความสดชื่นและอาจจะมีรอยแดง ลอกได้ฉะนั้นควรอาบน้ำด้วยครีมน้ำนม หรือครีมที่อ่อนโยนเพื่อสมานผิวก่อน จากนั้นใช้ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้นหรือประเภท aftersun มาใช้เพื่อเป็นการถนอมผิวหลังจากออกแดดมาอย่างโชคโชน และจะทำให้ผิวเรากลับคืนสภาพได้เร็วขึ้นครับ

2.) ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแสงแดด

ใครก็ตามที่มีผิวขาวแล้วคงไม่อยากกลับไปดำคล้ำอีกใช่มั้ยล่ะ แต่บางครั้งการละเลยไม่ใส่ใจดูแลผิวก็อาจจะทำให้ดำคล้ำได้เนื่องจากแสงแดดที่แรงจัดในปัจจุบัน หากขาดการบำรุงเพียงไม่กี่ครั้งก็อาจจะทำให้ผิวที่เคยขาวสดใสกลับหมองคล้ำลงได้ ฉะนั้นการฟื้นฟูผิวคล้ำจากแดดจึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะทำ เริ่มแรกเลยการฟื้นฟูจะต้องทำจากพื้นฐานก่อนนั่นคือการบำรุงที่ดี ใช้ครีมที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวเสียจากแดด จำพวกวิตามินอีมาบำรุงผิว ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งก็ควรที่จะทาครีมกันแดดด้วยไม่ว่าสภาพอากาศวันนั้นจะมีแดดหรือไม่มีก็ต้องทาเพราะตอนกลางวันแม้จะไม่มีแดดแต่ก็ยังมีรังสียูวีส่องมาอยู่ดี หาเวลาในวันว่างหรือวันหยุด ประโคมผิวด้วยการพอกบำรุงผิวในกลุ่มประเภทสมานผิวและฟื้นฟูอย่างเช่นน้ำนม ว่านหางจระเข้ น้ำผึ้งเป็นต้นอาจจะทำสัปดาห์ละครั้งก็ได้ ทำไปเรื่อย ๆ ควบคู่กันไปไม่นานผิวที่คล้ำเสียจากแดดก็จะกลับมาเป็นผิวขาวสู้แดดอีกครั้ง

3.) SPF ที่ควรใช้ในแต่ละสถานที่

เพราะในแต่ละจุดที่อยู่นั้นคุณจะได้รังสียูวีมากน้อยต่างกัน อย่าชะล่าใจไปนะครับ เพราะถึงแม้ว่าคุณอยู่ในบ้านผิวคุณก็อาจจะได้รับผลกระทบจากรังสียูวีได้เช่นกัน แต่อาจจะน้อยเลยทำให้แทบไม่เป็นผล การเดินออกไปนอกถนนนั่นก็ทำให้ได้รับแสงแดด ฉะนั้นในแต่ละที่ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่างกันเพื่อความเหมาะสม อย่างเช่นอยู่ในบ้านหรือต้องเดินไปซื้ออาหารทำกิจกรรมที่โดนแดดไม่นานควรเลือกแบบเบสิคนั่นคือ SPF 15 ก็เพียงพอแล้วล่ะครับ ในวันที่ออกไปทำงานแต่ส่วนใหญ่อยู่ในออฟฟิซแต่แสงจากไฟทำร้ายผิวเช่นกันฉะนั้นควรเลือกแบบ SPF 30 แต่ถ้าวันที่ต้องเจอแดดแรงไม่มีอะไรปกป้องอย่างเช่นการไปทะเล หรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแดดทั้งวันควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไปและควรทาซ้ำสักสองครั้งต่อวันด้วยเพื่อให้ผิวขาวสู้แดดได้อย่างมั่นใจเลยครับ

4.) เลือกครีมกันแดดยังไงให้เหมาะสม

ปัจจุบันนั้นมีครีมกันแดดหลากหลายยี่ห้อมาก และไม่ใช่มีแต่เพียงเนื้อครีมเท่านั้นเพราะมีแบบเนื้อมูส เนื้อเหลวเนื้อน้ำออกมาให้ใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น เพราะส่วนใหญ่ครีมกันแดดเนื้อค่อนข้างเหนียวทำให้เวลาใช้แล้วหนักหน้า ในหลาย ๆ แบรนด์จึงคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อผลิตครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบาและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำให้ผิวของเราเป็นผิวขาวสู้แดด บางเจ้าก็ผสมลงไปในครีมในเครื่องสำอางด้วยก็มี แต่ครีมกันแดดที่ดีมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องไม่ผสมกับอะไรเลยเป็นครีมกันแดดเพียว ๆ สำหรับคนหน้ามันควรเลือกเป็นแบบเนื้อเหลวเพื่อที่หน้าจะได้ไม่มันเยิ้ม คนผิวแห้งเหมาะกับเนื้อครีมสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายควรเลือกครีมกันแดดที่ทำออกมาเฉพาะเพื่อผิวหน้าจะได้ไม่มีปัญหา ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากครีมกันแดดจะช่วยปกป้องจากรังสียูวีแล้วยังมีตัวบำรุงชั้นผิวด้วย ฉะนั้นหากอยากมีผิวขาวสู้แดดละก็จะต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันด้วย

หากรู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขอย่างถูกต้องคุณจะมีผิวขาวสู้แดดได้ไม่ยากเลย โดยข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้จะช่วยให้คุณมีผิวที่ขาวแบบยั่งยืนไม่ว่าจะต้องเผชิญกับแดดแรงสักแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวเพราะคุณรู้วิธีที่จะปกป้องผิวแบบถูกต้อง ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าคุณสามารถใส่เสื้อผ้าโชว์ผิวสวย ๆ ท้าแดดได้อย่างไม่ต้องกลัวจะดำคล้ำเลยล่ะ

                จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้วการมีผิวข้าวสู้แดดไม่ใช่เรื่องที่ยากหรือวุ่นวายเท่าไรนะครับ เพียงแต่เราควรหมั่นทำเป็นประจำและทำอย่างถูกต้อง  อีกเรื่องนึงนะครับหากว่าจะออกจากบ้าน ยิ่งถ้าวันไหนเป็นวันที่แสงแดดแรงด้วยแล้ว ควรพกร่มไปด้วยนะครับ เพราะมันจะช่วยปกป้องผิดของเราได้อย่างดีทีเดียว เหมือนกับการป้องกัน 2 ชั้นนั่นเอง อย่างรก็ตามผมเชื่ออย่างยิ่งว่าวิธีการพวกนี้ใช้ได้จริงและเห็นผลแน่นอนครับสำหรับการมีผิวขาวสู้แดด


ผิวขาวสู้แดดไม่ใช่เรื่องยาก

 

     แน่นอนว่าการมีผิวขาวสู้แดดนั้นเป็นความปรารถนาของหนุ่มสาวยุคใหม่ เพราะผิวขาว ๆ ทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นหลายคนจึงหันมาดูแลตัวเองจนมีผิวขาวเป็นที่น่าพอใจ แต่รู้มั้ยว่าสิ่งที่ยากกว่าการมีผิวขาวคือ การดูแลผิวที่เราเฝ้าฟูมฟักมาอย่างดีจนขาวเนียนแบบนี้ให้อยู่ไปตลอดต่างหาก เพราะปัจจุบันนั้นมลภาวะเป็นพิษมากขึ้นสิ่งเร้าต่าง ๆ แทบจะเป็นภัยกับผิว โดยเฉพาะกับแสงแดดตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหมองคล้ำไม่สดใส สาเหตุของผิวเหี่ยวแห้งดำคล้ำส่วนใหญ่ก็มาจากรังสียูวีจากแสงแดดถึง 70% เลยทีเดียวฉะนั้นอย่างปล่อยให้ผิวขาว ๆ ที่ดูแลมาอย่างดีจะต้องเสียเพราะโดนแสงแดดทำร้าย

วิธีมีผิวขาวสู้แดดไม่ใช่เรื่องยาก

1.) บำรุงผิวก่อนและหลังออกแดด

การบำรุงถือเป็นพื้นฐานสำคัญนอกจากบำรุงด้วยครีมปกติแล้ว จะต้องตามด้วยครีมกันแดดทุกครั้ง ควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้สัก 10-15 นาทีก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้ตัวครีมได้ซึมซาบเข้าพร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดร้าย โดยหลายคนอาจจะมีข้อกังขาเกี่ยวกับ SPF ที่น่าสับสนวุ่นวายมีตั้งแต่ 15 ไปจนถึง 60 เลยซึ่งตัวเลขกำกับนั้นอาจจะทำให้คนเข้าใจผิดว่า SPF 15 คือป้องกันได้ 15 เท่าเลยมักเลยที่มี SPF สูง ๆ ซึ่งนั้นเป็นการเข้าใจผิดอย่างแรก แท้จริงแล้วตัวเลขข้างหลังบ่งบอกถึงค่าความทนทานเมื่อเราอยู่ภายใต้แสงแดดต่างหาก อย่างเช่น SPF 15 คือผิวของคุณสามารถทนทานต่อแดดได้นานขึ้น 15 เท่าจากปกติหรือราว ๆ 7 ชั่วโมงนั่นเอง เมื่อป้องกันก่อนออกแดดแล้วก็ต้องป้องกันหลังออกแดดด้วยเผื่อผิวขาวสู้แดดอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างเช่นการว่ายน้ำหรือไปทะเลมา ผิวของคุณจะขาดความสดชื่นและอาจจะมีรอยแดง ลอกได้ฉะนั้นควรอาบน้ำด้วยครีมน้ำนม หรือครีมที่อ่อนโยนเพื่อสมานผิวก่อน จากนั้นใช้ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้นหรือประเภท aftersun มาใช้เพื่อเป็นการถนอมผิวหลังจากออกแดดมาอย่างโชคโชน และจะทำให้ผิวเรากลับคืนสภาพได้เร็วขึ้นครับ

2.) ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแสงแดด

ใครก็ตามที่มีผิวขาวแล้วคงไม่อยากกลับไปดำคล้ำอีกใช่มั้ยล่ะ แต่บางครั้งการละเลยไม่ใส่ใจดูแลผิวก็อาจจะทำให้ดำคล้ำได้เนื่องจากแสงแดดที่แรงจัดในปัจจุบัน หากขาดการบำรุงเพียงไม่กี่ครั้งก็อาจจะทำให้ผิวที่เคยขาวสดใสกลับหมองคล้ำลงได้ ฉะนั้นการฟื้นฟูผิวคล้ำจากแดดจึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะทำ เริ่มแรกเลยการฟื้นฟูจะต้องทำจากพื้นฐานก่อนนั่นคือการบำรุงที่ดี ใช้ครีมที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวเสียจากแดด จำพวกวิตามินอีมาบำรุงผิว ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งก็ควรที่จะทาครีมกันแดดด้วยไม่ว่าสภาพอากาศวันนั้นจะมีแดดหรือไม่มีก็ต้องทาเพราะตอนกลางวันแม้จะไม่มีแดดแต่ก็ยังมีรังสียูวีส่องมาอยู่ดี หาเวลาในวันว่างหรือวันหยุด ประโคมผิวด้วยการพอกบำรุงผิวในกลุ่มประเภทสมานผิวและฟื้นฟูอย่างเช่นน้ำนม ว่านหางจระเข้ น้ำผึ้งเป็นต้นอาจจะทำสัปดาห์ละครั้งก็ได้ ทำไปเรื่อย ๆ ควบคู่กันไปไม่นานผิวที่คล้ำเสียจากแดดก็จะกลับมาเป็นผิวขาวสู้แดดอีกครั้ง

3.) SPF ที่ควรใช้ในแต่ละสถานที่

เพราะในแต่ละจุดที่อยู่นั้นคุณจะได้รังสียูวีมากน้อยต่างกัน อย่าชะล่าใจไปนะครับ เพราะถึงแม้ว่าคุณอยู่ในบ้านผิวคุณก็อาจจะได้รับผลกระทบจากรังสียูวีได้เช่นกัน แต่อาจจะน้อยเลยทำให้แทบไม่เป็นผล การเดินออกไปนอกถนนนั่นก็ทำให้ได้รับแสงแดด ฉะนั้นในแต่ละที่ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่างกันเพื่อความเหมาะสม อย่างเช่นอยู่ในบ้านหรือต้องเดินไปซื้ออาหารทำกิจกรรมที่โดนแดดไม่นานควรเลือกแบบเบสิคนั่นคือ SPF 15 ก็เพียงพอแล้วล่ะครับ ในวันที่ออกไปทำงานแต่ส่วนใหญ่อยู่ในออฟฟิซแต่แสงจากไฟทำร้ายผิวเช่นกันฉะนั้นควรเลือกแบบ SPF 30 แต่ถ้าวันที่ต้องเจอแดดแรงไม่มีอะไรปกป้องอย่างเช่นการไปทะเล หรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแดดทั้งวันควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไปและควรทาซ้ำสักสองครั้งต่อวันด้วยเพื่อให้ผิวขาวสู้แดดได้อย่างมั่นใจเลยครับ

4.) เลือกครีมกันแดดยังไงให้เหมาะสม

ปัจจุบันนั้นมีครีมกันแดดหลากหลายยี่ห้อมาก และไม่ใช่มีแต่เพียงเนื้อครีมเท่านั้นเพราะมีแบบเนื้อมูส เนื้อเหลวเนื้อน้ำออกมาให้ใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น เพราะส่วนใหญ่ครีมกันแดดเนื้อค่อนข้างเหนียวทำให้เวลาใช้แล้วหนักหน้า ในหลาย ๆ แบรนด์จึงคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อผลิตครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบาและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำให้ผิวของเราเป็นผิวขาวสู้แดด บางเจ้าก็ผสมลงไปในครีมในเครื่องสำอางด้วยก็มี แต่ครีมกันแดดที่ดีมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องไม่ผสมกับอะไรเลยเป็นครีมกันแดดเพียว ๆ สำหรับคนหน้ามันควรเลือกเป็นแบบเนื้อเหลวเพื่อที่หน้าจะได้ไม่มันเยิ้ม คนผิวแห้งเหมาะกับเนื้อครีมสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายควรเลือกครีมกันแดดที่ทำออกมาเฉพาะเพื่อผิวหน้าจะได้ไม่มีปัญหา ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากครีมกันแดดจะช่วยปกป้องจากรังสียูวีแล้วยังมีตัวบำรุงชั้นผิวด้วย ฉะนั้นหากอยากมีผิวขาวสู้แดดละก็จะต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันด้วย

หากรู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขอย่างถูกต้องคุณจะมีผิวขาวสู้แดดได้ไม่ยากเลย โดยข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้จะช่วยให้คุณมีผิวที่ขาวแบบยั่งยืนไม่ว่าจะต้องเผชิญกับแดดแรงสักแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวเพราะคุณรู้วิธีที่จะปกป้องผิวแบบถูกต้อง ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าคุณสามารถใส่เสื้อผ้าโชว์ผิวสวย ๆ ท้าแดดได้อย่างไม่ต้องกลัวจะดำคล้ำเลยล่ะ

                จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้วการมีผิวข้าวสู้แดดไม่ใช่เรื่องที่ยากหรือวุ่นวายเท่าไรนะครับ เพียงแต่เราควรหมั่นทำเป็นประจำและทำอย่างถูกต้อง  อีกเรื่องนึงนะครับหากว่าจะออกจากบ้าน ยิ่งถ้าวันไหนเป็นวันที่แสงแดดแรงด้วยแล้ว ควรพกร่มไปด้วยนะครับ เพราะมันจะช่วยปกป้องผิดของเราได้อย่างดีทีเดียว เหมือนกับการป้องกัน 2 ชั้นนั่นเอง อย่างรก็ตามผมเชื่ออย่างยิ่งว่าวิธีการพวกนี้ใช้ได้จริงและเห็นผลแน่นอนครับสำหรับการมีผิวขาวสู้แดด

Popular Tags
ออกกำลังกาย ฟิตเนส racer Hyaluronic วิตามินซี คอลลาเจน มะพร้าว ดีท็อกซ์ อาหารและผลไม้ที่มีวิตามินซี ยาปลูกผม OLABO ผมร่วง สมุนไพรรักษาผมร่วง รักษาผมร่วง ผมร่วงผิดปกติ Whey isolate เล่นกล้าม กระชับสัดส่วน เวย์โปรตีน Whey Protein ครีมกันแดด sunscreen ผิวขาว ประโยชน์ของคอลลาเจน ปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ริ้วรอย หน้าที่ของคอลลาเจน สิว รอยสิว วิธีรักษารอยสิว ผิวแห้งเสีย ผิวแห้ง ผิวแห้งขาดน้ำ ผิวขาดน้ำ คอลลาเจนเพียว Collagen คอลลาเจนญี่ปุ่น คอลลาเจนบริสุทธิ์ คอลลาเจนช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ คอลลาเจนช่วยบำรุงระดูกและข้อ กระดูกและข้อ กรดอะมิโนจำเป็น กรดอะมิโน ท้องผูก FOS ไฟเบอร์ อาการท้องผูก ล้างสารพิษ โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคหัวใจ